ข้อมูล สำนักงาน กปร. งานนิทรรศการ 60 ปี ครองราชย์

     สวัสดีครับ ทุกท่าน มาว่ากันต่อเป็นตอนที่ 3 ซึ่งเป็น พระบรมราชโชวาท เมื่อวันที่ 18 กรกฏษคม 2517  ความว่า

 "การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น  ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นเสียก่อน...ใช้วิธีการอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ...เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว  จึงค่อยเสริมสร้างความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป..หากแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย  ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆขึ้น  ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด  ดังเห็นได้ที่อารยธรรมประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในเวลานี้

       การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชน  ในการประกอบอาชีพ  และตั้งตัวในความพอกิน  พอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะผู้มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง  ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงได้ต่อไปแน่นอน  ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญให้ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับ  ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น  ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดและล้มเหลว  และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์"

   ภูมิสังคม

        การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึกถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิมัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน ดังพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า

    "...การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมจิตวิทยาคือ นิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม้ได้.. เราต้องแนะนำ  เราเข้าไปช่วยโดยที่จะคิดให้เขาเข้ากับเราไม่ได้  แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว  เราเข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ  แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักของการพัฒนานี้..ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง

   องค์รวม

        ทรงมีวิธ๊คิดอย่างองค์รวม(Holistic)หรือมองอย่างครบวงจร ในการที่จะพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้นจะทรงมองเหตุฏารณ์ที่จะเกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชือมโยงดังเช่น  กรณีของ"ทฤษฎีใหม่"ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพทางหนึ่งที่พระองค์ทรงมองอย่างองค์รวม  ตั้งแต่การถือครองที่ดินโดยเฉลี่ยของประชาชนคนไทย  ประมาณ 10-15 ไร่ การบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ  อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ในการประกอบอาชีพ  เมื่อมีน้ำในการทำการเกษตรแลวจะส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้นและหากมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น  เกษตรกรจะต้องรู้จักวิธีการจัดการและการตลาด  รวมถึงการรวมกลุ่มรวมพลังชุมชนให้มีความเข้มแข็งเพื่อพร้อมที่จะออกสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอก"ด้อย่างครบวงจรนั้นคือทฤษฎีใหม่  ขั้นที่ 1,2 และ 3

    วันนี้ค่อยข้างจะยาวไปนิด แต่ผมเชื่อว่าถ้าท่านได้ติดตามอย่างต่อเนืองท่านจะอ่านอย่างไม่เบื่อแน่นอน วันพรุ่งนี้ จะว่ากันต่อในเรื่อง ไม่ติดตำรา  สวัสดีครับ