ท่านคิดเห็นอย่างไรกับพฤติกรรมของเด็กไทยที่ติดเกมส์จนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
ปัญหานี้ถ้ามองแบบไม่เข้าข้างใคร ก้ต้องบอกว่าเป็นไปตามสภาวะการณ์ในปัจจุบัน ที่เห้นว่าเราต้องมีวิทยาการที่ก้าวหน้าและตามทันเขา(ชาติอื่น) เพราะเกมพวกนี้มันก้มาจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายมิใช่หรือ อีกส่วนหนึ่งมันก็มาจาก ผู้ปกครองไม่มีเวลาอยุกับลูก เพราะเรื่องปากท้องของคนในครอบครัวนั้นสำคัญ ไม่ว่าคนระดับใด ก้ต้องทำงานและหาเงิน เพื่อนำมาจุนเจือครอบครัว ฉะนั้นจึงไม่มีเวลาให้กับลุก ก้เลยต้องหาสิ่งอื่นสิ่งใดมาชดเชย เมื่อเด้กได้รับสิ่งที่ถุกใจ เช่นเกม ก็เลยมีอาการติดกันงอมแงม อย่าว่าแต่เด้กเลย หากผุ้ใหย่ได้มีโอกาศลองเล่น ก็ยังมีติดเกม จนไม่เป็นอันหลับ อัน นอนก็มี ขนาดผุ้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแล้วยังติดเกม แล้วเด้กหล่ะ จะแค่ไหน? ฉะนั้น เราคิดว่า ผู้ปกครองนั่นแหละที่ต้องคอยดุแลใกล้ชิด เด็กและคอยชี้แนะในสิ่งที่ถุกต้องหรือไม่ อย่าตามใจลูกมากเกินไป เดี๋ยวจะกลายเป๋น พ่อ-แม่ รังแกฉัน
ต้องเริ่มจากคนใกล้ชิด ในการตักเตือนบุตรหลานตัวเอง ควรเล่นแบบพอประมาณ ควรหาอย่างอื่นให้เด็กทำบ้าง หรือ ควรแนะนำสิ่งดีๆหรือทำกิจกรรมเล็กๆภายในครอบครัว เพื่อชาวชน(เด็ก)จะได้คิดหรือสร้างสรรค์ในทางอื่น นอกเหนือจากเกมส์ที่พวกเขา(เด็ก)กำลังติดเจ้าพวกนี้อยู่.. เด็กทุกคนต้องการความรัก คนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะเป็นผู้สอนและผู้นำที่ดี สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เชาวชน(เด็ก)เปลี่ยนพฤติกรรม คือ คนใกล้ชิด
การที่เด็กเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ มีลักษณะการใช้งานเพียงคนเดียวหรือภายในกลุ่มเกมส์ออนไลต์ จะได้รู้จักพบปะพูดคุย ในกลุ่มเล่นเกมส์ ผลกระทบต่อครอบครัวและความสัมพันธ์กับครอบครัวมีน้อยลง จนทำให้เด็กเก็บตัวอยู่ภายในโลกส่วนตัวมากเกินไป เด็กจะให้เวลาและมุ่งมั่นกับเกมส์ พฤติกรรมของเด็กก็จะเกิดความก้าวร้าว รุนแรง เพราะเกมส์สมัยนี้มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก เทคนิค ความทันสมัย ภาพและเสียง สมจริงมากขึ้น สื่อเกมส์ทางด้านความรุนแรง และอนาจาร ทำให้เด็กได้รับอิทธิพลจากสื่อเกมส์มากพฤติกรรมจะเปลี่ยนไปทางรุนแรงตามมา
ทุกอย่างในโลกนี้ เมื่อมีข้อเสียก็ต้องมีข้อดีบางอย่างอยู่บ้าง เช่น มีหลายเกมที่ช่วยฝึกการสังเกต ฝึกทักษะความไวในการโต้ตอบ ฝึกไหวพริบ สร้างสรรค์หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆบางเกมทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลบจากโลกภายนอก แต่เด็กบางคนที่อยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือตู้เกมทั้งวัน จึงอาจกลายเป็นเด็กที่อยู่แต่กับตัวเองได้เหมือนกัน การเล่นอย่างขาดการควบคุมที่เรียกว่าติดเกมนั้น ส่งผลให้เด็กใช้เวลากับการเล่นเกมส์จนขาดความกระตือรือร้น ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองที่จะทำกิจวัตรประจำวัน และหน้าที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการเรียน เพราะส่วนใหญ่เมื่อได้เล่นเกมแล้วจะเล่นอย่างหมกมุ่น ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย ทั้งเรื่องสายตา ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมอื่นๆ เด็กบางคนที่อยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือตู้เกมทั้งวัน จึงอาจกลายเป็นเด็กที่อยู่แต่กับตัวเอง ขาดทักษะทางสังคมในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เด็กที่ติดเกมหลายคนจะหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ไม่รู้จักแบ่งปันคนอื่น ใจแคบ และหลายคนก้าวร้าวมากขึ้น
