การได้เกิดมาเป็นมนุษย์และได้พานพบกับพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่ายิ่ง
การได้เข้าวัด ทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่สร้าง สะสม บุญ กุศล หนุนนำ ค้ำส่งชีวิตให้รุ่งโรจน์ และรุ่งเรือง
แต่เหนือสิ่งใดนั้น การได้ “อยู่วัด ทำบุญ” เป็นการสร้างบารมีให้กับชีวีในทุก ๆ อณูของลมหายใจ

ความฝันและความเพียรอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการให้พ่อ แม่ ญาติ พี่น้องได้มา “อยู่วัด ทำบุญ”

 

การได้เข้าวัด ทำบุญนั้นดีแล้ว แต่การ “อยู่วัด ทำบุญ” นั้นดียิ่งกว่า
การเข้าวัดทำบุญ ถ้าเราเข้าวัดทุกเดือน ปีหนึ่งก็ได้ ๑๒ ครั้ง
การเข้าวัดทำบุญ ถ้าเราเข้าวัดทุกสัปดาห์ ปีหนึ่งก็ได้ ๕๒ ครั้ง
การเข้าวัดทำบุญ ถ้าเราเข้าวัดทุกวัน ปีหนึ่งก็ได้ ๓๖๕ ครั้ง
แต่ถ้าเราได้ “อยู่วัด ทำบุญ” เราจะได้สร้างบุญ กุศล ในทุก ๆ เวลาแห่งลมหายใจ

การได้มาอยู่วัด โดยสละเสียซึ่งสิ่งภายนอกทั้งหลาย ทำให้การทำบุญของเรานั้นมิใช่มีเพียงแค่กายเพราะจิตและใจได้อยู่กับวัดไซร้อย่างเต็มกำลัง

การงานที่สับสน มีเวลาเพียงแค่ชั่วครั้งและชั่วคราว ได้เข้าวัดบ้าง ได้ฟังเทศน์บ้าง วันพระบ้าง วันหยุดบ้าง ตัวเข้าแต่ใจต้องพะวงอยู่กับงาน จะกลับเมื่อไหร่ งานจะเป็นอย่างไร ออกจากวัดแล้วจะไปไหน

การอยู่วัด โดยไร้กังวล ตัดความสับสนเรื่องบ้าน เรื่องการงาน ตัดโภคะความกังวล มิต้องสับสนกับโลกที่วุ่นวาย ทำให้ใจและกายน้อมเข้าถึงกระแสแห่งสัทธรรมได้โดยง่ายและยั่งยืน

ทุกย่างก้าวถ้าพ่อแม่และญาติพี่น้องได้มาอยู่วัด ทุกย่างก้าวนั้นคือการกอบกุศล
ทุกย่างก้าวนั้นคือการสร้างผลบุญ ทุกย่างก้าวนั้นเกื้อหนุนบารมี

ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงคราวที่ต้องเข้านอน ได้สานต่อเส้นสายแห่งกุศลผลบุญ
หรือแม้กระทั่งยามนอนจิตใจก็มิต้องสับสนกระสับกระส่ายกังวลในเรื่องปัจจัย ๔ ให้ต้องวุ่นวายใจจนนอนไม่หลับ

พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่จ๋า น้องจ๋า ยายจ๋า ป้าจ๋า ญาติพี่น้องทั้งหลายจ๋า มาอยู่วัดกันเถอะ
อยู่วัด ทำบุญ เกื้อหนุนเป็นทุนส่งให้ชีวิตในชาตินี้และชาติหน้าสุขอุราถ้วนหน้าเอย...