ผมเตลิดออกนอกลู่ไปไกล เมื่อตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เมื่อ ครั้งที่แล้ว เมื่อคืนเลยเขียนใหม่ เสร็จครับแล้วก็หลับคาเครื่อง กดปุ่มไหนไม่ทราบได้ หายไปทั้งหมด เลยแก้แค้นด้วยการเข้านอนทันที ตื่นมาตี 4 คิดว่าไม่ได้แล้ว แค้นนี้ต้องชำระ และกะว่าจะเอาแบบ หมัดตรง ไม่มัวขี่ม้าชมเมือง ให้เปลืองเวลาอีกแล้ว
ที่ว่าฟัง เอ. เอ็ม. วันนั้นเจอเรื่องดีๆหลายเรื่อง ได้แก่เสียงการบรรยายของท่าน พระพยอม ช่วงหนึ่ง และของ สมณะจันทร์ จากสันติอโศกอีกช่วงหนึ่ง
ของท่านพยอมนั้นขำตรงที่ท่านบอกว่า ชาวพุทธเราไม่น้อยไม่เชื่อกฏแห่งกรรม หรือผลจากการกระทำของตน มัวไปหล่งเซ่นไหว้ อ้อนวอน บรรดาเจ้าพ่อ เจ้าแม่มากมายหลายองค์ เช่นเจ้าแม่กาลี เจ้าแม่นั้น เจ้าแม่นี้ ทำพิธีกันจนเหยื่อหมดตัวไปก็ไม่น้อย Shot เด็ด ท่านบอกว่า ส่วนใหญ่เจ้าแม่พวกนี้มาจากอินเดีย รู้มั้ยว่าตอนนี้อินเดียขาดแคลน เจ้าแม่ที่เคารพบูชามากเลย เหตุเพราะบ้านเราไปเรียกหามาเข้าทรง มาเซ่นไหว้ไม่ได้หยุดหย่อน ... อีกอย่างที่น่าสงสัยคือ ป่านนี้ Passport ของท่านจะหมดอายุ ได้ต่อหรือยังก็ไม่รู้ เพราะมาอยู่นานเหลือเกิน ... ฮา
ส่วนที่โดนใจผมมากก็ของท่านสมณะจันทร์ ที่ท่านเล่าเรื่องประกอบการบรรยายธรรมว่า แต่ก่อน นานมาแล้ว มีการตั้งคำถามแก่กุลบุตรของเศรษฐี ผู้มีอันจะกิน ด้วยคำถามธรรมดาๆ ว่า
" ข้าวมาจากไหน ? "
เด็กๆต่างก็มีคำตอบของตนดังนี้
- คนที่หนึ่ง : ข้าวมาจาก จาน
- คนที่สอง : ข้าวมาจาก หม้อ
- คนที่สาม : ข้าวมาจาก ถัง
- คนที่สี่ : ข้าวมาจาก กระสอบ
ท่านคิดว่าคำตอบของกุลบุตรเหล่านี้ สะท้อนความจริงอะไร ในสังคมปัจจุบันครับ !
ก่อนจบมีของแถมครับ ......
ครั้งหนึ่ง ครูคนหนึ่งพร่ำบอกลูกศิษย์ตัวน้อยคนหนึ่งว่า ในโลกนี้ มีสัตว์และพืช เป็นแหล่งอาหารสำคัญของคนเรา ไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ เราก็ไม่มีอาหารกิน .. เด็กน้อยใช้ความฉลาดของตนตอบคัดค้านทันทีว่า ...
" ไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ... ผมกิน โอวัลติน ก็ได้ "
เป็นบทความที่ดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าทำให้เราได้คิด เพราะปัจจุบันนี้คนเราไม่ค่อยชอบคิดไม่ค่อยชอบหาอะไรที่เป้นประโยชน์ต่อสติปัญญามาใส่สมอง มัวแต่หาเรื่องกันไปวันๆ ซ้ำร้ายบางคนยังชอบหยิบเอาเรื่องเล็กน้อยที่เป็นสนิมในสมองมาเก็บไว้ให้เกิดเป็นมะเร็ง หมดความสุขกันพอดี
หากคนเราลองหันมามองมุมที่ต่างมองมุมที่ทำให้เราออกห่างจากความวุ่นวายเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน
เป็นบทความที่แฝงอารมณ์ขัน แต่ให้ข้อคิดที่ดีนะค่ะ เป็นจริงอย่างที่เห็นในบทความล่ะค่ะ คนเราในปัจจุบันหวังพึ่งแต่เทพเจ้า และโชคชะตามากกว่าตัวเองไปเสียแล้ว และยังให้ความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมน้องลงเรื่อยๆ
สวัสดีคะ
เป็นบทเรื่องการ ความที่ดีเลยคะอาจารย์จากที่ได้อ่านบทความข้างต้นก็แสดงให้เห็นถึงบุคคลที่ชอบ บนบานศาลกล่าว ชอบบูชาในสิ่งที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้ จึงทำให้เกิดความงมงายเกิดขึ้น ตัวดิฉันเองก็เป็นคนชอบทำบุญ เข้าวัดอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ชอบไปบน บานศาลกล่าวหรอกคะ เชื่อแต่สิ่งเดี่ยวว่าเกิดมาชาตินี้เพื่อมาใช้กรรมในชาติก่อนที่ได้ทำเอาไว้ หมั่นสร้างบุญสร้างกุศลกันเถอะคะ แล้วชีวิตจะสุขสบาย
ขอบคุณทั้ง 3 ท่านข้างบนครับ ที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น
ความจริง อ่านดีๆ จะพบว่าประเด็นหลักของบันทึกนี้ อยู่ตรงไหนนะครับ ใครมองออก ช่วยมาบอกต่อสักหน่อยก็ดีครับ
ใครพิมพ์แล้ว ไม่ตรวจทาน คลิก ส่งขึ้นไปก็มักได้เจอที่ผิดบ่อยๆครับ แล้วก็ตามแก้ไม่ได้ด้วย โปรดระวังครับ
น่าน น่ะสิครับ น้องบ่าว ขจิต ฝอยทอง
ตัวอย่างเรื่อง ATM ก็มาเสริมเรื่อง โอวัลติน ได้ดีทีเดียว
ขอบคุณครับ
เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้สังคมไทยหันมาตระหนักเรื่องนี้กันมากๆนะคะ การที่เด็กๆและคนรุ่นใหม่โตมาแบบไร้ราก ไม่รู้ที่มาที่ไป ความลำบาก เหนื่อยยาก ของชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน น้ำดื่มก็นึกว่าได้มาจากขวด อาหารการกินก็นึกว่าได้มาจากร้าน มองไม่เห็นคุณค่าของดิน ของน้ำ ของอากาศ(วันๆอยู่แต่ในห้องแอร์ นั่งรถติดแอร์ นอนห้องแอร์) จึงไม่คิดดูแลสิ่งแวดล้อม
เรามักเอาสิ่งที่ตนเองปรารถนาจะได้ จะมี จะเป็น ให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นเสมอ ทำให้ต้องบนบานศาลกล่าว อาหาร น้ำ อากาศ ก็ยังให้มีตัวกลางมาจัดการให้เรา เรามักไม่ค่อยคิดว่าหากไม่มีตัวกลาง เช่น คนผลิตโอวัลติน แล้วเราจะกินอะไร ใช่มั้ยคะอาจารย์
ขอบคุณ อ.คุณนายดอกเตอร์ มากครับ
เป็นความจริงครับที่อุตรดิตถ์เด็กในเมืองไม่ได้สัมผัสเลยว่าข้าวมีที่มาอย่างไร แม้แต่จะทานก็มีคนหามาให้ จัดให้ พวกไม้ผลของไทยเดิมๆ เช่น มะขวิด มะตูม ตะขบตาควาย เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักแล้วครับ
สวัคดีครับ
ผมคิดว่าเป็นการตอบที่ไม่ได้คิด ของคนที่ไม่มีความสำนึกของการลำบากของชาวนา แต่ในคำถามบอกไว้ "ข้าวมาจากใหน" เด็กๆต่างก็มีคําตอบของตนดังนี้ ผมคิดว่ายังดีนะที่เป็นยังเป็นคำตอบเด็ก ถ้าเป็นของผู้ใหญ่ละก้อมีหวังประเทศชาติ............
เพื่อเป็นการแก้ปัญหา
1.ข้าวมาจากไหน?
คำตอบคือ .....จากแรงมาเป็นรวงระยะทางอันเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราวล้วนทุกยากลำบากเข็ญ...
เหงื่อหยดสักกี่หยาดทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็นจึงแปรรวงมาเป็นกิน.....
2.สะท้อนความจริงอะไรในปัจจุบัน?
คำตอบคือ...สัตว์ชนิดใดเลี้ยงลูกด้วยเงิน?
3.มีคำถามต่อว่า...ไฟในเตา น้ำในหม้อ ข้าวเหนียวในหวดนึ่งข้าว อะไรทำให้ข้าวเหนียวสุก? และให้แง่คิดอะไรกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน?
คำตอบ................................................
ผมก็นึกว่าจะอธิบายว่าข้าวเกิดมาจากอะไรเกิดมาจากใหน
สวัดดีค่ะ อาจารย์
หนูอ่านบทความแล้วหนูรู้สึกว่าเป็นความจริงของเด็กในปัจจุบันนี้นะค่ะ
ที่บ้างคนไม่รู้ว่าข้าวที่เรากินทุกวันนี้มาจากไหน
***มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของชาวนา
ขอบคุณค่ะ.........
กด่เกดเกด้กดิแอเดเดกเกดเกดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ส.บ.ม หกด
ข้าวมาจากหยาดเหงื่อของชาวนาค่ะ