ถ้าจะหาทางแก้ไข เริ่มจากการตกลงกติกากันให้ชัดเจน โดยต้องกำกับให้เป็นตามข้อตกลง ในการเล่น หรือดึงความสนใจให้ออกห่างจากเกมส์ เช่น พาไปเที่ยวสวนสัตว์ สวนสนุก หรือหากิจกรรมทำในครอบครัว เป็นต้น
การเล่นเกม หรือติดเกมเป็นพฤติกรรมที่เด็กส่วนมากชื่นชอบ เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเวลาเท่าที่ควรในการดูแลบุตรหลานของตนจนทำให้เด็กเกิดความเหงา หรือเกิดจากการเลี้ยงดูอย่างตามใจ อีกทั้งการขาดวินัยในตนเอง ทำให้เด็กไม่รู้จักหน้าที่หรือเวลาที่ควรกระทำ ว่าสิ่งใดมีความสำคัญในแต่ละวัน หากเด็กหันมาสนในการอ่านหนังสือหรือใฝ่เรียนรู้ก็จะดีมากว่าการเล่นเกม
เด็กสมัยนี้อยู่ในยุกเทคโนโลยี มีสิ่งเร้ามากมาย เกมคอมพิวเตอร์ก็เป็นเหมือนดาบสองคมมีทั้งด้านดีและด้านเสีย ด้านดีคือช่วยฝึกทักษะ ฝึกสมอง สร้างความเพลิดเพลิน และอื่นๆอีก แต่หากเด็กสนใจมากเกินไปเกิดการหมกมุ่นอยู่กับเกม ความคิดและพฤติกรรมก็จะแสดงออกมาตามลักษณะเกมที่เด็กเล่น ซึ่งมีผลกับสภาพจิตใจ สติปัญญา ร่างกาย กับตัวเด็ก หรืออาจส่งผลต่อสังคมหากเด็กหาทางออกไม่ได้ ดังเช่นข่าวอาชญากรรม คดีเด็ก ในหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ในปัจจุบัน
เด็กในปัจจุบันมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะหลงไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง เกมคอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก เพราะเขาจะสนุกและให้ความสนใจกับเกมคอมพิวเตอร์มาก อีกทั้งผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก ก็จะเสนอความสุขให้ลูกด้วยการให้คอมพิวเตอร์เป็นเพื่อนแก้เหงา ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่สามารถกลั่นกรองสิ่งดีสิ่งชั่วหรือให้คำแนะนำที่ดีกับเด็กได้ ด้วยวุฒิภาวะระดับนี้เด็กก็ไม่สามารถแยกแยะได้อะไรดีอะไรไม่ดีจึงทำให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวขึ้น
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
ปัญหานี้ถ้ามองแบบไม่เข้าข้างใคร ก้ต้องบอกว่าเป็นไปตามสภาวะการณ์ในปัจจุบัน ที่เห้นว่าเราต้องมีวิทยาการที่ก้าวหน้าและตามทันเขา(ชาติอื่น) เพราะเกมพวกนี้มันก้มาจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายมิใช่หรือ อีกส่วนหนึ่งมันก็มาจาก ผู้ปกครองไม่มีเวลาอยุกับลูก เพราะเรื่องปากท้องของคนในครอบครัวนั้นสำคัญ ไม่ว่าคนระดับใด ก้ต้องทำงานและหาเงิน เพื่อนำมาจุนเจือครอบครัว ฉะนั้นจึงไม่มีเวลาให้กับลุก ก้เลยต้องหาสิ่งอื่นสิ่งใดมาชดเชย เมื่อเด้กได้รับสิ่งที่ถุกใจ เช่นเกม ก็เลยมีอาการติดกันงอมแงม อย่าว่าแต่เด้กเลย หากผุ้ใหย่ได้มีโอกาศลองเล่น ก็ยังมีติดเกม จนไม่เป็นอันหลับ อัน นอนก็มี ขนาดผุ้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแล้วยังติดเกม แล้วเด้กหล่ะ จะแค่ไหน? ฉะนั้น เราคิดว่า ผู้ปกครองนั่นแหละที่ต้องคอยดุแลใกล้ชิด เด็กและคอยชี้แนะในสิ่งที่ถุกต้องหรือไม่ อย่าตามใจลูกมากเกินไป เดี๋ยวจะกลายเป๋น พ่อ-แม่ รังแกฉัน
ต้องเริ่มจากคนใกล้ชิด ในการตักเตือนบุตรหลานตัวเอง ควรเล่นแบบพอประมาณ ควรหาอย่างอื่นให้เด็กทำบ้าง หรือ ควรแนะนำสิ่งดีๆหรือทำกิจกรรมเล็กๆภายในครอบครัว เพื่อชาวชน(เด็ก)จะได้คิดหรือสร้างสรรค์ในทางอื่น นอกเหนือจากเกมส์ที่พวกเขา(เด็ก)กำลังติดเจ้าพวกนี้อยู่.. เด็กทุกคนต้องการความรัก คนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะเป็นผู้สอนและผู้นำที่ดี สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เชาวชน(เด็ก)เปลี่ยนพฤติกรรม คือ คนใกล้ชิด
