ธรรมชาติให้หูมามากกว่าปาก คงจะให้ใช้ประโยชน์ในการฟังมากกว่าพูด แต่คนมาใช้กลับกัน คือ พูดมากกว่าฟัง จึงเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธืภาพ

       เรื่องนี้จากประสบการณ์สวนตัวของผมเองครับ  ที่ผ่านมาผมว่าคนบางคนฟังไม่เป็นครับ  ผมขอสรุปค่าน้ำหนักของการฟังไว้ 5 ระดับครับ  ระดับ 5 คือ ฟังแล้วเข้าใจทั้งเนื้อหาสาระและความรู้สึกของผู้พูด  ระดับ 4   คือ ฟังเข้าใจเนื้อหาแต่ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้พูด   ระดับ 3  คือ ฟังได้ยินแต่สรุปได้ไม่ถูกต้อง ระดับ 2  คือ   ฟังแต่ไม่ได้ยิน  และ ระดับ 1 คือ ไม่ฟัง(คุยกันบาง ทำอย่างอื่นบ้าง)  และจากการประเมินอย่างหยาบๆ ของผมนะครับ ผมว่าการฟังที่ผ่านมา จะพบได้ทังระดับ 1 - 5 ส่วนระดับที่ 4 - 5 จะมีน้อย จะมีระดับ 1 - 3 ค่อนข้างมาก  ผมขออนุญาตลองวิเคราะห์เล่นๆอีกเช่นกันครับ ว่าสาเหตุของการฟังไม่เป็น น่าจะมาจาก 2 สาเหตุ ครับ สาเหตุแรก มาจากตัวผู้พูด ผู้พูดต้องพิจารณาตัวเองบ้างนะครับว่าพูดแล้วทำไมไม่มีคนฟัง  อาจเป็นเพราะพูดไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ ไม่มีสาระ ไม่มีน้ำหนัก ไม่น่าฟัง  สาเหตุที่สอง เกิดมาจากตัวผู้ฟัง ที่ไม่มีทักษะและมารยาทในการฟัง ซึ่งสาเหตุนี้เป็นกันมากและแก้ยาก เพราะบางคนต้องการแสดงว่าตัวเองเก่งเลยไม่ต้องฟังก็ได้  บางคนก็จิตไม่ว่าง ฟังแล้วแต่ฟังไม่รู้เรื่อง  บางคนยังมีนิสัยเป็นเด็กอยู่ครับ ชอบสนุกสนาน ชอบพูดชอบคุยกัน โดยไม่มีมารยาทในการฟัง.....บางครั้งในที่ประชุมเล็กๆ มีคนแค่ 7 - 8 คน ยังคุยกันอีกครับ และก็คุยต่อหน้าต่อตาให้เห็นๆเลยครับ ผมละอ่อนใจ บางครั้งเข้าไปประชุมมาเรื่องเดียวกัน ยังสรุปไม่ตรงกันก็มีครับ สำหรับตัวผมเอง เวลามีประชุมสัมมนาอะไร ผมจะไปนั่งแถวหน้าสุดเสมอ และ พยายามนั่งกับคนที่ไม่รู้จัก เพื่อที่จะได้มีสมาธิในการฟัง  กระนั้นก็ยังถูกกระแนะกระแหน ในทำนองที่ว่าต้องการโดดเด่นเหนือคนอื่น เป็นอย่างนั้นไปซะอีก..ขอบคุณครับ