วันไหนเรามองเห็นขาวกับดำ ด้วยความรู้สึกว่า ก็แค่นั้น เราก็คงไม่ต้องทุกข์ใจ
จะเชื่อหรือไม่ การสนทนากันระหว่างวัน เป็นตัวกำหนดอารมณ์เราได้ เช่นวันนี้ได้มีโอกาสสนทนากับ ผู้ที่เคยทำงานร่วมกันมา หลายปี เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ชอบนุ่งผ้าถุง ชุดไทย ผ้าไทย ปัจจุบันเธอเป็นผู้ใหญ่บ้าน ในชุมชนที่ผู้เขียนย้ายมา จากการสนทนาวันนี้ เลยทำให้ผู้เขียนเกิดอาการปลงๆ อย่างไรไม่ทราบ ทั้งๆที่ตลอดเวลา ผู้เขียนพูดแต่ให้กำลังใจเธอ
เที่ยงวันนี้ ขณะที่กำลังจะรับประทานอาหาร มื้อกลางวัน ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง เป็นสายของผู้ใหญ่วันเพ็ญนั่นเอง เธอว่า เย็นนี้ว่างไหม เลิกงานแล้ว เธอขอให้แวะหาเธอหน่อย มีเรื่องให้ช่วยเหลือ คือมาลำดับเรื่องราวให้หน่อย ทางเทศบาลจะเชิญไปให้เธอพูดให้ผู้นำชุมชน 40 แห่งฟัง ในฐานะที่ได้รับรางวัลชุมชนดีเด่น 3 ปีซ้อน
ผู้เขียนจึงเดินทางออกจากที่ทำงานตั้งแต่ 4 โมงเย็น เพื่อไปพบกันตามนัด เมื่อเจอกันผู้เขียนก็ทำตัวว่าเป็นพิธีกร ยิงคำถามให้เธอตอบ และเสริมให้ ทั้งนี้ เพราะ เราต่างก็ได้ร่วมแรง ร่วมใจกัน สมัยที่ผู้เขียน ดูแลชุมชนนี้อยู่ และส่งหมู่บ้านเข้าประกวด ชนะเลิศ 3 ปี ซ้อน เลยช่วยกันเสริม ทวนความกันได้ดี
ผู้ใหญ่วันเพ็ญทำงานเก่ง ว่องไว พูดจาสุภาพมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งหมู่บ้าน เธอนับเขาเป็นญาติไปหมด แต่พอต้องพูดเวที ก็เกิดอาการประหม่าทุกที และชอบให้ไปเป็นพี่เลี้ยง
ก่อนจะย้ายไปจากที่นี่ ผู้เขียนทำงานสนุกมาก แต่เพราะมีเหตุ ตามที่เคยเขียนในบันทึก กับความหมายของคำว่าเพื่อน จึงทำให้ต้องย้ายไป และเคยกลับมาแอบร้องไห้คนเดียว ด้วยความคิดถึง แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนยังรู้สึกผูกพันที่นี่อยู่ก็คือ ทางผู้ใหญ่วันเพ็ญ จะมีข้อปรึกษาอยู่เสมอ ในการพัฒนาหมู่บ้าน บางครั้ง ก็แกล้งว่ามีเรื่องด่วน หกโมงเย็นเจอกัน แต่พอมาถึง กลายเป็นจัดอาหารมาต้งโต๊ะกินข้าวกัน สิบกว่าคนก็มี ความคุ้นเคย อบอุ่นใจก็ยังมีอยู่
มาวันนี้ หลังจากร่างเรื่องราวที่จะไปพูดแล้ว ผู้ใหญ่วันเพ็ญ ก็เริ่มเล่าเรื่องที่แท้จริงที่อยากจะคุยมากกว่า
เธอว่า เดี๋ยวนี้หมู่บ้านเรา เด็กๆสามารถมีเงินเล่นการพนัน ทีละเป็นหมื่นๆ น่าเป็นห่วง เพราะยาบ้ากลับมาระบาดอีกแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่ชักชวน ต่อต้านกันไป คนที่เคยร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่บ้าน ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ไม่สนับสนุนเหมือนแต่ก่อน และติดจะหันเห ไปในทางที่ผิดอีก ด้วยความที่เธอรักหมู่บ้านมาก ไม่อยากให้ บ้านเกิด สู่ความวิบัติ ไม่กล้าพูดกับใครเลย เพราะเขาอาจเป็นฝ่ายตรงข้ามได้ ซึ่งมีอิทธิพลพอสมควร บางครั้งเธอเรียกมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งธุระ(เธอขับรถยนต์ไม่เป็น) เขายังไม่กล้าไปส่ง บอกว่า เดี๋ยวพวกนั้นเขามาเบียดตกถนน ป้ากับผม ก็จะลำบากไปด้วย เธอรู้สึกเศร้าใจ
ถามเธอว่ากลัวไหม เธอบอกไม่เคยกลัวเลย แต่ไม่อยากให้ลูกหลานเปลี่ยนไปในทางที่ผิด ความจริงเรื่องเหล่านี้ กำลังหวลกลับมาสังคมอีกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะที่นี่ เพียงแต่ผู้ใหญ่วันเพ็ญมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อบ้านเมืองสูงมากนั่นเอง ถึงจะเป็นปัญหาที่เกินกำลัง ของเราทั้งสอง แต่ผู้เขียนก็ตั้งใจจะช่วยเหลือเธอ ให้ทุกข์น้อยลง ด้วยการสนทนาดังต่อไปนี้
การทำดี ทำชั่วมีอยู่ทั่วไปในโลกเรานี้ ในหลวงของเราท่านทรงรับสั่งใจความว่า เราไม่สามารถทำให้คนทุกเป็นคนดีได้ แต่ทำอย่างไร จึงจะอย่าให้คนชั่วมาปกครองคนดี.....
