๔  ธันวาคม  ๒๕๕๐ ผมได้มีโอกาสร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งกับคณะครูและนักเรียน  และเป็นประธานถวายเครื่องราชย์สักการะ กล่าวคำถวายพระพร และร้องเพลงพ่อแห่งแผ่นดิน,เพลงถวายราชสดุดี และเพลงสรรเสริญพระบารมี   เป็นที่ปลื้มปิติยิ่งของชาวบ้านกร่างวิทยาคม  หลังจากนั้นต้อนรับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ที่มาแนะแนวการศึกษาต่อให้กับนักเรียน ม.๖  สนทนาในมุมมองของนักวิชาการ ก็ให้รู้ว่า เส้นทางสู่การเรียนระดับอุดมศึกษาของนักเรียน ม.๖ มหาวิทยาลัยฯ ให้สิทธิพิเศษบ้านกร่างวิทยาคม ๑๐๐%  จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างน้อย ทุกคนอยากเรียนก็มีที่นั่งเรียนรออยู่แล้ว... ผมมีเรื่องการสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมาเล่าสู่ฟังครับ

                    ธันวาคม  ๒๕๕๐  ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องได้ยินเสียงเฮจากคณะครู  ผมก็สงสัย เดินออกไปถามว่าคุยเรื่องอะไรกัน ดูมีความสุขจังเลย  คุณครูก็ตอบว่า  ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบโควต้าของมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกแล้ว  ผมก็ขอดูรายละเอียด ว่าสอบได้กี่คน คณะอะไรบ้าง  เมื่อดูรายละเอียดพบว่า นักเรียนสอบผ่านข้อเขียนรวม ๑๓ คน ได้หลากหลายสาขาวิชา  เช่น เทคนิคการแพทย์,กายภาพบำบัด,วิทยาการคอมพิวเตอร์ และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น  จากข้อมูลการสอบ นักเรียนสมัครสอบ ๓๓ คน จึงเป็นที่น่ายินดีว่า ผ่านร้อยละประมาณ ๖๑%  หากนับย้อนหลังไปนับแต่โรงเรียนเริ่มเปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่านักเรียนสอบได้สูงสุด ๗  คน ต่ำสุด ๑-๒ คน ปีนี้จึงเป็นปรากฏการณ์แห่งความสุขของชาวบ้านกร่างวิทยาคมที่นักเรียนสอบผ่านข้อเขียนได้จำนวนมากกว่าปีที่แล้วมา  เสียงเฮแห่งความสุขจึงปรากฏขึ้นอย่างไม่มีใครวางแผนล่วงหน้าไว้แม้แต่คนเดียว...เวลาผ่านไปไม่นานหมดคาบเรียน นักเรียนชั้นม.๖ ก็พากันมาดูผลสอบ ทุกคนก็ดีใจ และหลายคนร้องไห้ เสียงแห่งความสุขของทุกคนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นมิติยินดีทั้งครู และนักเรียน    สักพักหนึ่ง กลุ่มนักเรียน ม.๖ ได้พากันเข้ามาห้อง ผอ. ผมเงยหน้าและลุกขึ้นจากเก้าอี้ นักเรียนยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณพร้อมๆ กัน ผมตื้นตันใจอย่างที่สุด  ขนแขนลุก ดั่งมนต์สะกด น้ำตาแห่งความดีใจไหลล้นหัวใจ ผมบอกนักเรียนว่า ยินดีด้วย กับความเก่งของทุกคน ขอบใจกับสิ่งที่ทำให้กับบ้านกร่างวิทยาคม และบอกด้วยว่าน้ำตาที่นักเรียนหลั่งออกมาภายนอกนั้น  ผอ.เองน้ำตาก็ไหลล้นอยู่ภายในเป็นโอ่งแล้ว  

                 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนที่ประสบความสำเร็จเมื่อเทียบสถิติย้อนหลัง นั้น มีองค์ประกอบแห่งความเป็นไปได้  ดังนี้   ๑.วาระสำคัญที่โรงเรียนกำหนดโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ไม่น้อยกว่า ๑๐ คน     ๒.การบริหารโครงการที่มีคณะครูผู้บริหารโครงการและคุณครูทั้งโรงเรียน มีความรับผิดชอบ อุตสาหะ เพียรพยายาม แก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอน ทุ่มเทความรู้ความสามารถอย่างเหนือชั้น  ๓.ความเกื้อหนุนจาก อบต.บ้านกร่างในการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของท้องถิ่น  ๔.ใจนักเรียนที่เกิน ๑๐๐%  และผู้ปกครองที่สนับสนุนส่งเสริม  ๕.นักเรียน ม.๑-ม.๕ และเพื่อน ม.๖ ทุกคนที่เป็นกำลังใจให้กับพี่และเพื่อน  ๖.นักการภารโรงที่คอยดูแลสถานที่และทำอาหารให้รับประทาน 

                 ความน่ารักของนักเรียนชั้น ม.๖ ที่เกิดขึ้นและ  ผมดีใจมากที่สุด เห็นจะเป็นตรงที่ ผมได้พบกับ นายก อบต.บ้านกร่าง(คุณประมวล  บำรุงดี) เล่าให้ฟังว่า มีนักเรียน ๒ คนที่สอบได้ โทรศัพท์ไปหาท่านและขอบคุณท่านนายก เป็นการใหญ่  นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่เกิดจากจิตสำนึกผู้มีกตัญญุตาโดยไม่ต้องรอให้ใครบอก... นี่แหละคนไทยแห่งอนาคตที่ประเทศชาติต้องการ และประกาศให้สาธารณชนทราบว่า โรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคมแม้จะเป็นเพียงโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล ก็มีจุดขายคุณภาพของตนเองได้ไม่เป็นรองใครในโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับเดียวกันผมขอขอบคุณอย่างสูงยิ่งกับผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน...ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาแบบมีส่วนร่วมที่ยั่งยืนเกิดขึ้นแล้วที่ บ.ว.....สวัสดีครับ.