AI คืออะไรกันแน่ แม้กระจ่างขึ้นมาบ้างแต่ยังไม่ใส

Citrus
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เคยได้ยินคำว่า AI ในบริษัทของเรา ที่หมายถึง Artificial Intelligence แต่ในงาน KM แห่งชาติ AI คือ Appreciative Inquiry

      การเข้าร่วมกิจกรรมในห้อง Play and Learn ในวันที่สองของการสัมมนา มหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 4 ที่อิมแพค เมืองทองธานี มีแรงจูงใจสืบเนื่องมาจากงานรวมพล Inno FA รวมรุ่น 1-3 ที่เชิญ อ.ดร.คนไร้กรอบ มาพูดคุย ให้ข้อมูลใหม่ๆ ซึ่ง AI เป็นคำ คำหนึ่งที่อาจารย์เขียนบนกระดาน อ้อ บอกก่อน AI ในบริบทนี้ย่อมาจาก Appreciative Inquiry หรือเครื่องมือการสร้างความรู้ใหม่โดยเน้นการชื่นชมเป็นหลัก  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     พอเห็นสูจิบัตรงานนี้  ก็เลยตกลงใจว่าต้องไปรับรู้หาข้อมูลเพิ่มเติมเสียหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     ในระยะเวลาครึ่งวัน ครึ่งแรกเป็นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI  โดยการนำของทีมวิทยากร  อ.ไพฑูรย์ ช่วงฉ่ำ ซึ่งกำลังทำ วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ รวมกับทีมงานจาก โรงพยาบาลพิจิตร ที่ทดลองนำเครื่องมือใหม่นี้เข้าไปจัดการความรู้ โดยเน้นที่เรื่องราวความสำเร็จของบุคคล</p>      กระบวนการของ AI มี  4D  ส่วนเรื่องของ ทรัพยากร คน และวัฒนธรรมเป็นบริบทเกื้อหนุนกระบวนการ                 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">AI</p>       การเริ่มต้นกระบวนการ อยู่ที่การค้นหาศักยภาพของคน  ทีมงานต้องคิดบวก ปรับกระบวนทัศน์ในการคิด มองหาแต่สิ่งดี วิธีการนี้ก็ต้องมีทีมพี่เลี้ยง หรือ Facilitator ช่วยทำให้กระบวนการขับเคลื่อน ซึ่งต้องมีใจรักอยากจะทำ สื่อสารเก่ง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     ขั้นค้นหาความรู้จากความสำเร็จ ต้องศึกษาก่อนว่า ใครเก่งเรื่องอะไร ต้องเข้าไปขอสัมภาษณ์ให้เขาเล่าเรื่องความสำเร็จ ตั้งคำถามเชิงบวก  ผู้จดบันทึกต้องจับให้ได้ว่า </p>  <ul>

  • เขามีความรู้อะไร 
  • ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เขาทำงานนั้นสำเร็จ
  • และในอนาคตเขาอยากทำอะไรต่อไป
  • </ul> .....ระหว่างพูดคุยต้องมีการชื่นชม เป็นระยะ มีข้อแม้ว่า การให้คำชื่นชมต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง และจริงใจ ชมทั้งหน้า ปาก และ ตา เรียกว่าหัดชมให้เป็น  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     หลังจากทีมวิทยากรให้ความรู้พื้นฐาน พร้อมบอกเล่าประสบการณ์ในการทำ AI แล้ว ช่วงหลังเบรกเช้า ให้พวกเราผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 70 คน มาล้อมวง มีกิจกรรมให้สัมผัสมือกันกับคนข้างๆ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">      กิจกรรมที่สองฝึกสติ จากเพลงปูเอ๋ยปู  เมื่อจบเพลงถ้าเราเอานิ้วที่แหย่เข้าไปในวงนิ้วของเพื่อนทางขวา พร้อมกับหนีบนิ้วของเพื่อนที่อยู่ทางซ้ายได้ ก็สำเร็จการทดสอบสติ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่กิจกรรมจริง ที่พวกเราจะจับกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม เพื่อผลัดกันเป็นผู้สัมภาษณ์ ผู้ถูกสัมภาษณ์ และผู้จดบันทึก  โดยต้องตอบคำถาม 3 ข้อ</p>  <ol>

