วิทยาลัยสมานฉันท์ฯแห่งนี้คงจะเปิดการศึกษาได้ในระยะเวลาอันใกล้ๆนี้

ช่วงนี้ผมมีงานที่ต้องคิดให้มากๆ  ไม่ผิดกับเฮฮาศาสตร์และ gotoknow เหมือนกัน  ผมได้รับมอบให้ดำเนินการจัดตั้งวิทยาลัยแห่งใหม่ของสถาบันพระปกเกล้า  พร้อมทั้งรับผิดชอบในการบริหารวิทยาลัยด้วย  และท่านเลขาธิการฯศ.ดร.บวรศักดิ์  อุวรรณโณ ท่านก็ให้ความหวังไว้มากแถมไม่อยากให้เหมือนๆที่มีอยู่แล้ว  ทำให้ผมต้องครุ่นคิดมากพอควร  เมื่อสัปดาห์ก่อนก็มีโอกาสนัดพบกับ  ท่านอดีตนายกฯอานันท์  ปันยารชุน  ที่ท่านกรุณารับเป็นที่ปรึกษาให้  และท่านก็ให้คำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ต่อเรามาก

คณะกรรมการอำนวยการศึกษาของวิทยาลัย  ที่ได้เชิญมาล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีปัญญาสุดยอดของยุทธจักร  ท่านทั้งหลายยินดีรับมาแล้วหลายคนเช่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี  ท่านนี้ไม่ต้องบอกว่าความคิดท่านนั้นสุดยอดขนาดไหน  ท่านให้ความคิดไว้หลายเรื่องที่ผ่านๆมา  ท่านต่อมาคือรองนายกฯไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  ที่เรารู้จักในบล็อก g2k ของท่าน  อีกท่านผมได้เห็นศักยภาพมาตั้งแต่ KM ภูมิภาคเลยเชิญท่านมาร่วมด้วย  น่ายินดีว่าท่านตอบรับด้วยเช่นกัน คือ ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช 

สำหรับอาจารย์เก่าผมที่มีฝีไม้ลายมือไม่เบาคือ ศ.ดร.สมบัติ  ธำรงค์ธัญวงศ์  อธิการบดีที่นิด้า  ที่จริงสนิทกับท่านเป็นการส่วนตัวมานมนาน  แต่ด้วยผมมีงานรัดตัวเลยมิอาจไปพบเยี่ยมคารวะท่านมานานมากแล้ว  แต่ท่านก็ยินดีร่วมเช่นกัน

อีกท่านหลายคนรู้จักคืออาจารย์สุริชัย  หวันแก้ว  ผมรู้จักสนิทชิดเชื้อท่านนี้มาตั้งแต่รัฐบาลก่อน  เป็นเพราะว่าท่านเชื้อเชิญผม  เป็นขาประจำ  ขึ้นเวทีที่จุฬาฯเป็นประจำหลายสำนัก  อาจเป็นเพราะผมมักชอบฟันธงตามสไตล์ถนัด  ท่านอาจารย์เป็นที่รู้จักดีในเวทีความขัดแย้งโดยเฉพาะในภาคใต้  ยังมีอีกหลายท่านคงจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป

ด้วยตระหนักว่างานแก้ไขความขัดแย้งในสังคมไทยนั้นใหญ่หลวงนัก  แม้แต่ในหลวงท่านได้ให้ข้อคิดในพระบรมราโชวาทมากมายหลายครั้งโดยเฉพาะในพระราชพิธีต่างๆที่ผ่านมาปีนี้  ดังที่เราทราบ  แต่สังคมไทยนั้นก็ยังไม่ตระหนักหรือพักรบ  แม้แต่เรือนาวาไทยใกล้จะจม  แต่ก็ยังมุ่งถล่มกันมิวันวาย 

ผมให้ความสำคัญในสิ่งนี้และมองในเรื่องการมีส่วนร่วมเป็นสำคัญ  จึงจัดให้มีเวทีทำโฟกัสกรุ๊ป  แบ่งตามงานเป็นสามกลุ่ม  กลุ่มแรกนี่เป็นผู้ที่อยู่ในเวทีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ  กลุ่มสองสถาบันที่ให้การศึกษาในเรื่องสันติวิธีต่างๆ  กลุ่มสามเป็นกลุ่มผู้ปฎิบัติที่มีประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ  ข้อมูลที่ได้นั้นมากเหลือ

สรุปว่าการศึกษาเราจะไม่ยึดติดตำราและห้องเรียน  เราจะเริ่มลงพื้นที่ไปเรียนรู้ปัญหาและดูวิธีการแก้ไขปัญหาในพื้นที่  คงมีเวทีสุนทรีย์สนทนาที่ว่าๆกัน  แล้วนำผลข้อมูลที่ได้เก็บมานั้น  กลับมานอนคิดที่สถาบันว่าจะแก้ไขอย่างไร 

สุดท้ายคงให้นำเสนอ  ผ่านในชั้นเรียนที่จะมีภูมิปัญญาชาวบ้านและนักวิชาการหนักแน่นแม่นทฤษฎีมาร่วมฟัง  หนึ่งในนั้นผมคงมีโอกาสเชิญท่านครูบาของผมมาร่วมงานแน่นอน  อันจะทำให้เรามองเห็นมุมมอง  วิธีคิดของคนติดตำรา  กับภูมิปัญญาชาวบ้าน  และผู้ปฏิบัติงานในมิติต่างๆ  ได้ผสมผสานความคิด  เราเชื่อว่าน่าจะได้กรอบแนวคิดใหม่  ไว้ใช้ในชุมชนที่สามารถนำมาปรับแก้ได้ตามความเหมาะสมแต่ละสังคม

โครงการศึกษาเรื่องนี้ผมจัดทำเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว  พร้อมที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการในสถาบันพระปกเกล้าสามคณะ ทั้งคณะกรรมการอำนวยการศึกษา  กรรมการวิชาการ  กรรมการสภาสถาบันฯ  สุดท้ายเข้า ครม.ขออนุมัติและรับทราบ  ประกาศเมื่อใดใช้ได้ทันที

สรุปว่าการเรียนจะใช้ห้องเรียนและพื้นที่ท้องทุ่ง  แบ่งเวลาไปไม่ยิ่งหย่อนกัน  ตอนนี้แนวคิดนี้ก็ได้เสนอผ่าน  สถานีวิทยุรัฐสภาทุกวันพุธเวลาสองทุ่มยาวหนึ่งชั่วโมง 

เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  ผมได้นำเอาคนในพื้นที่  ที่มีความคิดดีๆมาออกรายการด้วย  เช่นที่ผ่านมามีรายการ โรงเรียนคุณอำนวย  ของชาวจังหวัดพิษณุโลก  โดยคุณหมอคนชอบวิ่ง  ท่านที่สองที่ผ่านมาคือนายก อบต.ที่สงขลา  เรื่องการบริหารตำบลแบบสมานฉันท์  คนที่สามรอจ่อคิวไม่ได้ฤกษ์สักทีคือหมอรุ่งของเราที่เมื่ออาทิตย์ก่อนหมดเวลาไปกับประชุมสภา อาทิตย์นี้มีงาน 80 ปีในหลวง  อาทิตย์หน้าคงได้ออกแน่  พร้อมทั้งคงหายตื่นเต้นไปแล้วหมอรุ่มีหลายๆเรื่อง  ในกิจกรรมสร้างสรรสังคมที่น่าคิดน่าฟังทีเดียว.