<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify">เขียนเรื่องเครียดๆหรือเรื่อง2ง่าม2แง่ทางสังคมและการเมือง ไม่สนุกเหมือนเรื่องให้หวานชื่น..แต่ก็ขออนุญาต เพราะไปเจอโจทย์กระแทกใจจังๆ ได้ติดโชคอัพที่ใจตั้งหลายตัว แต่ใจมันดื้อ จะแหกโค้งอยู่เรื่อยๆ ดึงเชือกให้ ยอ ยอ..ก็ไม่ยอมหยุด </p><p align="justify">สาเหตุมาจาก เล่าฮู..ประกาศรับสมัครหน่วยกู้ภัยทางวิชาการ คิดได้ไงนี่ ..ยังมีวิชาการอะไรหลงเหลือไว้ให้กู้อีกเรอะ!! ประเด็นนี้แหละที่มายั่วตบะสั่นคลอน จึงขออนุญาตเอาขนมครกไปร่วมกินกับขนมเค้กให้อร่อยสักมื้อ อย่าคิดมากหรือคิดน้อยนะครับ เอาแบบพอเพียงพอดีๆ จะได้มีความสุขในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นักวิชาการดีๆในบ้านเรามีปะเลอะปะเต๋อ เพียงแต่ท่านหลบไปเป็นมวยซุ่มเสียมากกว่า หลายคนบอกว่าขี้เกียจเปลืองตัวเปลืองใจ และบางท่าน แวะเข้ามาเป็นครูอาสาสอนเราที่เฮฮาศาสตร์ </p><p align="center">
<div class="content">พ่อครูบาฯ ลืมไปหนึ่งเมนูค่ะ ... แกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นฝีมือแป๋วเอง...น้ององุ่นแอบเป็นกังวลว่าเมนูนี้จะรอดมั้ยเนี่ย...ปรากฎว่าข้าวกล่องที่ราดด้วยเมนูนี้หมดเกลี้ยงในวันที่ขึ้นเขาไปไหว้พระค่ะ...อิอิอิ</div>
</span></p><p align="justify">คนที่ไม่มีสภาวะใจทางสังคม จะมากอบกู้วิกฤติยาก อาจารย์ภูคา แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวรสะท้อนให้คิดว่า..การดำเนินงานเชิงสังคมวิชาการในสถาบันต่างๆ มีองค์ประกอบแวดล้อมหลายตัว ถ้าเรื่องไหนการเมืองไม่เอาด้วยจะทำยาก ซึ่งก็เห็นด้วยโดยดุษฎี แต่ขอยกตั้งไว้ ยังตอบไม่ได้ว่าวิธีที่ไม่จนมุมนั้นเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าน่าจะมีทางออก ถ้าปัญญาไม่ขาดภูมิธรรม ภาษาชาวบ้านอธิบายว่า ไม่มีภูมิทำ ขอเอาใจช่วยให้จัดตั้งหน่วยกู้ภัยทางวิชาการได้สำเร็จ บางทีหน่วยกู้ใจของคนแซ่เฮ จะได้ไปอาศัยความรู้จากท่านบ้าง </p><p align="justify">ประเทศเรา เพิ่งผ่านบทเรียนภาคชีวิตและสังคมแบบโชกเลือดไปหมาดๆ เมื่อครั้งที่พวกชนชั้นปัญญาหนีเข้าป่าหัวซุกหัวซุน จะป่าไหนละ.. ก็ป่าดงหลวงที่พี่น้องชาวโซ่ปักหลักอยู่กันนี่แหละ ..คนหนุ่มสาวหนีออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไปแปลงสภาพเป็นสหาย อยู่กลางดินกินกลางทราย เสี่ยงตายหนีระเบิดและลูกปีน ช่วงนั้นน่าจะได้ไปเรียนวิชา ความชอบธรรมทางสังคมกันจนอิ่มแปล้ </p><p align="justify">ตอนนี้กลับออกมาแล้ว บางคนเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในรัฐบาล ไม่ทราบว่าเอาหลักการที่เรียนกับนักปฏิรูปสังคมที่ดงหลวง มาบริหารความเป็นธรรมในสังคมระดับประเทศบ้างรึเปล่า เราไม่เข้าใจว่ามาทำอะไรบ้าง เพราะขณะนี้เกิดการเลื่อมล้ำทางสังคม ไม่น้อยกว่าสมัยที่ตนเองเคยเรียกเขาว่าทรราชเสียอีก </p><p align="justify">ผมอยากจะถามความรู้สึกสหายผู้นำรุ่นอาวุโส ที่มาเล่าความนัยให้ฟัง แต่ไม่อาจจะทำตอนนั้นได้ จึงล้มตัวนอนฟัง ร่ำๆจะลุกขึ้นมาหลายครั้ง ก็นึกว่าไม่บังควรไปเพิ่มความลำบากใจให้ท่าน และไม่อยากถูกถีบลงศาลาด้วย จึงนอนฟังนิ่งๆ ทำท่าถ่ายรูปกลบเกลื่อนความเคลื่อนไหวในใจ แต่ถามตอนนี้ก็ไม่สาย ใช่ไหมละครับ </p><ol style="margin-top: 0cm">
