การฟ้อนผีมดผีเม็งเป็นการไหว้ผีบรรพบุรุษประจำปีหรือเป็นการทำพิธีแก้บน

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ชาวลัวะได้นำผีมาขายให้ชาวเมืองที่ต้องการซื้อผีมาประจำตระกูล ผู้ที่ต้องการให้คนในตระกูลของตนเองมีความสนิทสนมกลมเกลียวพร้อมๆกับมีความม่วนงันรื่นเริงให้ซื้อผีมดผีเม็ง(ขอให้ย้อนกลับไปอ่านเงินค่าผีล้านนา)

ประเพณีการเลี้ยงผีมดผีเม็งขึ้นอยู่กับผู้คนในตระกูลจะตกลงกันว่าการเลี้ยงผีบรรพบุรุษจะมีเมื่อใด  อาจเป็นปีละหนึ่งครั้ง หรือสองปีครั้งแล้วแต่จะตกลงกัน กำหนดเดือนราวๆเดือน 8-9 เหนือหรือล้านนา(เดือน6-7ภาคกลาง)

การไหว้ผีมดผีเม็งจะต้องสร้างผามหรือปะรำเพื่อประกอบพิธีในการฟ้อน  อุปกรณ์ในการฟ้อนมีผ้าถุง เสื้อแบบล้านนา ผ้าเคียน(โพก)หัว  ที่สำคัญต้องมีผ้าผืนยาวห้อยไว้ที่กลางผามเพื่อให้บรรดาญาติๆเข้าไปจับผ้าที่ห้อยแล้วเอาใบหน้าซบกับผ้าพร้อมกับโยนตัวไปมาเปิดโอกาสให้ผีบรรพบุรุษเข้าสิงตนเองหลังจากนั้นก็ไปแต่งตัวแบบเจ้าทรงทำการฟ้อนบูชาผีบรรพบุรุษ  โดยมีเครื่องดนตรีแบบล้านนาที่เรียกกันว่าวงก๋องเต่งถิ้งหรือวงปี่พาทย์มอญ  ลีลาการร่ายรำไม่มีแม่ไม้ท่าทางเป็นสิ่งตายตัวใครจะรำอย่างไรก็แล้วแต่วิญญาณจะพาไปตามเสียงดนตรีซึ่งมีเพลงบรรเลงโดยเฉพาะชื่อเพลงผีมดกิ๋นน้ำบ่ะป๊าว(ผีมดกินน้ำมะพร้าว)

เครื่องบูชาเซ่นไหว้มีหมู ไก่ เหล้า ข้าวต้ม บางตระกูลมีเลือดหมูสดๆ  แล้วแต่จะกำหนด  ซึ่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอาจแตกต่างกันไปบ้าง นอกจากนี้มีขัน(พาน)ข้าวตอกดอกไม้  ธูปเทียน  หอกดาบ บรรดาอาวุธที่เจ้าของตระกูลมี ที่สังเกตข้อแตกต่างระหว่างผีมดผีเม็งยังมีอีกเล็กน้อยนั่นคือตระกูลที่นับถือผีมดจะไม่มีกระบอกปลาร้า  ส่วนผีเม็งเวลาไหว้ผีจะมีกระบอกปลาร้าเป็นเครื่องสังเวยพร้อมกับอาหารอื่นๆจึงมีคำพูดกันว่า " ผีเม็งน้ำฮ้า"

ที่สำคัญในการฟ้อนแต่ละครั้งมีการให้ความรู้สอดแทรกในพิธีกรรมเช่นการคล้องช้าง  ในตอนบ่ายใกล้งานเลิก  หากตระกูลใดมีเขยใหม่จะให้เขยใหม่สมมุติตนเองเป็นช้างคลานไปมาในข่วง(ลาน)พิธี  บรรดาญาติจะเอาผ้าขาวม้าหรือผ้าที่มีความยาวไล่คล้อง  ช้างต้องคลานหนีให้ไวที่สุด แสดงถึงความสามารถ  ความแข็งแรงที่หลบหลีกอันตรายที่จะมาทำร้ายตนเองซึ่งในชีวิตจริงต้องปกป้องครอบครัวด้วย  เมื่อคล้องช้างได้ก็นำมาเลี้ยงเหล้ายาในวงพิธี

อีกกิจกรรมหนึ่งจะทำก่อนที่พิธีจะจบลงมีการล่องสะเปา(เรือ)หาปลาโดยการนำเอาอุปกรณ์ที่สมมุติว่าเป็นปลาเตรียมไว้โยนทิ้งไปตามข่วง(ลาน)บรรดาญาติในตระกูลต่างพากันเข้าในวงสะเปา บางคนมีพายก็พายเรือไป ส่วนคนที่มีเครื่องมือก็จะทำพิธีการนำแซะ(ชะนาง)ส้อน(ช้อนตัก)เอาปลาบางคนก็ทำการทอดแหจับปลาสมมมุติที่โยนไว้ก่อนหน้านี้แล้วเป็นการสอนให้ลูกหลานขยันหมั่นเพียรทำมาหากิน

ประเพณีการฟ้อนผีมดผีเม็งช่วยให้ลูกหลานมารวมกันประกอบพิธีร่ายรำเกิดความสนุกสนานในการที่มาร่วมกันนานๆกว่าจะมาพบกันเกิดความสามัคคีในวงตระกูล  บางครั้งลูกหลานเกิดการเจ็บป่วยก็บนบานศาลกล่าวแก่ผีมดผีเม็ง เมื่อหายจากเจ็บป่วยก็มีการทำพิธีไหว้ผีแก้บน ในการประกอบพิธีแต่ละครั้งชาวบ้านใกล้เคียงจะมาร่วมเตรียมเครื่องแต่งดาบูชา  เสียงดนตรีทำให้ชาวบ้านมาดูการฟ้อนผีมดเป็นการผ่อนคลายเหมือนหนึ่งมีการแสดงพื้นบ้านให้ชาวบ้านได้ชม

การฟ้อนผีมดผีเม็งเป็นการบูชาผีบรรพบุรุษที่สืบทอดมายาวนานสร้างความสามัคคีในเครือญาติช่วยให้ชาวบ้านมีดนตรีได้ชมเป็นการผ่อนคลายเกิดความสนุกสนาน

หลังจากพิธีกรรมฟ้อนผีมดผีเม็งจบลงก็เชื่อกันว่าวิญญาณบรรพบุรุษก็กลับไปอยู่ที่หอผีที่สร้างไว้ในรั้วบ้านคล้ายกับหอผีปู่ย่าของคนล้านนาในครอบครัวอื่นๆ  รอไว้โอกาสในปีต่อไปจึงประกอบพิธีกรรมไหว้สาผีมดผีเม็งกันใหม่