มีเหตุการณ์ที่สำคัญๆ สองอย่างคือ
1. การเข้ามาเดินดูการแสดงของนักร้อง และผู้ดูซึ่งเป็นวัยรุ่น
2. การพาลูกไปเล่นที่สนามเด็กเล็ก กับเด็กๆคนอื่นๆและของเล่น
ทำให้ได้รู้สึกได้และเข้าใจการกระทำ และการแสดงออกต่างๆของน้องๆ หลานๆวัยตั้งแต่ ประมาณ10 ขวบ ถึงวัยรุ่นโตๆ
ครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นแบบนั้น เพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจ ความอ่อนด้วยทางปัญญา ความอ่อนแอทางจิตวิญญาณที่เราไม่รู้เท่าทัน แต่เรากลับมีแต่ความรู้สึก ความคิดคะนอง และการรับรู้ที่ติ้นเขิน คิดและทำเลยโดยไม่เคยที่จะคิดหลายชั้นหรือไตร่ตรอง
เช่นการแสดงออก การแต่งตัว การเสพ..สิ่งต่างๆทุกๆอายตนะ เพราะเราคิดว่ามันคือหนทางแห่งความสุข แต่ก็โชคดีที่ผ่านมาได้อาจจะเพราะครอบครัว บุญเก่า เพราะขณะที่เราเรียนรู้ เรากระทำ ก็มีความคิดหนึ่งๆคอยบอก สอนและเตือนเราเสมอว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นถูกหรือยัง ดีที่สุดหรือยัง แล้วมันก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนระยะเวลาหนึ่งเราก็สลัดความคิด ความเชื่อผิดๆนั้นออกไปได้ จนสามารถเดินเข้าสู่วิถีที่ถูกต้อง
คิดย้อนกลับไปแล้วว่าหากเรามัวแต่หลงไหลในวิถีเดิมๆ แบบที่เราเคยเป็น หรือที่เราเห็นวันนี้แล้ว ชีวิตก็คงไม่มีคุณค่าและน่าเสียดายโอกาสของชีวิตมาก เหมือดังผู้คนอีกมากมายที่ไม่สามารถออกมาจากวิถีเดิมๆแบบวัยรุ่น หรือวัยเรียนรู้ได้ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาทั้งตัวเขาเองและสังคมรอบข้าง
แต่ก็เข้าใจอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่เราเห็นวานนี้ ไม่ว่าการแต่งตัว การดื่มเหล้า บุหรี่ การแสดงออกระหว่างเพศ ล้วนเป็นการแสวงหาความรู้แบบหนึ่ง เป็นทางออกของจิตวิญญาณนั้นๆ ตามวิถีตามแรงกรรมของตนเอง บางคนอาจจะหลุดออกมาได้ หรือคลิกได้อย่างเร็ว แต่บางคนก็ถลำลึกเข้าไป เข้าไปมากจนเกิดผลกระทบตามมา
เช่น การบาดเจ็บ ตาย จากการทะเลาะกัน หรืออุบัติเหตุจากการเมา หรือการติดโรคเอดส์ หรือการท้องก่อนวัยอันควร การเรียนไม่จบ การติดยาเสพติด การติดเหล้า ติดหญิง ติดชาย การมีปัญหาทางจิตใจตามมา สั่งสมจนป่วยทางจิต การใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมจนเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ จนถึงปัญหาทางคุณธรรม จริยธรรมมากมาย และการก่อเกิดปัญหาทางสังคมที่ซับซ้อน
เพราะเหตุเดียวคือ
การเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสม ผิดพลาดและจมปลักกับวิถีอันไม่ถูกต้องยาวนานเกินไป เกินที่จะเยียวยา จนกลายเป็นคนๆนั้น ที่มีมากๆขึ้นๆ
