คนที่อพยพรุ่นแรกๆ จะต้องมีอำนาจทาง ความรู้ ปัญญา และความสามารถในการทำงาน และ การทำมาหากิน เป็นจุดตั้งต้น ในการบุกเบิก จนสามารถอยู่อาศัยในป่าได้เป็นอย่างดี จึงอยู่รอดปลอดภัย มีลูกหลานสืบต่อมา ทำให้มีฐานะและอำนาจทางสังคมไปในตัว

 ผมเพิ่งกลับจากการเก็บข้อมูล (การทำความเข้าใจ) ระบบความเป็นอยู่ของชาวบ้านแถบรอบๆ เขตพื้นที่อนุรักษ์ เขาใหญ่-ทับลาน

 071202+103

และเพิ่งได้มีโอกาสเขียนบันทึกประเด็นสำคัญๆ ในการวางแผนพัฒนา ในวันนี้ 

จากการทำงาน ผมได้พบประเด็นที่สำคัญมาก ทั้งในระบบคิด และการดำรงชีวิตของชาวบ้านแถบนั้น ที่อาจแบ่งออกได้เป็นอย่างน้อย ๓ กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ 

๑.               กลุ่มมีที่ทำกินจำนวนมาก เป็นหลายร้อย จนถึงหลายพันไร่ ที่มีอยู่ไม่มากนัก ประมาณ ๑-๒ ราย ต่อชุมชน ทั้ง

071202+116

a.     จากการจับจองไว้นาน แต่มีลูกหลานน้อย หรือ ไปทำงานที่อื่น กันมาก เลยไม่ได้แบ่งแปลงย่อยๆ

b.     การซื้อต่อจากผู้อื่น และ ญาติพี่น้อง

c.     นายทุนจากภายนอก เข้ามาลงทุนซื้อที่รวมไว้เป็นแปลงใหญ่ๆ

๒.              กลุ่มมีที่ทำกิน ระดับพออยู่พอกิน ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของชุมชน ที่พัฒนามาจาก

071202+044

a.     การมีมรดก และหรือ การแต่งงานกับตระกูลที่มีมรดก

b.     การเก็บเงิน จากการทำงานมาซื้อที่ทำกิน 

c.     การขายที่เดิม ขายบ้าน ขายทรัพย์สิน แล้วอพยพมาซื้อที่ทำกินใหม่

๓.               กลุ่มไร้ที่ทำกิน ที่มีอยู่ประมาณ ไม่เกิน ๑๐% ของชุมชน ในนามที่ชุมชนเรียกขานกันว่า คนจนท้ายบ้าน ที่ต้องหาวิธีการทำมาหากินใน ๔ แบบ ใหญ่ๆ คือ

071203+034

ก.   ยังทำการเกษตรได้ จากการ

1.     เช่าจากคนที่มีมากเกินกว่าที่จะทำเองได้หมด

2.     เช่า หรือ ขอทำจากนายทุนที่ซื้อไว้แต่ไม่ได้ใช้

3.     ขอทำเฉยๆ จากญาติ หรือคนที่ต้องการคนมาช่วยปรับ ถางที่ให้โล่ง พอพื้นที่โล่ง เจ้าของก็จะขอคืน และใช้ต่อ

071124+009

ข.   ทำกิจกรรมการค้าขาย ที่ไม่ต้องใช้ที่มาก หรือเป็นเจ้าของ เช่น ร้านค้าข้างทาง และ การเก็บหาของป่ามาขายในร้าน

ค.   ประกอบอาชีพในการเก็บหาของป่า

1.     เก็บหน่อไม้ หน่อหวาย ผัก เพื่อการบริโภค เหลือขาย

2.     เก็บยอดลาน เพื่อนำมาใช้ในครัวเรือน จักสาน และขายเป็นเงินรายได้ 

3.     เก็บต้นหวาย กล้วยไม้ ไม้ขอนที่ผุเหลือแต่แก่น (ไม้แก่นล่อน) และ รากไม้ มาขายในหมู่บ้าน คนรับจ้างแต่งบ้าน แต่งสวน แต่งรีสอร์ท และตามร้านข้างทาง