การที่เด็กเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ มีลักษณะการใช้งานเพียงคนเดียวหรือภายในกลุ่มเกมส์ออนไลต์ จะได้รู้จักพบปะพูดคุย ในกลุ่มเล่นเกมส์ ผลกระทบต่อครอบครัวและความสัมพันธ์กับครอบครัวมีน้อยลง จนทำให้เด็กเก็บตัวอยู่ภายในโลกส่วนตัวมากเกินไป เด็กจะให้เวลาและมุ่งมั่นกับเกมส์ พฤติกรรมของเด็กก็จะเกิดความก้าวร้าว รุนแรง เพราะเกมส์สมัยนี้มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก เทคนิค ความทันสมัย ภาพและเสียง สมจริงมากขึ้น สื่อเกมส์ทางด้านความรุนแรง และอนาจาร ทำให้เด็กได้รับอิทธิพลจากสื่อเกมส์มากพฤติกรรมจะเปลี่ยนไปทางรุนแรงตามมา
ทุกอย่างในโลกนี้ เมื่อมีข้อเสียก็ต้องมีข้อดีบางอย่างอยู่บ้าง เช่น มีหลายเกมที่ช่วยฝึกการสังเกต ฝึกทักษะความไวในการโต้ตอบ ฝึกไหวพริบ สร้างสรรค์หรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆบางเกมทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลบจากโลกภายนอก แต่เด็กบางคนที่อยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือตู้เกมทั้งวัน จึงอาจกลายเป็นเด็กที่อยู่แต่กับตัวเองได้เหมือนกัน การเล่นอย่างขาดการควบคุมที่เรียกว่าติดเกมนั้น ส่งผลให้เด็กใช้เวลากับการเล่นเกมส์จนขาดความกระตือรือร้น ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองที่จะทำกิจวัตรประจำวัน และหน้าที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการเรียน เพราะส่วนใหญ่เมื่อได้เล่นเกมแล้วจะเล่นอย่างหมกมุ่น ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย ทั้งเรื่องสายตา ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมอื่นๆ เด็กบางคนที่อยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือตู้เกมทั้งวัน จึงอาจกลายเป็นเด็กที่อยู่แต่กับตัวเอง ขาดทักษะทางสังคมในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เด็กที่ติดเกมหลายคนจะหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ไม่รู้จักแบ่งปันคนอื่น ใจแคบ และหลายคนก้าวร้าวมากขึ้น
ถ้าจะหาทางแก้ไข เริ่มจากการตกลงกติกากันให้ชัดเจน โดยต้องกำกับให้เป็นตามข้อตกลง ในการเล่น หรือดึงความสนใจให้ออกห่างจากเกมส์ เช่น พาไปเที่ยวสวนสัตว์ สวนสนุก หรือหากิจกรรมทำในครอบครัว เป็นต้น
การเล่นเกม หรือติดเกมเป็นพฤติกรรมที่เด็กส่วนมากชื่นชอบ เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเวลาเท่าที่ควรในการดูแลบุตรหลานของตนจนทำให้เด็กเกิดความเหงา หรือเกิดจากการเลี้ยงดูอย่างตามใจ อีกทั้งการขาดวินัยในตนเอง ทำให้เด็กไม่รู้จักหน้าที่หรือเวลาที่ควรกระทำ ว่าสิ่งใดมีความสำคัญในแต่ละวัน หากเด็กหันมาสนในการอ่านหนังสือหรือใฝ่เรียนรู้ก็จะดีมากว่าการเล่นเกม
เด็กสมัยนี้อยู่ในยุกเทคโนโลยี มีสิ่งเร้ามากมาย เกมคอมพิวเตอร์ก็เป็นเหมือนดาบสองคมมีทั้งด้านดีและด้านเสีย ด้านดีคือช่วยฝึกทักษะ ฝึกสมอง สร้างความเพลิดเพลิน และอื่นๆอีก แต่หากเด็กสนใจมากเกินไปเกิดการหมกมุ่นอยู่กับเกม ความคิดและพฤติกรรมก็จะแสดงออกมาตามลักษณะเกมที่เด็กเล่น ซึ่งมีผลกับสภาพจิตใจ สติปัญญา ร่างกาย กับตัวเด็ก หรืออาจส่งผลต่อสังคมหากเด็กหาทางออกไม่ได้ ดังเช่นข่าวอาชญากรรม คดีเด็ก ในหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ในปัจจุบัน
เด็กในปัจจุบันมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะหลงไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง เกมคอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก เพราะเขาจะสนุกและให้ความสนใจกับเกมคอมพิวเตอร์มาก อีกทั้งผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก ก็จะเสนอความสุขให้ลูกด้วยการให้คอมพิวเตอร์เป็นเพื่อนแก้เหงา ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่สามารถกลั่นกรองสิ่งดีสิ่งชั่วหรือให้คำแนะนำที่ดีกับเด็กได้ ด้วยวุฒิภาวะระดับนี้เด็กก็ไม่สามารถแยกแยะได้อะไรดีอะไรไม่ดีจึงทำให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวขึ้น