เมื่อมองเขาเหล่านนี้ ซึ่งเป็นเยาวชน ที่จะเป็นผู้ใหญ่อนาคต ดูๆแล้วก็ไม่พ้นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับความเป็นแพทย์ เป็นคนๆหนึ่งในสังคมแน่นอน ทั้งทันที (ตีกัน แทงกัน รถล้ม ก็ไป รพ.) ระยะกลาง ( เครีด ท้อง พ่อแม่นอนไม่หลับ กินเหล้า ปัญหาโรคเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเจ้า หนองในกำลังมาแรง) หรือระยะยาว ปัญหาสังคม อาชญากรรม การเอารัดเอาเปรียบ การแก่งแย่งทรัพยากร ทำลายธรรมชาติ อีกมากมาย
..^_^ ผมคงตกงานยากครับ
กลับมาที่สนามเด็กเล่น
มีเด็กๆมากมายหลายคน ที่พ่อแม่มาฝากเลี้ยงเพราะว่าตนเองต้องไปทำงาน ผมพาน้องสบายไปเล่น ดูความใส บริสุทธิ์ของน้องๆ2-4 ขวบแล้วก็เป็นอะไรที่สบายใจ สงบ แตกต่างจากคืนที่ผ่านมา
จริงๆแล้ววัยรุ่นเหล่านั้นก็คงเคยเป็นเด็กที่ดีๆ และมีความคิดที่งดงามเช่นนี้ สิ่งที่เขากระทำอาจจะเป็นเพียงการเรียนรู้แบบหนึ่ง ไม่ใช่ความผิดถูก แต่จุดก็คืออะไรจะทำให้เขาได้เข้าใจ เกิดปัญญาณว่าสิ่งที่ทำอยู่ เชื่ออยู่นั้นมันเป็นเพียงทางผ่านแบบหนึ่งของชีวิต ที่บางทีเราอาจจะต้องผ่านด้วยเพราะความเขลาเบาบางทางปัญญาและระบบสังคม การศึกษาที่อ่อนแอ
มองๆดูแล้วก็อดเป็นห่วงลูกที่อาจจะดดนผลกระทบจากสังคมแบบนี้ จึงคิดว่าครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้น แห่งความดูงามและความสุข ตลอดจนการสร้างปัญญาญาและภูมิคุ้มกันต่างๆ ในจะต้องผ่านเข้ามากระทบเด็กในอนาคต
คิดทบทวนถึงคุณพ่อแม่ คนรอบข้าง คนที่เราผ่านมา ครูอาจารย์ทุกคน ต้องขอกราบขอบพระคุณมากที่สุด เพราะถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ก็คงไม่ได้มาถึงวันนี้หรือมีความคิดเช่นนนี้ได้
จากคนขี้บ่นครับ...
ผมเองก็ยังไม่ได้แต่งงาน+ไม่มีลูกแต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าโลกเปลี่ยนรวดเร็วเหลือเกิน จนเป็นห่วงชนรุ่นหลังว่าจะเป็นอย่างไร แต่นั่นละครับ ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย ทั้งในตัวเด็กเอง ครอบครัว และสังคม บวกกับปัจจัยที่มองไม่เห็นอีกมากมาย(เช่น อุบัติเหตุรถเมลชนคน เด็กตีกันแล้วคนดีโดนลูกหลง) เราคงทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ที่เหลือคือรอดูผล ตามเหตุปัจจัยครับ
สวัสดีค่ะ เห็นด้วยค่ะว่าทั้งสิ่งที่ดี หรือไม่ดีที่เราพบในชีวิตเป็นการเรียนรู้ และคงเป็นวิบากกรรมบวกกุศลบารมีที่สั่งสม ที่จะทำให้แยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี
วัยรุ่นสมัยนี้น่าเป็นห่วง พี่ถึงแม้จะไม่มีลูกแต่ก็มีหลานสาว หลานชายหลายคน ไม่เคยเบื่อที่จะตักเตือนให้ข้อคิดแก่เขาเหล่านั้นค่ะ เพียงแต่เราเองต้องมีสติเวลาสอนเขา ต้องสอนหรือพูดด้วยความเมตตา ไม่ใช่ดุด่า ประชดประชัน แม้เขาทำผิดมา ก็ต้องมีความเมตตาให้ไปมากกว่าเดิม และทำใจของตนเองให้ไม่ทุกข์เศร้าคือพยายามวางอุเบกขาให้ได้นะคะ
สวัสดีครับน้องชายที่น่ารัก
