ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ beeman ได้เรียนรู้ในการจัดฝึกอบรมนักเรียนคุณอำนวยรุ่น ๑ ครับ ขอเขียนเป็นข้อๆ ไว้เพื่อความทรงจำครับ
- ห้องฝึกอบรมเล็กไปหน่อย เมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมแจ้งชื่อมาถึง ๔๐ ท่าน แต่มาจริงแค่ ๓๐ และตอนมอบใบประกาศนียบัตร เหลือเพียง ๒๓ ท่าน (เพราะมีบางท่านรีบกลับไปตอนบ่ายสามของวันที่สอง)
- การออกแบบให้มีการถ่ายภาพก่อนการฝึกอบรม..ทำให้ภาพออกมาดูดี ครั้งแรกจะขายภาพหาสตางค์แต่ทีมงานทำไม่ทัน เลยได้ภาพเป็นหน้าปกหนังสือที่แจกให้ผู้เข้ารับการอบรม
- การออกแบบกระบวนการ เนื่องจากเป็นหลักสูตร ToT (Training of the Trainer) อบรมวิทยากรกระบวนการ เป็นลูกผสมกับกระบวนการ KM ทำให้ผลงานออกมายังไม่ค่อยกลมกลืนกันเท่าที่ควร ต้องปรับปรุงในครั้งต่อไป
- ทีมงานบอกว่า อ.บีแมน ต้องสรุปกิจกรรม หลังเสร็จกิจกรรมให้ชัดเจนว่า แต่ละกิจกรรมมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร (ใน ๖ กิจกรรม) อันนี้เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น
- การเขียน Card technique ผู้เข้ารับการอบรมควรใช้สีดำ และกระดาษหัวข้อควรใช้สีเดียว ส่วนสีอื่นๆ สำหรับวิทยากร
- การเดิน ของผู้วิทยากร ต้องเดินเป็นสามเหลี่ยมหรือซิกแซก ไม่เดินตรงๆ
- การสื่อคำสั่ง นอกจากจะพูดหรือบอก ยังต้องเขียนที่กระดาษชาร์ทด้วย เผื่อว่าผู้เข้ารับการอบรมลืม จะได้ไปดูที่ชาร์ทได้
- การ AAR หลังกิจกรรมทุกครั้งของวิทยากร ทำให้ทราบข้อบกพร่องของทีมงานในวันหนึ่งๆ
- ต้องใส่ใจในรายละเอียดน้อยๆ เช่น กิจกรรมฝึกจิต เกียวข้องกับศาสนา ต้องถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมก่อน..
- การใช้กิจกรรม Ice breaking ก่อนเข้ากิจกรรมหลัก ช่วยผ่อนคลาย และทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดสมาธิที่ดี
- ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่ พึงพอใจกับการฝึกอบรมครั้งนี้
- ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณลิขิต ที่ใช้ทีมงานหลักเพียง ๑ คน ถอดบทเรียนผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมด เป็นหนังสือแจกพร้อมประกาศนียบัตร ก่อนปิดโรงเรียน
- ประกาศนียบัตร สำหรับผู้เข้าอบรม ลงนามโดยท่านนายกเทศมนตรี (คุณเปรมฤดี ชามพูนท) และท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ มน. (ท่านอาจารย์วิบูลย์) เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครพิษณุโลก กับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยที่ไม่ได้มีการเซ็น Mou แต่..ทำงานด้วยใจ..(ท่านอาจารย์วิบูลย์ลงนามให้ เพราะว่ามีอ.บีแมนไปเป็นวิทยากรร่วมด้วยนั่นเอง)
- คุณหมอคนชอบวิ่ง ฝึกทีมงานได้ดีมากๆ บีแมนต้องค่อยๆ เรียนเคล็บลับไปทีละเล็กละน้อย