คนดีก็ทำดีเรื่อยไป คนชั่วเขาก็มีหน้าที่ทำชั่วของเขาไป แต่ถ้าคนชั่วระรานคนดีก็เหมือนคนขว้างลูกบอลใส่กำแหง เขาก็ย่อมได้รับผลสะท้อนกลับที่รุนแรงเช่นกัน แต่ถ้ากว้างลูกบอลใส่คนดีที่อ่อนแอ ก็เหมือนกว้างบอลใส่ตาข่าย ไม่มีแรงสะท้อนกลับ มีแต่ตาข่ายจะถูกทำลายในที่สุด
ผู้เขียนปลอบเธอว่า อย่ากลัวเลย คนเราถ้าเขาจะต้องฆ่าเราสำเร็จ เมื่อไหร่เขาก็ต้องฆ่า แต่ถ้าเขาทำเราไม่ได้ เราก็จะไม่ตายด้วยมือพวกเขาแน่นอน คนดีเทวดาย่อมคุ้มครอง
ผู้ใหญ่ดูสดชื่นขึ้นบ้าง และถามว่า จะทำอะไร ที่มันรู้สึกดีๆได้บ้างในช่วงนี้ ผู้เขียนเลยเล่า การทำความดีถวายในหลวง ของเขาคันทรงให้ฟัง ซึ่งได้เรื่องทำความดีมาตั้งหลายเรื่องและกำลังลงมือกันในชุมชน คราวนี้แววตาของผู้ใหญ่วันเพ็ญมีประกายทีเดียว และว่าเธอจะนัดชาวบ้านมาประชุมที่วัด หารือ กันทำแบบเขาคันทรงบ้าง ก่อนจากกันไปประชุมกองทุนหมู่บ้านต่อ ผู้ใหญ่วันเพ็ญดูเปลี่ยนท่าทีกระชับกระเฉงขึ้น พร้อมขับมอร์เตอร์ไซค์ปร๋อเข้าหมู่บ้านไป
การสนทนากัน ก็เป็นกำลังใจอย่างหนึ่ง มีผู้ที่นับถือท่านหนึ่ง กล่าวว่า คนทำดี เขาไม่ต้องการอะไรหรอก นอกจากกำลังใจ...ก็น่าจะจริง แต่ผู้เขียนกลับรู้สึก ปลงๆ ก็เพราะคิดว่าทำไมโลกนี้ จะต้องมีของคู่กันเสมอ เหมือนมีขาวก็ต้องมีดำ วันไหนเรามองเห็นขาวกับดำ ด้วยความรู้สึกว่า ก็แค่นั้น เราก็คงไม่ต้องทุกข์ใจ ซึ่งก็เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผู้เขียนได้รับการสอนมา.......และผู้เขียนก็บอกผู้ใหญ่วันเพ็ญต่อไปแล้วด้วย แต่ไม่ทราบว่า ระหว่างผู้เขียน กับผู้ใหญ่วันเพ็ญใครจะทำได้ก่อนกัน.....
.....กับเรื่องเล่าระหว่างวัน
.......ที่นำมาฝากแบบปลงๆ ...........
สวัสดีค่ะ
คนอย่างผู้ใหญ่วันเพ็ญ เป็นผู้ที่น่ายกย่อง เชิดชู และช่วยไม่ให้เธอเสีย้วลากับความทุกข์ เธอเป็นผู้ให้ จริงใจ เสมอ ที่บันทึกนี้ ก็ต้องการเผยแผ่ความดีของเธอค่ะ
จะนำกำลังใจไปให้เธอค่ะ คนทำดี ต้องการแค่กำลังใจ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณบุญรุ่ง
"สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิด"
"สีมีเป็นล้านสี จิตใจคนย่อมมีเป็นล้านแบบ"
"ทางตันย่อมไม่เกิด...หากแม้นใจยังสู้"
ก็ขอให้ผู้ใหญ่บ้านท่านโชคดีตลอดไปครับ
สู้เพื่อพ่อของแผ่นดิน........
สวัสดีครับ
ปล.ระวังอันตรายจากบุมเมอแรงด้วยครับ
สวัสดีครับ น้องหมอ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
สวัสดีค่ะพี่
ขอบคุณพี่มากค่ะ ที่เป็นห่วง และคอยเตือน คงเหมือนที่อยากบอก อยากเตือนผู้ใหญ่วันเพ็ญอีกมากมาย แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ต่อการทำความดี สู้ทำมันเรื่อยไป ตายก็ไม่เสียดายดีกว่า