  •   ให้เล่าความดีหรือความสำเร็จที่มีความภาคภูมิใจนำเสนอ
  •  ปัจจัยอะไรที่ทำให้ทำสำเร็จ
  •  ในอนาคตคิดอยากทำความดีอะไรต่อไปเพื่อผู้อื่นอีก 3 เรื่อง
  • </ol>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     สำหรับตัวเอง ถ้าให้นึกถึงความสำเร็จ พอจะนึกออก แต่ถ้าถามว่าความดีอะไรที่ทำเพื่อส่วนรวมตอนนั้นนึกไม่ออกเลย เพราะคิดว่าความดีส่วนใหญ่ที่ทำเหมือนไม่ได้ทำเพื่อสังคมโดยตรง อย่างพี่ๆ อีกสองท่านที่อยู่กลุ่มเดียวกัน  พี่คนหนึ่งเป็นพยาบาลผู้แก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ และครอบครัว อีกท่านทำอยู่หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดระดับประเทศ  ดูแล้วสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากเลย  บังเอิญเวลามีจำกัด  ดิฉันเลยไม่ได้เล่าเรื่องของตัวเองให้พี่อีกสองท่านฟัง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">……..สุดท้ายวิทยากรจะนำข้อมูลที่จดบันทึกมาเขียนบนกระดานที่จะรวมจากกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     ถ้าทำครบกระบวนการจะต้องนำมาเล่าแลกเปลี่ยนกันในวงที่มีประมาณ 12-15 คน สุดท้ายจะได้ความฝันออกมามากมายที่มาจากแต่ละคน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>     แล้วถ้านำไปใช้ในองค์กรจริง กลุ่มจะต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหาข้อสรุปเรื่องหลักที่องค์กรอยากทำ ซึ่งต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ อยู่ในขอบเขตที่เราทำได้ มีความเฉพาะเจาะจง  ทุกคนต้องเห็นพ้องและอยากทำร่วมกัน     ในช่วงของ dream ต้องมีกิจกรรมนำมาก่อน เพื่อให้สมอง จิตใจสงบ มีสมาธิ ที่จะเฟ้นหาฝันเดียวร่วมกัน  และบอกให้ได้ว่า ถ้าจะไปถึงฝั่งฝันนั้น เราต้องมี หรือทำอะไร จึงจะทำให้ฝันเป็นจริงได้  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     บอกตามตรงว่า ในรายละเอียดของกระบวนการคงมีสิ่งที่ปลีกย่อย อีกมากมาย ที่ไม่สามารถรับรู้ได้หมด ในการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>สำหรับตัวเองแล้วการจะนำเครื่องมือนี้ไปใช้ประโยชน์  คงต้องลองทำ พร้อมกับศึกษาหาข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์หลายแห่ง ในที่สุดอาจจะต้องนำไปปรับให้เหมาะสมกับบริบทในบริษัทอีกทีนึง นอกเหนือจากการมารับรู้เรื่องราวใหม่ๆ  สิ่งที่ได้รับคือ รู้สึกชื่นชมในการทำความดีของคนที่ทำงานราชการจริงๆ เลยค่ะ และขอปรบมือให้กับทุกท่านรวมทั้งทีมวิทยากรจากโรงพยาบาลพิจิตรที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นค่ะ</p><p>แนะนำ website เพิ่มเติม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">AI คืออะไรhttp://en.wikipedia.org/wiki/Appreciative_inquiry</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ AI (แบบนมเนย)</p> http://www.aiconsulting.org/success.htm <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พัฒนาตน พัฒนาสังคม



    ความเห็น (17)

    เขียนเมื่อ 
    • ผมก็เข้า (ฟัง) ในห้องนี้เหมือนกันครับ...แต่ไม่ได้ลงชื่อสมัครไว้...เลยนั่งอยู่อีกด้าน...เป็นคนดูครับ...อิอิ  แถมช่วงบ่ายโดดไปห้องอื่นอีก...คนหลายใจหรือโลภมาก...เลยลาภหาย..ไม่ค่อยได้อะไร ? ต้องหาตามเก็บ....จากผู้มีฝีมืออย่างคุณส้มนี้แหละ....ขอบคุณ
    เขียนเมื่อ 
    • ช่วยใส่คำสำคัญ (tag) = NKM4 เพิ่มอีกคำก็จะดีครับคุณส้ม
    • ในการเข้าฟังครั้งนี้ที่ผมยังติดใจว่าจะต้องศึกษาทำความเข้าใจเพิ่มก็คือ เห็นวิทยากรแสดง ตารางเปรียบเทียบระหว่าง KM กับ AI ทำให้ผมสับสนเพราะเคยเข้าใจว่า AI เป็น KM Tool ตัวหนึ่ง พอมาเห็น คนทำปริญญาเอก KM เปรียบเทียบ KM กับ AI เลยชักงง ๆ ว่ายังไงแน่ ?

    พี่ส้มครับ

    ผมคิดว่าคือ...ฉันทะ...

    ความพอใจ...

