คิดนอกกรอบสู่การปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรในภาคสนาม
วันนี้ วันที่30 พฤศจิกายน 2550 ผมและอ.สิงห์ป่าสัก ได้รับการประสานจากคุณเชิงชาย เรือนคำปา เลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร ว่าทางนายกอบต.ระหาน อำเภอบึงสามัคคี พร้อมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี พร้อมตัวแทนกลุ่มอาชีพและเกษตรกร จำนวน 20 คน จะมาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการบริหารจัดการศูนย์บริการฯและการสนับสนุนอาชีพทางการเกษตรแก่กลุ่มอาชีพทางการเกษตร


จากการที่ได้ฟังการเล่าของนายกอบต.ระหาน ว่า ตั้งแต่ปี.2545 เกษตรกรในตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี ได้ปลูกส้มเขียวหวานทดแทนนาข้าว โดยปลูกส้มระบบยกร่อง ในขณะเดียวกันเมื่อปลูกส้มไปแล้วระยะหนึ่ง ต้นส้มเกิดชะงัก การเจริญเติบโต ต้นโทรม ผลร่วง อาจจะสืบเนื่องมาจากมีการใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น พันธุ์ส้มที่นำมาปลูก อาจจะมาจากแหล่งที่เกิดโรคระบาดมาก่อน และที่สำคัญที่สุดดินที่ปลูกส้มติดต่อกันมาหลายปีไม่มีการปรับปรุงบำรุงดินให้ถูกวิธี จึงส่งผลกระทบให้เกษตรกรชาวสวนส้มขาดทุนและมีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนจากการปลูกส้มไปเป็นพืชอื่นหรือไปทำกิจกรรมอื่นแทนการปลูกส้ม และเท่าที่ทราบการสนับสนุนกลุ่มอาชีพทางการเกษตรของอบต.นาบ่อคำ และศูนย์บริการฯตำบลนาบ่อคำ ได้สนับสนุนแผนพัฒนากลุ่มอาชีพของตำบลนาบ่อคำ มาอย่างต่อเนื่องและประสบผลสำเร็จ จึงได้ตัดสินใจนำพาคณะบริหารอบต. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯและตัวแทนเกษตรกรของตำบลระหาน มาศึกษาดูงานของศูนย์บริการต.นาบ่อคำ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายในกระบวนการผลิตทางการเกษตรเพื่อส่งเสริมอาชีพให้มั่นคงแก่เกษตรกร


จุดแข็งของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาบ่อคำ ได้รับการมอบหมายจากอบต.นาบ่อคำ ให้วางแผนการพัฒนาการเกษตรระดับตำบลร่วมกัน โดยมุ่งการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร มีโครงการที่สำคัญได้แก่ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ ทางอบต.ได้อนุมัติงบประมาณ.ให้ศูนย์บริการฯเป็นผู้ประสานงานร่วม ในปี 2547-2550 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอบต.จำนวน 2,500,000 บาท และยังมีอีกหลายโครงการที่ทางอบต.ให้การสนับสนุนได้แก่ โครงการเพาะพันธุ์ปลากินพืช เพาะเห็ดฟาง เครื่องอัดฟาง ส่งเสริมการปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นและส่งเสริมสนับแผนการผลิตของกลุ่มอาชีพตามพรบ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน


สิ่งที่ได้ในวันนี้คือนายกอบต.ระหาน จากอำเภอบึงสามัคคีมาแลกเปลี่ยนประเด็นการทำงานของคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯเกี่ยวกับภารกิจการถ่ายโอน การให้การสนับสนุนกลุ่มอาชีพทางการเกษตรที่เป็นเครือข่ายของศูนย์บริการฯ ในขณะเดียวกัน คุณรณไชย ไชยยะ เลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯต.ระหาน ได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้วิธีการทำงานกับคุณเชิงชาย เรือนคำปา เลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯต.นาบ่อคำ สิ่งที่ได้ที่สำคัญที่สุดก็คือคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯทั้ง2 ตำบลได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ วิธีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกร

องค์ความรู้ที่นักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพอย่างคุณเชิงชาย เรือนคำปา (เลขานุการคณะกรรมการศูนย์ฯต.นาบ่อคำ ) ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องการเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนให้แก่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของอบต.นาบ่อคำ ที่ได้บรรจุแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ จนสามารถเป็นวิทยากรเองได้ นับว่าประสบความสำเร็จเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจแก่อปท.


สรุปบทเรียนจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขึ้นโดยธรรมชาติครั้งนี้ ของนักส่งเสริมการเกษตร ที่คิดทำงานนอกกรอบ โดยไม่ต้องอาศัยงบประมาณ โครงการ กิจกรรม จากทางราชการ ในขณะเดียวกันช่วงจังหวะที่จัดเวทีเครือข่าย ทั้งระดับของนายกอบต. ระดับเลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯ ระดับของคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯที่เป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพและเกษตรกร พบปะกันโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของทางราชการ แต่จัดกันด้วยใจจริงในเวลาราชการ ซึ่งเป็นมิติการทำงานเชิงรุก และมิติใหม่ของการทำงาน ประสานงานส่งเสริมการเกษตร ในลักษณะการบูรณาการ โดยอิสระทางความคิด ผลที่ได้อยู่ที่เกษตรกรในชุมชนได้รับการพัฒนาอย่างจริงใจ
แหล่งข้อมูล: ศูนย์บิการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลระหาน อ.บึงสามัคคั จ.กำแพงเพชร
องค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ อ.เมืองและ องค์การบริหารส่วนตำบลระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร
สวัสดีครับ
-การคิดนอกกรอบ บางครั้งก็จำเป็น หากสามารถสร้างประโยชน์ให้กับการปฎิบัติงาน
-ในฐานะเป็นเกษตรอำเภอ ก็คอยสนับสนุน ให้กำลังใจและส่งเสริมให้เลขานุการศูนย์ฯ ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
-อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โอนภารกิจศูนย์ฯ อปท.รับไปทั้งหมด การแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯ โดยคำสั่งของ นายก อปท. ถือว่าศูนย์ฯและคณะกรรมการเป็นของ อปท. มีอุปสรรคบ้างกำลังแก้ไขอยู่ คาดว่าไม่นานคงปฏิบัติงานและได้รับการสนับสนุนจาก อปท.
การทำส้มในต.ระหานนั้นเกษตรกรเองไม่ได้ศึกษาเรื่องส้มมามากเท่าใด จึงทำให้เกิดปัญหาเร็ว โดยเฉพาะส้มร่วง จะมาโทษการใช้สารเคมีมากเกินไป คงไม่ใช่ทั้งหมด ที่แน่ ๆ คือจะแก้ไข้อย่างไรให้เกษตรกร อยู่ได้ โดยลดต้นทุนให้มาก...ไม่ใช่ว่าส้มไม่ดีแล้วกู้เงิน ธกส. มากลบร่องทำนาดีกว่า..ควรใช้ประโยชน์จากร่องส้มเก่ามาทำสวนผัก มะละกอ หรือเถาเลื้อยดีกว่า