ผมประทับใจพ่อหลวง....ของเราเหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และคนไทยที่กระจายกันอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ที่ มช. สมัยนู้นน...พระองค์ท่านจะเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษาที่เรียนจบ ซึ่งจะจัดงานในช่วงฤดูหนาวนี่แหละครับ อากาศกำลังดี  

เมื่อพระราชทานปริญญาบัตรเสร็จพระองค์ท่านจะพระราชทานเลี้ยง คณาจารย์ที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการนักศึกษาที่ดำรงตำแหน่งในสโมสรนักศึกษาที่เรียกว่า สมช. เป็นประจำทุกปี ที่บริเวณพระราชวังภูพิงค์ราชนิเวศ บนดอยสุเทพ อันเป็นที่ทรงพระกรุณาที่สุดมิได้ เหล่าคณะกรรมการ สมช.จะได้เฝ้าอย่างใกล้ชิด  แต่ก็ทรงยกเลิกไปประมาณปี พ.ศ. 2513 ทั้งนี้ผมไม่ขออธิบายว่าทำไม ? ลูกช้างคนไหนอยากรู้ให้ถามพี่พี่ดู ครับ 

ผมออกจากมหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานในชนบทที่อำเภอสะเมิงซึ่งอยู่หลังดอยสุเทพ ก็ได้รับมหากรุณาธิคุณรับเสด็จอีกเพราะที่นั่นมีโครงการหลวงปางดะ ที่เป็นแหล่งผลิตพันธุ์ข้าวไร่หลายชนิด และพันธุ์พืชเมืองหนาว  พระองค์ก็เสด็จทุกปี ซึ่งผมเองก็ได้รับ mail จากเพื่อนๆว่าการที่ทรงทำงานตรากตรำหนัก และเสด็จออกชนบทมากมายนั้นทำให้พระองค์ท่านติดเชื้อชนิดหนึ่งจากดินที่สะเมิงนี่เองจนทำให้พระองค์ไม่สบายอย่างหนักในหลายปีก่อน...แต่ได้รับการรักษาจนเป็นปกติ...  

ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิไชยพัฒนา อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ สมัยนั้นผมมีโอกาสสัมภาษณ์ท่านเพื่อทำหนังสือ ท่านเล่าว่า "พ่อหลวงของเราบุกป่าฝ่าดงจนทากเกาะหลายต่อหลายครั้ง นี่พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์นะ ทรงทำงาน เดินป่า จนทากเกาะ พวกเราผสกนิกรมีสักกี่คนที่เคยโดนทากเกาะดูดเลือด... 

ผมประทับใจพ่อหลวง...เมื่อเห็นภาพเก่าภาพนี้ ผมพบภาพและเรื่องจากหนังสือกินรี บนการบินไทย จึงขออนุญาตนำมาลงซ้ำ เพื่อให้เพื่อนๆที่ยังไม่ทราบข้อมูลได้ทราบครับ... 

....คุณยายท่านนี้มีอายุถึง 102 ปี เมื่อ 52 ปีที่แล้วคือเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2498 พ่อหลวงของเราและองค์สมเด็จพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากนมัสการพระธาตุพนมโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับไปประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  ระหว่างทางชาวบ้านต่างมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น  หนึ่งในนั้นคือคุณยายท่านนี้ 

หลานยายครับ ดีใจอย่างหาที่สุดมิได้ 

เนื่องจากคุณยายชราแล้วจึงให้ลูกหลานอุ้มรับเสด็จแถวหน้าสุด  ในมือถือดอกบัวสายสีชมพูสวยสด 3 ดอก ตั้งแต่เช้าจนบ่าย ดอกบัวเริ่มเหี่ยวเฉาอยู่ในมือคุณยาย  แต่คุณยายก็ยังคงตั้งมั่นจะถวายในหลวงด้วยสองมือของยายเอง เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จมาถึง พ่อหลวงของเราทรงโน้มพระองค์ลงต่ำที่สุดจนพระพักตร์แนบชิดกับศีรษะยาย  ทรงรับสั่งอย่างแผ่วเบาว่าอย่างไรนั้น คุณยายคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยินและซาบซึ้ง....  

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเกล้านี้ จึงเป็นภาพที่จับใจคนทั้งโลก  และมีส่วนต่อเติมชีวิตคุณยายยืนยาวด้วยความสุขต่อมาอีก 3 ปี  

คุณยายท่านนี้ชื่อคุณยายตุ้ม จันทนิตย์ 

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

(ภาพและข้อมูลจาก หนังสือ กินรี ฉบับเดือนธันวาคม 2550 หน้า 129)