ห่างหายจากการเขียนเรื่องการเดินสำรวจกิ่วแม่ปานนี้มาพอสมควรเพราะได้ไปดงหลวง แต่ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ที่ learners เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับนักศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม
ท่านใดเพิ่งจะเข้ามาอ่านสามารถติดตามอ่านตั้งแต่แรกได้ค่ะ
การเดินทางของสองสาว....ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 1(ไหว้พระมหาธาตุเจดีย์)
การเดินทางของสองสาว....ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 2(สำรวจระบบนิเวศอ่างกา)
การเดินทางของสองสาว....ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 3(กว่าจะได้เข้าไปชม...ป่าเมฆ)
การเดินทางของสองสาว....ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 4(ดั้นด้นเข้าไปกิ่วแม่ปานจนได้)
การเดินทางของสองสาว....ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 5 (ว๊าว! นี่หรือคือ ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์)
การเดินทางต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นเพราะเป็นช่วงกิ่วและฝนตกด้วย
-
พี่ศรเล่าว่าเมื่อปีก่อนมีคนจุดไฟเล่นจากอ.แม่แจ่มด้านล่าง แต่ได้ลามขึ้นมาถึงด้านบน เรื่องนี้ได้ยินตอนขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว ผลกระทบที่ตามมาคือ....
บริเวณนี้เป็นดงกุหลาบพันปี โดยจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นแนว....ในสมัยก่อนที่บริเวณนี้ถือเป็นจุดชมกุหลาบพันปีที่สวยที่สุด เรียกว่าได้รับผลกระทบเต็มๆทีเดียว มาคราวนี้ก็เฝ้าลุ้นว่าต้นกุหลาบเหล่านี้จะมีโอกาสฟื้นตัวได้ในเร็ววัน
เดินต่อมาสิ่งที่พบคือ.....
ดอกกุหลาบพันปีสีแดงสดพบตั้งสองดอก จะมีให้เห็นก่อนพื้นที่ด้านนอก ภาพนี้ต้องใช้ความพยายามพอสมควร เพราะความงามมักมาคู่กับอันตราย เพราะต้นนี้ยื่นออกไปด้านนอกมากเลย....(แต่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะภาพนี้ใช้ราณีถ่ายให้ อิอิ)
ระหว่างทางได้พบดอกบัวทองอินทนนท์สีเหลือง เห็นหยดน้ำฝนเกาะอยู่ตามใบ
พบเจอพรรณไม้หลายชนิดที่จำได้ไม่หมดเนื่องจากต้องระมัดระวังเวลาเดินด้วย ไหนจะถ่ายรูป ไหนจะจดจำชื่อพรรณไม้
ดอกบ้างม่วง
มะยมดอยพบเจอได้ตามกิ่ว ลองชิมแล้วกรอบๆ แต่ไม่มีรสชาติอะไร
ต้นนี้จำไม่ได้จริงๆค่ะ รู้สึกจะชื่อคุ้นๆแต่มีคำต่อท้ายว่า "ป่า"
สมุนไพรชื่อ "มะแคว่น"
เจอจุดต่อไปขอถ่ายรูปกับผู้นำทางสักหน่อย เพราะฝนเริ่มตกอีกแล้ว
เส้นทางที่ต้องระวังมากๆที่สุด มีไม้กั้นอยู่เพียงบางส่วนเท่านั้น เลยถือโอกาสถ่ายรูปไว้สักหน่อย
เส้นทางซึ่งตอนถ่ายรูปมีแต่หมอก แต่กลับมีภาพออกมาแบบนี้
รูปสุดท้ายที่บันทึกได้เพราะแบตฯหมดพอดี ได้ยินพี่ศรเรียกว่า "ม่วงดอกลาย"