    พ. => พึงพาจากด้านนอก (ใจ) โน้มน้าวให้ใจใฝ่กระทำต่อ

    อ. => อิงแอบจากด้านใน (ใจ) เกิดสุขเกิดสบายใจโน้มน้าวให้ใจใฝ่กระทำต่อ

     

    เขียนเมื่อ 

      

      สวัสดีค่ะ  อาจารย์

             ขอบคุณมากๆ สำหรับบันทึกดีๆ

             มีประโยชน์มากๆค่ะ

    เขียนเมื่อ 

    กราบขอบพระคุณ อ.แพนด้า P

    1. Panda
    ค่ะ
    ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องนี้ จะใส่คำสำคัญเพิ่มลงไปตามข้อเสนอแนะค่ะ
    ส่วนเรื่อง AI สำหรับส้มแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการจัดการความรู้เหมือนกันค่ะ สังเกตจากกระบวนการที่เข้าไปค้นหาศักยภาพของคน ก็เพื่อหา tacit knowledge
    ภาพที่เปรียบเทียบ AI กับกระบวนการ problem solving แบบเก่า ช่วงนี้ไม่ทราบ อ.ได้จดบันทึกไว้ไหมคะ  วิทยากรเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ดีทีเดียวค่ะ ที่บอกว่าถ้าใช้วิธีเดิม จะตั้งต้นจากปัญหา ค้นหาสาเหตุปัญหา ในที่สุดมักพบว่าส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากคน ทำให้ขุ่นข้องหมองใจกันเกิดความรู้สึกทางลบ แต่ AI มองหาจุดเด่น แง่ดีบนพื้นฐานความสำเร็จ
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดี ยินดีต้อนรับ จ้ะ น้องแมวเหมียว

     P

    พี่จะยกย่อง นายแมวเหมียว ให้เป็นสุดยอดแห่งนักปรัชญาจริงๆ เขียนอะไรได้ลึกซื้ง อ่านแล้วไม่สามารถผ่านตาได้รวดเร็ว  อ่านแล้วต้องกลับมาอ่านซ้ำ พร้อมกับคิดแบบตีลังกา เป็นเพราะพี่ยังไม่ละเอียดอ่อนพอหรือเปล่านะ

    ถ้าพบกันอีก สอนพี่บ้างนะ

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ คุณ lesson P

    4. lesson

    ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมอีก

    ร่วมแลกเปลี่ยน ยินดีเรียนรู้ร่วมกัน

    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    เขียนเมื่อ 
    • นกเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมของ รพ.พิจิตรวันนั้นด้วยค่ะ
    • ขอบคุณสำหรับสรุปที่สมบูรณ์มาก ๆ เลยค่ะ
    • นกขอนำไปเป็นแนวนะคะ
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ คุณ

    P

    ยินดีต้อนรับมิตรรัก G2K ค่ะ

    citrus คิดถูกที่เข้าไปในห้อง Play & Learn วันที่สองค่ะ  เพราะคิดว่ามีความคิดแว่บเข้ามาในสมองเยอะมาก มองเห็นภาพที่อยากจะนำไปใช้ในเรื่องอะไรบ้าง จนบางทีหลุดจากปัจจุบันที่อยู่ในห้องสัมมนาไปหลายช่วงก็มีค่ะ

    ไม่แน่ใจว่าในวันงาน เราได้พบกันไหมคะ

    เขียนเมื่อ 
    • น่าสนใจมากค่ะ ^__^
    • ทำให้นึกถึงบรรยากาศในโรงเรียนที่โรงงาน (ที่ซันฟู้ดฯ เรามี"บ้านต้นกล้าผลิใบ"ค่ะ...เป็น รร.เตรียมอนุบาล)  เวลาเด็กทำอะไร ก็ต้องคอยชมและให้กำลังใจ  เด็ก ๆ จึงมั่นใจ กล้าแสดงออก และไม่กลัวที่จะเข้าหาคนอื่น ๆ ที่แวะเข้าไปเยี่ยมเยือน...
    • แต่กับผู้ใหญ่ ก็คงจะซับซ้อนมากกว่าเด็ก..ถ้าพี่ส้มได้ลองนำไปใช้แล้ว...คงจะได้อ่านในบันทึกเร็ว ๆ นี้...จะรอนะคะ

    สวัสดีครับพี่ส้ม...

    มิกล้า ๆ ...ถ้ามีคงได้เจ๊อะกับลปรร....ว่าง ๆ จะไปเที่ยวแถวบางซื่อครับ... 

    Play & Learn มีนักการศึกษาท่านหนึ่งเคยเรียกใหม่ว่า

    "เพลิน"... (Plearn)...

