24-11-50

วันอาทิตย์ที่ 18-11-50 ดิฉันเดินทางพร้อมคุณสุนันทา ถนอมจิตร อรทัย พรรณี  อิ๋ว  วัชรี  ไปงานศพคุณแม่วิไล ตันจัทร์พงศ์คุณแม่คุณหมอชนะอดีตหัวหน้าผู้ตรวจและผู้อำนวยการโรงพยาบาลบำราศ

ในระหว่างเดินทางเราคุยกันเรื่องแม่สามีที่สมองเสื่อมโดยติ๋มถนอมจิตรได้เล่าเรื่อง แม่สามีและแม่ตัวเองและความทุกข์ที่ต้องอดทนช่วงที่สองแม่ที่สมองเสื่อมทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน

ดิฉันขอชมครอบครัวนี้จริงๆค่ะ

ตัวดิฉันเองก็เล่าเรื่องแม่สามีที่สมองเสื่อมและมาตามหาดิฉันซึ่งอยู่ชั้นสองในห้องนอนค่ะ  

 คุณย่าท่านอายุ94แต่ยังเดินได้และมาตามหาสใภ้โดยมาร้องเรียก  ฮัลโหลๆๆๆมีใครอยู่ไหม      ร้องซ้ำๆ

ครั้งแรกดิฉันก็ตอบไปแต่ครั้งหลังต้องแอบเงียบจนท่านเหนื่อยไปเอง  ( บาปเหมือนกันแต่ไม่ไหวจริงๆค่ะเพราะฮัลโหลทั้งวัน  ) 

 ในงานศพที่เด่นชัยจัดงานใหญ่มากและมีแขกมากมาย   เจอท่านรองกิตติและรองเสรี

 คุณแม่วิไลทำบุญไว้มาก     มีการแจกเงินให้องค์กรต่างๆมากมาย

งานนี้คุณแม่สั่งไว้ก่อนตายว่าห้ามรับซองค่ะ

อ่านในหนังสืองานศพทราบว่าท่านสอนลูกๆให้ซื่อสัตย์ค่ะ

เมื่อดิฉันยังเป็นหมอเด็กๆพี่ชนะเล่าเรื่องบริษัทยาและหมอที่ไปขอความช่วยเหลือจากบริษัททั้งเงินเลี้ยง   การประชุมต่างประเทศ

พี่ชนะสอนดิฉันว่าพวกบริษัทยาจะดูถูกพวกหมอเราลับหลัง   

ดิฉันไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับบริษัทมากนัก     มีบริษัทที่เสนอให้ไปต่างประเทศบ้าง

อยากให้มีกติกาในการรับความช่วยเหลือที่ยอมรับได้ค่ะ

   ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะมีsale นำขนมมาให้หมอเพื่อสามารถเข้ามาก่อนเวลาได้        ดูเหมือนเอาของมาให้หมอแทนการแนะนำยาในระหว่างการให้ขนมก็จะเสนอและแนะนำยาอย่างรวดเร็วค่ะ

ขอบคุณพี่ชนะและคุณแม่วิไลที่ถ่ายทอดสิ่งดีๆให้ดิฉันจดจำค่ะ

ขอบันทึกเพื่อเป็นเกียรติแด่คุณแม่วิไล ตันจันทร์พงศ์ที่มีพระคุณต่อพี่ชนะ     และแด่พี่ชนะที่มีพระคุณต่อดิฉันค่ะ

ท่านตั้งดิฉันเป็นผู้อำนวยการโดยที่ดิฉันไม่มีโอกาสฝึกการทำงานมาก่อนยกเว้นการสอนให้ดิฉันเป็นคนที่ซื่อสัตย์ค่ะ

ส่วนจะปฏิบัติได้แค่ใหนดิฉันยังไม่กล้ารับประกันตัวเอง     แต่พยายามถือศีลห้าให้ครบค่ะ