จากนั้นก็สิ้นสุดเส้นทางกิ่วแล้ว เรากำลังจะกลับเข้าสู่ป่าดิบภูเขากันอีกครั้ง แต่ก็เห็นเนินสูงอยู่ข้างหน้า เหมาะแก่คนอยากรู้อยากเห็นอย่างเราเป็นยิ่งนัก
ปีนขึ้นไปแล้วก็เห็นมีไม้ไผ่ขัดขวางทางไว้ พี่เขาบอกว่า" เอาไว้กันควายเข้ามา" เผอิญว่าเราไม่ใช่ควายเลยเอาไม้ออกซะ จุดที่เรายืนกันอยู่ตรงนี้เป็นจุดที่มองเห็นพระธาตุนี้ในอีกมุมมองหนึ่ง
บริเวณนี้นอกจากจะมีควายหลงเข้ามาแล้ว ยังมีชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางขึ้นมาหาของป่าด้วยค่ะ
จากนั้นพี่ศรเตือนว่าเราต้องกลับเข้าสู่ป่าดิบภูเขาอีกแล้วนะ ช่วงนี้จะเป็นช่วงทดสอบกำลังขาของเราว่าแข็งแรงหรือไม่
ช่วงนี้ต้องเดินขึ้นตลอด ระหว่างทางจะมีจุดให้นั่งพักเป็นระยะๆ คนขับรถต้องหาไม้มาไว้ให้เราค้ำยันไว้เวลาเดินขึ้นที่ชัน
บริเวณนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดูนกสามารถมาเฝ้าดูได้ค่ะ
เดินมาถึงจุดหนึ่งเราบอกว่าไม่ไหวแล้วขอนั่งพักสักนิดนึง พอเรานั่งพักปรากฏว่าได้ยินเสียงดังมาก หันไปดูเส้นทางที่เรากำลังจะเดินไปมีต้นไม้ใหญ่ล้มพาดเส้นทางพอดี
พี่ศรบอกว่าบริเวณนี้มีกิ่งไม้เปราะเยอะ เท่านั้นแหล่ะ ลืมเหนื่อยทันที รีบเดินกันใหญ่ทีเดียว เพราะความกลัวตาย อิอิ...
จากนั้นเลยเดินรวดเดียวถึงทางออกเลย เส้นทางเหล่านี้ถ้าไม่แวะศึกษาธรรมชาติอะไรมากก็ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าแวะสังเกตรายทางก็จะใช้เวลาหลายชั่วโมงหน่อยค่ะ
กลับมาแล้วมีเรื่องสารภาพคือว่า...ลืมจ่ายค่านำทางให้พี่ศรค่ะ ไว้ปีหน้าละกันนะคะ
2 สาว + ดอกกุหลาบพันปี 2 ดอก = สาวพันปี 2คน ค่ะ (เกี่ยวกันมั๊ยน๊...อ อิๆๆ)
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
ราวกับสรวงสวรรค์ เมื่อไหร่จะมีโอกาสไปบ้างหนอ งามแต๊ๆ
บรรยากาศสุดยอดเลยพี่ น่าสนุกเนอะทริปแบบนี้ ตอนแว้บแรกเห็นชื่อเรื่องแล้วขำ เพราะคิดแปลงชื่อเรื่องจาก… การเดินทางของสองสาว...ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 6 (ดงกุหลาบพันปี) กลายเป็น การเดินทางของสาวสองพันปี...ณ.ปลายฝนต้นหนาว ตอนที่ 6 (ดงกุหลาบ) นึกเองขำเอง ตลกดี ^ ^
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
ตอนแรกว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นอะไรแล้วล่ะครับ เพราะว่า ประโยคสุดท้ายของบันทึกนี่แหละ
บริเวณนี้นอกจากจะมี "ควายหลง" เข้ามาแล้ว ยังมีชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางขึ้นมาหาของป่าด้วยค่ะ
ไม่อยากเป็น ... หลงมานะครับ 555
สวยเหมือนเดิมนะครับ กิ่วแม่ปาน ... :) ผมเห็นเจอตัวตุ่นด้วยครับ ตัวเล็ก ๆ น่ารักมาก ๆ อาจารย์เจอตัวอะไรบ้างครับ นอกจาก ควายหลง :)))
ขอบคุณมากค่ะ อ.ลูกหว้า ที่ให้ความรู้เรื่องดอกไม้
สวัสดีค่ะ