ติดค้างบันทึกตอนที่ 2 ของเรื่องนี้มานาน เพราะปัญหาทางอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ แต่ที่ผ่านมาได้พยายามโพสต์เรื่องนี้ 2 ครั้งแล้ว เจอจอขาวซะทั้ง 2 หน คราวนี้เลยพิมพ์และบันทึกในเวอร์ตก่อนโพสต์ เข็ดแล้วจริงๆกับการพิมพ์ลงในบล้อกโดยตรง

นับตั้งแต่เปิดเรียนในภาคเรียนที่ 2/2550 เป็นต้นมา

ครูวุฒิได้ยินเสียงบ่นเชิงปรารภจากพี่น้องเพื่อนครูหลายคนจากหลายโรงเรียนว่า.........

เรียนไม่เป็นเรียน  สอนไม่เป็นสอน

งานอื่นๆแทบจะทิ้งไปหมด

วันทั้งวัน  จะมีแต่กีฬา  กีฬา  กีฬา และกีฬาตลอด

ไหนจะวางแผน  ไหนจะฝึกซ้อมเตรียมทีม  ไหนจะฝึกกองดุริยางค์

ไหนจะต้องประสานงานและเตรียมจัดการแข่งขันในระดับโรงเรียน

ไหนจะร่วมวางแผนและดำเนินการแข่งขันระดับกลุ่ม 

ต่อเนื่องถึงระดับเขตพื้นที่การศึกษา  และระดับจังหวัด

ซึ่งในแต่ระดับ  จะมีค่าใช้จ่ายมากมาย

เพราะจะมีองค์ประกอบ  มีพิธีรีตอง  มีขั้นตอนต่างๆมากมายหยุมหยิม 

ใช้ยวดยานพาหนะ  วัสดุ  ครุภัณฑ์  อุปกรณ์   คน  และเวลา  อย่างมหาศาล

เอาแค่ป้ายโฆษณาใหญ่ๆจุดหนึ่ง  ก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นแล้ว

แข่งระดับโรงเรียน  ใช้น้อยๆก็หมื่นสองหมื่น

ระดับกลุ่ม  ถ้าจัดย่อมๆก็ใช้น้องๆแสน  ถ้าอลังการขึ้นมาหน่อย  ก็กว่าแสน

ระดับเขตพื้นที่การศึกษา  ที่นี่ปีนี้วางงบประมาณไว้ที่ 800,000 บาท

คณะทำงานด้านงบประมาณ  ต้องวิ่งหาเงินกันขาขวิด

ในส่วนของครูก็จะต้องถูกบังคับโดยอัตโนมัติ 

ให้จ่าย ๆ ๆ ๆ ๆ  เพื่อใช้เป็นค่าดำเนินการในทุกระดับ

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานทุกฝ่าย  ก็จะต้องประชุม ๆ ๆ ๆ ๆ ... และลงมือทำตลอด

ทุกคณะจะต้องมีการออกประสานงานทั้งใกล้และไกล

   ค่าน้ำมูกน้ำมันจะขึ้นจะลงไม่ต้องไปยี่หระ  เติมๆไปเถอะ 

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ขอคนที่บ้านนั่นแหละ

คณะที่ต้องบากหน้าไปขอเงิน  และขอความอนุเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ

บางทีก็เหมือนไปบังคับเอา  คนให้ก็ให้ด้วยความไม่เต็มใจ  แต่ปฏิเสธไม่ได้

ยกเว้นบรรดาท่านนักการเมือง  ทั้งระดับท้องถิ่น ยันระดับชาติ

รวมทั้งผู้แทนครูในภาคส่วนต่างๆ

เพราะเป็นช่องทางในการหาเสียง  อวดบารมี  และสร้างบุญคุณ

..........

