คิดถึง.....เชียงของ...เมืองปลาบึก.....นับได้ว่าเป็นโชคดีของชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตช่วงวัย 20 เศษ ๆที่บ้านโจ้โก้ ( ที่ตั้งโรงเรียนเชียงของวิทยาคม ) จีงได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศเมืองเชียงของ ปี พศ.2528 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำลังขยายพันธุ์ปลาบึก จึงได้พบเห็นปลาบึกตัวใหญ่เท่าๆม้ามัสแตง  ผูกติดกับหลักไม้ริมหาดห้วยไคร้ก่อนจะส่งขาย  ทุุกครั้งที่ปลาบึกดิ้นรนพลิกตัวเพื่อให้หลุดจากเครื่องพันธนาการ  น้ำโขงแผ่คลื่นเป็นวงกว้างเพราะแรงปลาบึก  ครั้งนั้นเคยแอบคิดในใจว่าถ้าสามารถปล่อยปลาบึกให้เป็นอิสระได้  คงได้บุญอักโข  แต่คงได้รับผลบุญชาติหน้าเป็นแน่ เพราะถ้าปล่อยปลาให้รอดชีวิตไป คนปล่อยก็คงถูกจับไปมัดกับหลักที่ปักอยู่กลางน้ำแทนปลาบึกเป็นแน่แท้

        ต่อจากบ้านหาดไคร้เลยไปถึงท่าเรือบั๊ค  ชมทิวทัศน์แม่นำ้โขงฝั่งตรงข้ามจะเห็นความงามของเมืองห้วยทราย  แขวงบ่อแก้วประเทศลาวมีอาจารย์ชาวลาวที่ข้ามฝั่งมาสอนภาษาฝรั่งเศสให้ชาวไทย และยังช่วยสอนภาษาถิ่นลาวให้อีกด้วย จึงสังเกตได้ว่ามีบางคำที่ออกเสียงแปลกไปแต่ก็พอจะเดาๆได้  มีคำบางคำที่ชาวลาวเมืองห้วยทรายใช้เหมือนกับภาษาถิ่นเหนือของไทย เช่น แม่คะนิ้ง หมายถึง น้ำค้าง ดอกคำปู้จู้ ( ดาวเรือง ) , ดอกตะล่อม (บานไม่รู้โรย ) ,ถั่วดิน ( ถั่วลิสง )     ปุ๊ดตื๋น ( ขาดทุน )  และภาษาถิ่นลาวก็มีบางคำที่แต่ละแขวงออกเสียงและสำเนียงไม่เหมือนกัน ก็เหมือนภาษาไทยที่มีทั้งภาษาถิ่นไทยภาคกลาง ภาษาถิ่นอิสาน ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นไต้  แต่ความหมายของภาษาถิ่นคืออะไร  บางคนก็คิดนาน วันนี้เลยถือโอกาสสรุปให้ว่า ภาษาถิ่น คือ คำที่ใช้เรียกภาษาที่ใช้พูดกันในหมู่ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ต่างๆ กัน โดยมียังคงมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญของภาษานั้น เช่น ภาษาไทย มีภาษาถิ่นหลายภาษา ได้แก่ ภาษาถิ่น อีสาน ภาษาถิ่น ใต้ ภาษาถิ่น เหนือ และภาษาไทยกลาง หรือถิ่นกลาง เป็นต้น โดยทุกภาษาถิ่นยังคงใช้ คำศัพท์ ไวยากรณ์ ที่สอดคล้องกัน แต่มักจะแตกต่างกันในเรื่องของวรรณยุกต์ เป็นต้น หากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้นกว้าง ก็จะมีภาษาถิ่นที่หลากหลาย และมีภาษาถิ่นย่อยๆ ลงไปอีก ทั้งนี้ภาษาถิ่นแต่ละถิ่น จะมีเอกลักษณ์ทางภาษาของตนด้วย ภาษาถิ่นนั้นมักเป็นเรื่องของภาษาพูด หรือภาษาท่าทาง มากกว่า