    บังเอิญจริง ๆ ...ภาษาไทยมีคำนี้พอดีเลยคร้าบ.. ;) 

    คนไร้กรอบ
    IP: xxx.136.94.13
    เขียนเมื่อ 

    ขอใช้ ศิษย์พาดพิง

    AI  นี่   ใช้ ได้  หลากหลายมิติ

    ดึง "ฉันทะ"  ออกมา   ...  ใช่เลย !!!

    อย่าลืม แยกแยะ กุศล อกุศล

    ใช้แบบ Story telling ก็ได้

    แบบ Audit ก็ได้ 

    ทำ Knowledge mapping ก็ได้

     

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ น้อง

    P

    10. auai

    คำชม เป็นสิ่งแปลกค่ะ ใครๆ ก็อยากได้ แต่ไม่ค่อยกล้าชมกัน โดยเฉพาะ คนที่เราอยากให้ชม คือคนใกล้ตัว เช่น เจ้านาย หรือ สามี ภรรยาที่บ้าน

    เวลาชม ก็ต้องชมในที่แจ้ง และจริงใจ ดีสุดๆ ทั้งคนให้ คนรับ

    ชอบค่ะ แต่เวลาคนมาชมซึ่งๆ หน้า ก็เขินเหมือนกันแฮะ แฮ่ แฮ่

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีจ้ะ

     P

    จะมาเมื่อไร บอกล่วงหน้า นะ เดี๋ยวหาพี่ไม่เจอ

    อยากพาไปเลี้ยงข้าวคลุกปลาทู อิอิ

    ที่ SCG Chem ก็มีกิจกรรม Plearn ทุกสัปดาห์ที่สามของเดือนค่ะ ส่วนใหญ่จะหาหนังดีๆ หรือ สารคดี มาให้ดูกัน

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ อ. คนไร้กรอบ

     

    ทำไมเดี๋ยวนี้รูปของ อ. หายไปล่ะคะ

    ขอบพระคุณ อ.ที่มาช่วยต่อยอดความรู้ในมุมมองใหม่ๆ ผสมผสานความรู้ที่หลากหลายทำให้เห็นวิถีแห่งการนำไปใช้เพิ่มขึ้นค่ะ

    ผมมีความเห็นนิดหนึ่งว่าในการคุยกันเป็นกลุ่มต้องใช้หลายสิ่งหลายอย่างร่วมกันครับ  ให้เป็นไปตามธรรมชาติ  หากมาตั้งว่าจะทำ AI ก็ต้องหาเรื่องมาชื่นชม จะเครียดเสียเปล่าๆ    

     ในประสบการณ์ที่ทำมาบ้าง พบว่าการให้คนลองเล่าสิ่งที่ตนเองประทับใจ ในสิ่งที่ทำในงานของเขาเอง  มีเรื่องอะไรที่ประทับใจ ที่คิดว่าทำได้ดี  พอเขาเล่าออกมาจะเป็นการจุดชนวนของหลายอย่าง  สิ่งแรกคือคนเล่าเองเกิดความสุข ความภูมิใจ และก็จะทำสิ่งนั้นต่อไปอีก   และยังเป็นการกระตุ้นให้คนอื่นได้เล่าเรื่องของเขาอีกด้วย  ซึ่งเรื่องดีๆเหล่านี้ จะเป็นเรื่องที่ "โดนใจ" ของทุกคน  ความชื่นชมมันจะออกมาเอง ชื่นชมและชื่นใจทั่วหน้าทุกคน  

    ผมจึงชอบที่จะได้เข้าร่วมการสนทนาแบบนี้ และสังเกตว่าตอนต้นที่จะให้คนเริ่มสุนทรียสนทนา จะฝืดๆหน่อย ก็จะปล่อยให้พูดแบบฝืดๆไปพักหนึ่ง  แล้วค่อยชวนให้เล่าประสบการณ์อย่างที่ว่า  แล้วค่อยชี้ให้เขาเห็นบรรยากาศสองแบบที่เกิดขึ้น  คนก็จะรู้สึกถึงสุนทรียสนทนา และ AI โดยไม่ต้องพูดถึงสองคำนี้เลย แต่เรามาสรุปว่า เราทำกันเองก็ตรงทฤษฎีที่ฝรั่งเขาสรุป แล้วเอามาขาย (สอน) เราอีกนั่นแหละ  ก็ทำให้ KM กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาไปเลย

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีค่ะ คุณหมอ

      นายแพทย์ สาโรจน์ สันตยากร

    ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ ที่เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ จริง สำหรับตัวเองยังไม่เคยนำไปใช้ในกลุ่มสนทนาเหมือนกัน คิดอยู่ค่ะ ว่าใช้แล้วต้องดีแน่ ตอนนี้ได้แต่ใช้กับระดับบุคคล ก็ยังได้ผลเลยค่ะ