แต่ทุกอย่างที่ดำเนินการ...... ในเนื้อแท้ที่จริงแล้ว  เป็นไปเพื่อกลุ่มคนจำนวนน้อย

มีผู้เรียนที่ได้เป็นนักกีฬาได้ลงเล่นเพียงไม่กี่คน

ถ้าคิดเป็นอัตราส่วนต่อนักเรียนที่ไม่มีส่วนร่วมแล้ว  ไม่ถึงร้อยละ 20

นอกนั้นอย่างมากก็แค่ตัวประกอบ  เพื่อให้พิธีการทางด้านการกีฬาครบถ้วนสมบูรณ์  ตามแบบอย่างที่ถ่ายทอดกันมา

ที่น่าสนใจ  แต่ไม่ใคร่มีใครใส่ใจ  ก็คือ.....  ในช่วงที่เพื่อนๆ กำลังร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬา

เด็กส่วนที่เหลือนอกนั้นเขาไปไหน?  ไปทำอะไร?

เชียร์เหรอ?  ไม่ใช่มั้ง !

 เพราะเท่าที่สังเกต  จะเห็นสวมกางเกงขาสั้นจู๋  ผัดหน้าทาปากแดงๆ(ด้วยอุทัยทิพย์)

ขับมอเตอร์ไซค์ซ้อน 2 ซ้อน 3  ว่อนไปทั่วเลย

บางกลุ่มก็ไปเยี่ยมหนุ่มๆต่างโรงเรียน  ไกลกว่า 10-20 กม. ก็มี

ก็รู้จักกันเมื่อคราวกีฬาปีที่ผ่านมานั้นแหละ 

แล้วก็สานสัมพันธ์กันมาเรื่อยๆ  และต่อเนื่องไปยังกลุ่มเพื่อนๆในก๊วนเดียวกันอีกหลายคู่

บางคู่ถือโอกาสไปส่งกัน หลังเลิกกีฬาตอนมืดค่ำ

ไม่อยากเดาหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น

แต่ภาพมันฟ้องตำตา  และมีถุงยางอนามัยทิ้งเกลื่อนเป็นหลักฐานในบ้านร้าง

ให้น้องๆได้เอามาเล่าขานกันอยู่เนื่องๆ

ยิ่งโรงเรียนใหญ่ๆยิ่งควบคุมยาก

วันดีคืนดี  ก็จะมีข่าวการรีดมารหัวขนทิ้งเป็นระยะๆ  จนเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ที่เป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับครูก็คือ...

การที่ลูกศิษย์ที่ตัวเองฟูมฟักมาอย่างดีในช่วงประถมศึกษา

แต่พอไปอยู่โรงเรียนมัธยมในโรงเรียนอื่น

กลับต้องออกจากโรงเรียนมานั่งอุ้มท้อง  และเลี้ยงลูกในวัยอันไม่สมควรนี่แหละ

(....เจ็บนี้......อีกนาน.......)

..........

ในส่วนของกลุ่มหนุ่มน้อยวัยก่อนแตกพาน  บางกลุ่มก็จะถือโอกาสเหล่สาวๆ

หนุ่มโทรฯ หาสาว  สาวโทรฯหาหนุ่มกันทั้งวัน  โทรฯแบบไม่ต้องเกรงใจบริษัทผู้ให้บริการเอาซะเลย

บางกลุ่มก็ได้โอกาสลิ้มลองของเมา  ตั้งวงดื่มเหล้ากินเบียร์กันมันหยด

ถือโอกาสขอตังค์จากพ่อแม่ (ที่กำลังมีรายได้จากการรับจ้างเกี่ยวข้าวและขายข้าว)  มากขึ้นกว่าปกติ

โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้มากขึ้น  เพราะต้องไปร่วมการแข่งขันกีฬาที่ต่างโรงเรียน

ที่นั่งดื่ม  บางทีก็แถวๆข้างโรงเรียนที่กำลังมีการแข่งขันกีฬานั่นแหละ

ทำไงได้  ก็พวกผู้ใหญ่ทำ(กิน)ให้ดูยั่วน้ำลายหนูก่อนนี่นา

คุณครูนั่นแหละตัวดี

แข่งกีฬาที  ก็โอ้โห....รีเจนซี่....ส่งแทบไม่ทัน

ดังนั้น  หลังเลิกกีฬาทุกวัน  ข้างสนามกีฬาจึงเกลื่อนไปด้วยขวดสารพัดชนิด

เป็นงานแถมให้พวกเด็กๆโรงเรียนเจ้าภาพหรือโรงเรียนที่อยู่ใกล้สนาม  ต้องทิ้งเวลาเรียนมาเก็บไปรีไซเคิ่ล

แต่บางทีก็ใช้เป็นอาวุธห้ำหั่นกัน  เมื่อเวลากื่มได้ที่

และโดยเฉพาะเมื่อ กีฬาแพ้แต่คนไม่แพ้

หางานให้เจ้าหน้าที่อนามัย  และคุณหมอคุณพยาบาลกันตลอด

ครูเองก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย  ในฐานะที่ไม่ดูแลเด็กให้ดี 

....................................