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาลปรร
ขอชื่นชมครับ
เราคงทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ที่เหลือคือรอดูผล ตามเหตุปัจจัยครับ
ขอบคุณมากๆครับ
สวัสดีครับอาจารย์
<div class="info">
คุณนายดอกเตอร์ </div><div class="info"> คงเป็นวิบากกรรมบวกกุศลบารมีที่สั่งสม ที่จะทำให้แยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี</div><div class="info"> เราเองต้องมีสติเวลาสอนเขา ต้องสอนหรือพูดด้วยความเมตตา ไม่ใช่ดุด่า ประชดประชัน แม้เขาทำผิดมา ก็ต้องมีความเมตตาให้ไปมากกว่าเดิม </div><div class="info"> ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆครับ</div><div class="info"> อาจารย์ได้ย้ำแนวทางที่ดีงามให้ผมมั่นใจมากขึ้นครับ </div>
เด็กบางคนเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมไม่ดี สังคมที่รุนแรง สังคมที่มียาเสพติด พ่อแม่หย่าร้าง แต่เติบโตเป็นคนที่ดีได้
เด็กบางคนอยู่ในสังคมที่ดี พ่อ แม่เป็นครูบาอาจารย์ ให้การอบรมสั่งสอนทุกอย่าง แต่เติบโตมาเป็นคนไม่ดี
ท่านคิดว่าเป็นเพราะอะไรครับ
(คิดว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวที่เขียนไว้เลยอยากแลกเปลี่ยนครับ)
เมื่อกี้ผมเอง ลืมลงชื่อครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณตใต้ที่ร่วมแบ่งปันครับ
สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันใช้ชีวิตอยู่กับเด็กๆ มาโดยตลอด สัมผัสถึงความสดใส จริงใจ สะท้อนความคิดอย่างตรงไปตรงมา วิถีชีวิตของเด็กๆ เป็นข้อคิด ข้อธรรมที่สะกิดให้ตัวเราพิจารณาข้อธรรมได้อย่างลึกซึ้งขึ้น
พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะพ่อแม่ จะเป็นห่วงอนาคตของเด็กๆ ว่าจะเติบโตในสังคมที่น่าเป็นห่วงนี้ได้อย่างไร จะเอาตัวรอดได้ไหม...สารพัดจะห่วง...จึงพะวงอยู่กับการแก้ปัญหาที่เด็กๆ และเยาวชน แต่กลับลืมแก้ปัญหาที่ตัวเอง เพราะที่จริงแล้วผู้ใหญ่นั่นแหละที่เป็นตัวการสำคัญส่วนหนึ่งของปัญหา ไม่ว่าจะใช้กลยุทธของกระบวนการคิดวิธีใด ผู้ใหญ่ก็หาพ้นความรับผิดชอบไปไม่
ฉะนั้นจงสำรวจตัวเองว่าเราเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ได้อย่างเหมาะสมแล้วหรือยัง ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นประจำหรือไม่ เพราะตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน และสำคัญที่สุดคือ ผู้ที่เป็นพ่อหรือแม่ หากได้ทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกเป็นคนดี อยู่ในทำนองคลองธรรม ลูกจะได้พบแต่สิ่งที่ดี คนดี เพื่อนที่ดี มีแต่คนคอยช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ทั้งหลายไม่ต้องพูดพร่ำคำบ่นดุด่าลูกๆ แล้ว มันเหนื่อย....แก้ที่ตัวเราก่อนเถอะ
ของคุณค่ะที่ให้โอกาสแลกเปลี่ยน