ก่อนหน้านี้เป็นช่วงที่มีงานประจำเทศการอีกอย่างหนึ่งคือการออกพรรษา และมีประเพณีที่ทำติดต่อกันมาคือการชักพระ ที่เป็นช่วงฤดูน้ำหลาก สมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็กๆอยู่นั้น ได้ร่วมกิจกรรมที่รอคอยด้วยใจที่จอจ่อตามประสาเด็กๆได้ยินเสียงโฮ่ร้อง เสียงฆ้องและกลองที่ดังได้ยินไปไกลๆ ทำให้ต้องรีบไป ทุ่งนาที่มีข้าวเขียวขจี มีน้ำเต็มทุ่ง หากเรือพระผ่านไปที่นาของใครเจ้าของที่นาก็จะยินดีมากพระถือว่าข้าวที่ได้จะสวยงาม ได้รับผลบุญกุศลไปด้วย ในที่นาบางที่ก็มีโคลนเฉอะแฉะแต่ทุกคนก็ไม่ถือสา เรือพระจากทุกวัดในละเวกใกล้ๆภายในตำบลหรือต่างตำบลก็ดีทุกคนต่างก็มาช่วยกันลากโดยจับเชือกขนาดเท่าข้อมือ ซึ่งคงนำมาจากที่เรืออวนลากใช้กัน แล้วทุกคนก็ช่วยกันลากไป ผ่านทุ่งนาที่มีน้ำ มีการหยอกล้อและมีหนุ่มๆสาวๆจีบกันไปด้วย เปียกปอนไปด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้เลยคือมีแม่ค้าตามไปขายของถึงที่ด้วย ที่เห็นจะมีมากและนิยมนำมาก็คือขนมจีน เพราะว่าในสมัยก่อนขนมจีนไม่ได้มีขายมากมายเหมือนกับในสมัยนี้ นอกจากมีงานบุญใหญ่ทีหนึ่งถึงจะมีมาขายทีหนึ่ง ถึงตอนเที่ยงก็แวะพักโดยร่วมวงรับประทานอาหารกันด้วยความเอร็ดอร่อย สมัยนี้ที่เห็นไม่มี ท้องทุ่งนาให้เรือพระได้ลากผ่าน เนื่องจากไม่มีนา และนิยมลากเข้าในเมืองและใช้รถยนต์แทนคน ไม่ได้ยินเสียงการตีฆ้อง,ตะโพนในตอนกลางคืนก่อนวันชักพระ 1 คืน นิยมแต่งแข่งขันประกวดประขันเอารางวัลกันมากก่วา ผิดกับเมือก่อนที่เน้นความสามัคคี ความสนุกสนาน ได้ออกกำลังกาย และยังได้พบคนต่างหมู่บ้านที่มากหน้าหลายตา มีการแบ่งปันอาหารการกินกัน บรรยากาศแบบนั้นคงไม่มีแล้ว
ประเพณีที่ไม่มีให้เห็น
สนุกกับบุญที่ได้ทำและมีความสำคัญในช่วงนี้อีกแบบหนึ่ง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย ยืนยง ราชวงษ์ · 16 พ.ย. 2550
SINGHA _THE KOP · 16 พ.ย. 2550
ศน.อ้วน · 16 พ.ย. 2550
Phoenix · 16 พ.ย. 2550
cherry_blossom · 16 พ.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 16 พ.ย. 2550
อมรา(บ้านบึง) · 16 พ.ย. 2550