การตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า
อะไรหนอที่ทำให้เจ้าชายธรรมดาๆ องค์หนึ่ง เปลี่ยนแปลงเป็นพระพุทธเจ้าและเป็นศาสดาเอกของโลก ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมมนุษย์โลก เกิดความสงบสุข ความร่มเย็นแผ่ไพศาลมานานนับพันๆปีจวบจนทุกวันนี้..
สองพันหกร้อยปีมาแล้ว เจ้าชายสิตธัตถะบรุษผู้ได้รับคำพยากรณ์จากฤาษีและพราหมณ์ผู้โด่งดังในครั้งกระนั้นว่า หากเจ้าชายได้ครองอยู่ในเพศฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก บัดนี้พระองค์ได้เสด็จประทับยืนอยู่บนระเบียงวังแหงนมองดูดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับในยามราตรีพลางถอนหายใจอย่างครุ่นคิด ครั้นพลันพระองค์ได้ทรงหันหลังกลับมามองในท้องพระโรงวังอันโอ่อ่า ได้เห็นภาพนางสนมคนใช้ที่มองดูสวยงามยามกลางวันต่างนอนระเรี่ยระราดเสื้อผ้าหลุดรุ่ย น้ำลายไหลย้อยมาที่มุมปากแล้วก็กลับดูดสูดเข้าไปในปากใหม่ ดูแล้วช่างน่าสมเพศเวทนาและสลดใจเสียเหลือเกิน
พระองค์ทรงได้เรียกนายฉันนะทาสผู้ซื่อสัตย์สั่งให้เตรียมม้ามาผูก เพื่อที่จะเสด็จหนีออกจากพระราชวังอันแสนสุข เพื่อแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น
ระหว่างการเดินทางภาพต่างๆในอดีตได้ผุดขึ้นมาในความทรงจำ เป็นภาพของเด็กแรกเกิด ภาพคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และภาพสุดท้ายเป็นภาพของสมณเพศผู้ออกบวชแสวงหาโมกษธรรมอันเป็นภาพที่ประทับใจจนทำให้พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะดำเนินรอยตามให้ได้ วิทยาการความรู้ศิลปศาสตร์ต่างๆทางโลกก็ได้ทรงศีกษาเล่าเรียนมาจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งคำภีร์ไตรเพท ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท ที่อาจารย์วิศวามิตรได้ถ่ายทอดมาให้ก็เรียนมาจนจบหลักสูตร อีกทั้งยังได้รับชัยชนะในการประลองฝีมือวิทยายุทธกับเจ้าชายต่างๆในแคว้นใกล้เคียงจนหมดสิ้นแล้ว แต่ชัยชนะและความรู้ต่างๆที่มีก็ไม่สามารถจะทำให้พระองค์หลุดพ้นไปจากวังวนของกิเลสตัญหาและความทุกข์ไปได้ จึงเกิดความเบื่อหน่ายในราชสมบัติเป็นที่สุด ดังนั้นพระองค์จึงได้ตัดสินใจเดินทางหนีจากมายาความสุขในทางโลกไปเพื่อหาหนทางแห่งความหลุดพ้นในค่ำคืนนี้
ณ.ริมฝั่งแม่น้ำอโนมานที เจ้าชายสิตทัตถะทรงเปลื้องผ้าขัตติยวราภรณ์ มอบให้นายฉันนะพร้อมม้ากัณฐกะเดินทางกลับสู่เมืองส่วนพระองค์ทรงตัดพระโมฬีด้วยพระแสงขรรค์ ครองเพศเป็นบรรพชิต แล้วเดินทางไปศึกษากับนิครนถ์ราชบุตรหรือศาสดามหาวีระผู้เป็นศาสดาของศาสนาเชนจนจบหลักสูตร แล้วไปศึกษากับมุณีกบิลเจ้าลัทธิปรัชญาสางขยะจนหมดความรู้จากอาจารย์ แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็ได้ทรงบรรลุแค่ฌาณแปดเท่านั้น และต่อมาทรงทำทุกรกิริยา ๓ คือขบฟันด้วยฟัน กลั้นลมหายใจ และอดอาหารอย่างอุกฤษณ์แต่พระองค์ก็ไม่บรรลุธรรมรวมเวลาในการแสวงหาทางแห่งความหลุดพ้นเป็นเวลารวมกันนานถึงหกปีทีเดียว
คืนหนึ่งพระอินทร์แปลงกายเป็นคนธรรม์แล้วดีดพิณสามสาย สายที่หนึ่งขึงตึงเมื่อดีดไปสายจึงขาด สายที่สองหย่อนยานดีดไปเสียงยืดยาดไม่ไพเราะ สายที่สามขึงพอเหมาะไม่ตึงไม่หย่อนดีดไปเสียงเพราะเสนาะใจ เจ้าชายสิตทัตถะรู้ทันจึงหันมาทำความเพียรทางใจด้วยทางสายกลางจนเมื่อวันขึ้นสิบห้าค่ำดือนหกวันวิสาขบูชา พระองค์เห็นดวงธรรม เห็นนกายธรรม กายธรรมเป็นผู้บอกปิฎกมีทั้งหมด๘๔,๐๐๐ ปิฎกหรือพระธรรมขันธ์ เปลี่ยนให้เจ้าชายสิตทัตถะเป็นพระพุทธเจ้าทันที กายธรรมนี่แหละเป็นผู้เปลี่ยนแปลงให้พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า
ทุกคนที่บำเพ็ญเพียรตามรอยพระยุคลบาทของพระบรมศาสดาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วสามารถที่จะบรรลุธรรมอย่างที่พระองค์ทรงบรรลุทุกคน เว้นแต่คนสองจำพวกที่ไม่สามารถบรรลุธรรมได้คือ คนที่ไม่มีลมหายใจ(คนตาย) กับคนที่มีสติวิปลาส(คนบ้า) นอกนั้นเข้าถึงธรรมได้ทุกคนถ้าได้ฝึกและเอาจริง..
หมายเหตุ บทความนี้ได้ลงในหนังสือ MT รัฐแคลิฟฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา www.18body.com