ดอกบัวในใจยังคงบานอยู่ ไม่มีวันโรยรา (แม่เฒ่าตุ้ม)

ที่นครพนม บนเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินตรงสามแยกชยางกูร-เรณูนคร

บ่ายวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 นายอาณัติ บุนนาค หัวหน้าส่วนช่างภาพส่วนพระองค์ ได้บันทึกภาพในวินาทีสำคัญที่กลายเป็นวิชาประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งของประเทศ

แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102  ปี ไปรอรับเสด็จพร้อมดอกบัวสายสีชมพู จำนวน 3 ดอก ตั้งแต่เช้าจนบ่าย แสงแดดแผดเผาจนดอกบัวสายในมือเหี่ยวโรย แต่หัวใจรักภักดีของหญิงชรายังเบิกบาน

เมื่อในหลวงเสด็จฯ มาถึงตรงหน้า แม่เฒ่าได้ยกดอกบัวสายโรยรา 3 ดอกนั้นขึ้นจบเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้ง

พระเจ้าแผ่นดินทรงโน้มพระองค์ลงมาจนถึงพระพักตร์เกือบชิดกับศีรษะของแม่เฒ่า ทรงแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน พระหัตถ์แตะมือกร้านคล้ำของเกษตรกรชราชาวอีสานอย่างนิ่มนวล

ไม่มีใครรู้ว่าทรงกระซิบคำใดกับแม่เฒ่า แต่แน่นอนแม่เฒ่าไม่มีวันลืมเช่นเดียวกับในหลวงไม่ทรงลืมราษฎรคนสำคัญที่ทรงพบริมถนนวันนั้น  

หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ แล้ว ทางสำนักพระราชวังได้ส่งภาพรับเสด็จของแม่เฒ่าตุ้ม พร้อมทั้งพระบรมรูปหล่อด้วยปูนพลาสเตอร์ผ่านมาทางอำเภอธาตุพนมให้แก่แม่เฒ่าตุ้มเป็นที่ระลึก

พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ อาจมีส่วนชุบชูให้แม่เฒ่ายืนยาวด้วยความสุขต่อมาอีกถึงสามปีเต็ม ๆ

(ความตอนหนึ่งในหนังสือ ชื่อ ในหลวงของฉัน พิมพ์โดย พิฆเณศ พริ้นติ้ง เซ็นเตอร์ หน้า 50) 

เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ชวนให้คิดถึงคำพูดบางคำ ที่ว่า

"... โบราณเปรียบคนดี คนเก่ง เหมือนรวงข้าว

รวงข้าวที่สมบูรณ์ เมล็ดข้าวย่อมมีน้ำหนักมาก

ก็จะยิ่งน้อมลงสู่ดิน

แต่ถ้ามีรวงไหน มีเมล็ดฟีบ ไม่สมบูรณ์

รวงข้าวก็จะตั้งขึ้น ไม่ค่อยน้อมลงดิน ได้แต่อวดตัว

แกว่งไปแกว่งมา แต่หาคุณค่ามิได้ ..."

(อ้างจาก หนังสือ ชื่อ 365 วัน ฉันรักในหลวง หน้า 73)

อ่านดูแล้วได้คิดอะไรบ้างหรือไม่ครับ

แต่ผมประทับใจมาก ทั้งคำพูดและภาพถ่าย

ผมรักในหลวง ครับ :)