การแก้ปัญหาของภาครัฐที่มีเจตนาดี แต่ไม่เข้าใจปัญหาพื้นฐานของชุมชนนั้น ได้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาหนี้สินให้รุนแรงขึ้นตลอดเวลา ทั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนขยาย ธกส สหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ กขคจ ฯลฯ

 จากการสัมภาษณ์ผู้นำกลุ่ม และผู้นำเกษตรกรในเขตพื้นที่ทับลาน-เขาใหญ่ ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

 071126+083

ผมได้พบประเด็นการสรุปปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ที่สามารถแบ่งออกเป็นได้อย่างน้อยสามยุคด้วยกันคือ

  1. ยุคเบิกเสบียง ที่ชาวบ้านได้เริ่มพึงพานายทุนในการดำรงชีวิต โดยมีผู้มีเงินได้หรือทรัพย์สิน ได้ตั้งตัวเป็นผู้ช่วยเหลือคนที่ทำมาหากิน แบบนักล่า นักเก็บหาของป่า นักเดินทาง พ่อค้าขายเร่ร่อน พเนจร ทำให้มีทุนรอนในการเรื่มทำกิจกรรมดังกล่าว และก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการทรัพยากรและหนี้สิน ที่จะใช้คืนได้ตามเวลา และตามจำนวนที่ นายทุน ตั้งเอาไว้ แต่ก็มักจะก่อหนี้ผูกพันกันไปเรื่อยๆ แบบไปปิดบัญชีก็ตอนเข้าโลง ก็ยังมี
  2. ยุคหาความสะดวก เมื่อมีถนน มีไฟ มีน้ำ มีการสร้างบ้านแบบใหม่ มีของใช้แบบใหม่ ทันสมัย ทำให้ชาวบ้านพัฒนาค่านิยม ซื้อของใช้ราคาแพง ทั้งเงินสด เงินผ่อน ที่ทำให้ชาวบ้านต้องมีค่าใช้จ่ายมาก แต่ระบบรายได้ยังคงเดิม จึงหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ก้อนใหญ่ได้ยาก ยิ่งในปัจจุบัน ค่านิยมได้ขยายไปถึงเรื่องการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ มือถือราคาเอื้ออาทรส่งลูกไปโรงเรียน มือถือใช้ในครอบครัว แบบใครๆก็มีได้นั้น ทำให้เป็นแหล่งก่อหนี้ปกติของชาวบ้านในชนบท จนเป็นหนี้กันทุกหัวระแหง แบบใครก่อหนี้ได้ เป็นคนเก่ง เป็นคนแน่ แต่เป็นหนี้ แบบ รวยภายนอก ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง นั่นแหละครับ
  3. ยุคกู้หนี้ใช้หนี้ เป็นยุคที่ปริมาณหนี้ได้ขยายตัวถึงระดับที่ใหญ่มาก เกินกว่าที่รายได้ของชาวบ้านทั่วๆไป จะสามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ แต่ก็ต้องรักษาหน้าและเครดิตไว้ จึงต้องดิ้นรนทุกวิถืทางในการหาเงินกู้มาใช้หนี้ แบบหนี้หมุนเวียน แต่พอสักระยะหนี้หมุนเวียนก็จะเพิ่มขึ้นจนหมุนต่อไม่ไหว เหลือเพียงหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย จนกระทั่งในปัจจุบันมาถึงระยะที่ แม้แต่ดอกเบี้ยก็ยังต้องกู้มาจ่าย จึงทำให้เงินกู้และหนี้สินมีการขยายไปเรื่อยๆ แบบแทบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด นอกจากการตาย และใช้เงินฌาปนกิจมาใช้หนี้แทน ดังที่ผมเคยเขียนไว้แล้วในเรื่องที่ชาวบ้านตั้งเป้าใช้ ธกส (ธรณีกรรแสง) เป็นวิธีการใช้หนี้

  นี่คือการพัฒนาการของหนี้สินภาคประชาชนในเมืองไทย 

การแก้ปัญหาของภาครัฐที่มีเจตนาดี แต่ไม่เข้าใจปัญหาพื้นฐานของชุมชนนั้น ได้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาหนี้สินให้รุนแรงขึ้นตลอดเวลา ทั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนขยาย ธกส สหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ กขคจ ฯลฯ

 อันเนื่องมาจากชาวบ้านยังขาดความรู้และความเข้าใจในการบริหารเงิน ทุน และหนี้สิน ได้นำทรัพยากรที่พอมี ในทุกด้านไปใช้เพื่อการบริโภค จนเกิดเป็นภาระหนี้สิน ที่ขยายใหญ่โตแบบ ไม่มีวันสิ้นสุด 

จึงได้แต่หวังว่าหน่วยงานสนับสนุนจะได้ช่วยกันมองอย่างเป็นจริง และจริงจังในการแก้ไปปัญหาหนี้สิน ให้ถูกเรื่อง ถูกทาง

ถ้าเราดังทำงานแบบขอไปทีแบบนี้ ประเทศชาติไปไม่รอดแน่นอนครับ 

สวัสดีครับ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