</ol><p> มีบทเรียนที่เจ็บปวด แล้วไม่เรียนไม่พัฒนาวิชามิติทางสังคม ไม่สร้างภูมิคุ้มกันสังคม บทที่ไม่เรียนนี้ จึงไปโผล่ที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถอดแบบมาอีรอบเดียวกันเดี๊ยะเลย </p><p>· โจรกระจอก</p><p>· ขี้เกียจเอาแต่เลี้ยงนกเขา</p><p>· ลูกสาวใครสวยก็ฉุด</p><p>· มองว่าเขาเอาแต่ศาสนา ไม่สนใจพัฒนาการงานอาชีพ </p><p align="justify">การตั้งโจทย์เยี่ยงนี้ จึงโดนลองดี โดนดักยิง เผาโรงเรียน วางระเบิด เพื่อให้สะท้อนคิดใหม่ว่า “มันไม่ใช่” อย่าดันทุรังทำ ฉีกตำรา..หันกลับมาเยี่ยวยาบาดแผลในใจ เลิกตั้งหน้าตั้งตาขยายความเอารัดเอาเปรียบ เลิกข่มแหงน้ำใจกันเถิด คนเราจะแก้เผ็ดกันมันมีหลายหมื่นวิธี และก็ยังไม่มีตำราไหนป้องกันได้เสียด้วย ขนาดมหาอำนาจชั้นนำโลก ยังโดนจี้เครื่องบินตัวเองชนตึกระฟ้าเล่นมาแล้ว ถามว่าใครเจ๋งกว่าใคร!! อย่าประมาทเรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์ และละเลยน้ำใจระหว่างกันเลยท่านที่รัก มาพัฒนาวิธีบริหารพลังแห่งความรักความเมตตากันเถิด คนแซ่เฮเขาคุยกันว่า </p><p align="justify">..ใครอกหักก็มีอกให้ซบ </p><p align="justify">ทำดีก็มีคนปรบมือชม </p><p align="justify">มีเรื่องเครียดก็มีคนให้ระบาย </p><p align="justify">เหงาเศร้าก็มีคนเล่าเรื่องตลกให้หัวเราะ.. </p>
คาราวะท่านครูบาฯ
สวัสดีครับท่านพ่อครูบาฯ
ขอบคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์
จะคุยทางโทรศัพท์ หรือคุยทางBlog ครับ
สามารถแลกเปลี่ยนท่านบางทราบที่Blog คนเข็นครกขึ้นเขา ครับ
:ซับน้ำตา แล้วไปอาบน้ำทาแป้ง เขียนเรื่องราวดงหลวง ตอนควงตะหลิวพริ้วเส้นหมี่ หรือเอาตอนรับรางวัลจากครูอ้อย อิอิ
เมื่อ จ. 19 พ.ย. 2550 @ 12:26
462167 [ลบ]
ขอบพระคุณข้อคิด และวิธีคิดที่พ่อครูบาฯ มีมอบให้ลูกหลานชาวแซ่เฮได้คิด ได้เรียนรู้ ได้ปรับกระบวนการ เพื่อการพัฒนางาน พัฒนาชีวิต แนวคิดของเราค่ะ
สวัสดีครับพ่อครู
ในคืนนั้นผมเองรู้สึกเดียวกับพ่อครูครับ แต่ก็กลัวว่าคำถามที่พูด หรือความคิดที่เข้าแลก จะเป็นการก่อความไม่สงบไปได้
ในเวลานี้ผมคิดว่าเราต้องหาบทสรุปแห่งการขัดแย้งทางแนวคิด และเปลี่ยนเป็นความหลากหลายที่มุ่งร่วมกันที่จุดเดียวคือความดีงาม ด้านสังคม และจิตวิญญาณ โดยอยู่บนความยอมรับแห่งความแตกต่าง หรือการเท่าเทียมที่มีความหมายแค่ความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ หาใช่การเท่าเทียมแห่งความมั่งคั่งและแร้นแค้นแบบที่นักคิดแบบปฏิวัติตีค่า
ผมว่าความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะเป็นวิถีทางเดียวแห่งการอยู่ต่อไปในสังคมโลก เพราะโลกนี้มีคนไม่มากที่จับจองเป็นเจ้าของไปซะหมด คนหมู่มากจึงต้องช่วยเหลือกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ขอบคุณมากครับ
ดีใจที่ชอบ ครับ
อาจารย์ขยันที่สุด ทั้งงานสอน งานส่วนตัว งานสังคม
ดีใจที่ได้พบกันในบรรยากาศอย่างนี้ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เธอเป็นความหวังของชาวแซ่เฮ