พูดไปสองไพเบี้ย  นิ่งเสียตำลึงทอง

ดูภาพประกอบกันนิดหนึ่ง  อาจละเมินสิทธิส่วนบุคคลบ้าง  คงไม่ว่ากัน

งานนี้ครูวุฒิขออนุญาตเสียมรรยาทอีกตามเคย

Dsc01187 

Dsc01188 
Dsc01211 
Dsc01218 
การแข่งขันกีฬา  เป็นกิจกรรมที่มีองค์ประกอบ  และพิธีรีตองมากมาย  นำมาซึ่งความสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาล  แต่ให้ประโยชน์น้อยมาก

Dsc00850

Dsc00844  
กว่าจะได้การแสดงมาประกอบงานกีฬา  ครูต้องทุ่มเวลาและแรงกาย  รวมทั้งต้องทิ้งเด็กส่วนใหญ่มาซุ่มซ้อมอยู่เป็นเดือนๆ

Dsc01425 
Dsc01391 

Dsc00937 

ทั้งก่อนและในช่วงที่มีการแข่งขัน  รถครูจะถูกใช้งานตลอด 

ค่าน้ำมัน  ค่าสึกหรอ  ค่าความเสี่ยงภัย และค่างวดพร้อมดอกเบี้ยครูจ่ายเอง

Dsc00930 
ใช้กำลังคนมากมายตั้งแต่เริ่มเตรียมการ  งบประมาณมหาศาลจะถูกใช้ไปแบบได้ประโยชน์ครั้งเดียว

Dsc00876 

ครูและบุคลากรทางการศึกษา  จะใช้เวลาอยู่นอกโรงเรียนมากกว่าในโรงเรียน

Dsc01308 
แต่ผลพวงที่ตามมาดูเหมือนว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี (สังเกตมุมล่างซ้ายของภาพ  จะเป็นเหมือนเรื่องปกติของกีฬาไปโดยปริยาย)

Dsc00939 

สาวน้อยถือโอกาสช่วงโรงเรียนแข่งกีฬาสี  ไปเยี่ยมหนุ่มๆต่างโรงเรียน  มีให้เห็นอยู่เนืองๆ

Dsc00421 

และหลังปิดกีฬา  ก็มักมืดค่ำ  หนุ่มส่งสาว  สาวให้โอกาสหนุ่มจึงเกิดขึ้น  เรื่องไม่ดีไม่งามก็ตามมาให้พ่อแม่และครูปวดหัว

Dsc00868 
หลังกีฬาทุกครั้ง  เจ้าของสนามก็มีงานเพิ่มอย่างนี้  ดีจัง!

Dsc00815 
ดื่มกินแต่ละครั้ง  พวกเล่นกันเป็นลัง  เป็นโขลงกันเลย (เดี๋ยวนี้ถ้าซื้อเป็นขวดๆ เขาบอกว่ากระจอก)

Dsc01181 
นี่ไงครับ  ผลลัพธ์ของ"การกีฬา"  ทั้งในเข่งในกระสอบ น่ะ "ช่าย โหมะเลย"

เอ้อเหอ...เอ้อเหอ.... คนอีสานจนเหรอเนี่ย......

ฯลฯ

*************

และเช้าวันนี้  แม้จะเป็นวันเสาร์ 

แต่ครูวุฒิยังต้องออกปฏิบัติภารกิจประสานงานเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์กีฬา

กับสถานีวิทยุชุมชนต่างๆกว่า 6 สถานี

 และจัดทำป้ายขอบคุณสปอนเซอร์อีกกว่า  60-70  ป้าย

งานครู  ก็สนุกอย่างนี้แหละ

แล้วจะให้คะแนน GAT และ NT  มันดีขึ้นได้ยังไง  ช่วยบอกทีครับ

สวัสดีครับ