4.     เก็บไม้หอมมาต้มขายน้ำมันหอมที่มีรายได้เป็นหมื่นบาทต่อครั้ง

071203+038

5.     ดักล่าสัตว์ชนิดต่างๆ มาขายเป็นอาหารป่า จับลูกนกมาขายในตลาด โดยเฉพาะ นกขุนทอง ที่ยังคงมีมาก (ไปขายให้กับคนกลางที่นำไปขายต่ออีกที ที่ตลาดกรุงเทพฯ คาดว่าจะเป็นตลาด จตุจักร)

ง.     การรับจ้าง ตามโรงงาน รายเดือน รายวัน และภาคเกษตร 

จากข้อมูล (ความเข้าใจ) ที่มี ทำให้ผมพยายามหารือกับทั้งจากชุมชน และ อาจารย์สายสังคม และเศรษฐศาสตร์ ที่ไปเก็บข้อมูลด้วยกัน จึงได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า

ประเด็นสำคัญ มาจาก โครงสร้างอำนาจในชุมชน ที่แยกออกได้เป็น

๑.               อำนาจทางเศรษฐกิจ (Economic power) และ

๒.              อำนาจทางสังคม (Social power) ที่ผสมผสานกับ

๓.               อำนาจทาง ความรู้ ปัญญา และความสามารถในการทำงาน และ การทำมาหากิน (Wisdom power) ในด้านต่างๆ 

ทั้งสามอำนาจดังกล่าว จะเชื่อมโยงเป็นไก่และไข่ ซึ่งกันและกันในระดับหนึ่ง กล่าวคือ 

·        คนที่อพยพรุ่นแรกๆ จะต้องมีอำนาจทาง ความรู้ ปัญญา และความสามารถในการทำงาน และ การทำมาหากิน เป็นจุดตั้งต้น ในการบุกเบิก จนสามารถอยู่อาศัยในป่าได้เป็นอย่างดี จึงอยู่รอดปลอดภัย มีลูกหลานสืบต่อมา ทำให้มีฐานะทางสังคมไปในตัว

·        กลุ่มที่มีอำนาจทางสังคมก็จะทำมาหากินสะดวก และอาจใช้อำนาจนี้ ในการสนับสนุนการพัฒนาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย

·        กลุ่มที่อพยพมาใหม่ก็ต้องใช้อำนาจทางเศรษฐกิจมาเชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจเดิม  หรือ เชิงการเข้ามาเป็นตัวช่วย (submissive) ในการเข้ามาอยู่ในพื้นที่

·        การขอแบ่งปันอาจใช้ระบบเครือญาติ และการแต่งงาน

·        กลุ่มที่เข้ามาเชิงการเก็บหาของป่า มักจะไม่มีอำนาจใดๆ นอกจากความสามารถเฉพาะตัว ในการเก็บหาของป่า ล่าสัตว์ และ แรงงาน ในการทำงานรับจ้าง ตามช่วงวัยแรงงาน

o       จึงเป็นกลุ่มที่พัฒนาต่อให้อยู่แบบไม่รบกวนทรัพยากรป่าไม้ได้ยากจริงๆ 

การพัฒนาเชิงหัตถกรรมทดแทน ที่พยายามทำกันอยู่ มักจะติดขัดที่

·        ระดับรายได้ที่ทำให้อยู่ได้จริงๆ

·        ความสามารถในการจัดการให้มีรายได้ตามที่แต่ละครอบครัวจำเป็นต้องมี

·        และความรวดเร็วในการทำให้เกิดรายได้ ตามระยะความจำเป็นในครอบครัว 

การพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาว อาจเป็นทางหนึ่ง ที่จะสามรถใช้ความรู้ที่เขามีไปสนับสนุนระบบการจัดการท่องเที่ยว ก็อาจเป็นทางเลือกที่สำคัญ 

ในการดำเนินการดังกล่าว อาจต้องใช้ทั้ง

·        ความเข้าใจ

·        พระเดช และ

·        พระคุณ

จึงจะทำให้แผนงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ บรรลุเป้าหมาย

 คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สังคมอยู่ได้ และ มรดกโลกอยู่ได้

ครับ