สร้างความเห็นพ้องต้องกัน โดยใช้การเขียนประเด็นที่อยากนำเสนอลงในบัตร แทนการอภิปราย เพื่อให้ทุกคนได้ระดมพลังสมองอย่างทั่วถึง และป้องกันไม่ให้คนพูดมากผูกขาดการอภิปรายกันอยู่คนเดียว

                ย้อนอดีตช่วง พ.ศ. 2532-2538  ผมกำลังสนุกอยู่กับการส่งเสริมกิจกรรมคิวซีซี  5ส. และ Team Planning ในโรงเรียนต่างๆ   จำได้ว่าตอนประชุมปฎิบัติการร่วมกับผู้บริหารและ ครู เพื่อระดมพลังสมองโดยใช้เทคนิคการวางแผนเป็นทีม (Team Planning : TP)นั้น  พวกเราได้ประยุกต์เทคนิคการระดมพลังสมองอย่างหนึ่งมาใช้เพื่อสร้างความเห็นพ้องต้องกัน  โดยใช้การเขียนประเด็นที่อยากนำเสนอลงในบัตร แทนการอภิปราย เพื่อให้ทุกคนได้ระดมพลังสมองอย่างทั่วถึง  และป้องกันไม่ให้คนพูดมากผูกขาดการอภิปรายกันอยู่คนเดียว ปรากฏว่าได้รับความสนใจ ได้ความเป็นทีมและได้สาระเกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์ 
            ทีมงานของพวกเร


าตอนนั้นมี 4 คน ที่ได้ต่อยอดพัฒนาเทคนิคนี้ให้มีลีลาและลูกเล่นมากขึ้น แล้วเราก็ตั้งชื่อกันเองเล่นๆให้เป็นไทยๆว่า “เทคนิค สุชวนะ” ตามอักษรย่อชื่อของพวกเรา 4 คน คือ  สุธีร์  เอกอินทร์,  ชัด  บุญญา,  นิวัตร  นาคะเวช  และ ธเนศ  ขำเกิด  ซึ่งติดตลาดอยู่นานทีเดียว  จึงอยากย้อนอดีตนำสาระโดยย่อของเทคนิคนี้มาเล่าสู่กันฟัง
          ผมขอเรียกชื่อเทคนิคนี้เป็นชื่อกลางๆก็แล้วกันว่า เทคนิคการสร้างความเห็นพ้องต้องกันโดยเป็นเทคนิคหนึ่งในการระดมพลังสมองซึ่งพัฒนามาจาก KJ.Method  ของ นายจิโร คาวาคิตะ(Jiro Kawakita)  และ Affinity Diagram   โดยมี แนวคิด จุดมุ่งหมาย  การจัดเตรียมอุปกรณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติ  ดังนี้
แนวคิด               
          1.  การให้อิสระแก่สมาชิกแต่ละคนคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือความต้องการใด ๆ แล้วเสนอ
ปัญหาหรือความต้องการนั้น  ในรูปของ “ข้อเขียน” ที่สามารถเข้าใจโดยไม่ต้องอาศัยการตีความจะทำให้ปัญหาหรือความต้องการนั้นได้รับการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ   เมื่อเสนอปัญหาหรือความต้องการนั้นให้สมาชิกอื่นพิจารณาก็จะช่วยให้เกิดความเข้าใจ และสามารถตัดสินใจที่จะยอมรับ หรือไม่ยอมรับได้โดยง่าย            
        2.  ปัญหาหรือความต้องการหลาย ๆ ประเด็นที่สมาชิกคิดวิเคราะห์มาจากประเด็นปัญหา
หรือความต้องการอย่างหนึ่งอย่างใด  สามารถนำมา “สังเคราะห์” โดยใช้ภาษาที่ครอบคลุมประเด็นปัญหา หรือความต้องการหลายประเด็นนั้นได้               
        3.  การใช้ภาษาที่ครอบคลุมถึงผลการคิดวิเคราะห์ปัญหาหรือความต้องการอย่างหนึ่ง
อย่างใดของสมาชิกจะช่วยให้สมาชิกเห็นพ้องต้องกันได้
จุดมุ่งหมาย               
       1.  เพื่อเป็นเครื่องมือในการระดมพลังสมอง และประมวลความคิดของสมาชิก หรือ
ทีมงานที่ประชุมร่วมกันให้ได้กรอบความคิดที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน                  
      2.  เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนการดำเนินงานด้วยความเห็นพ้องต้องกัน
               
      3.  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างและพัฒนาทีมงานก่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการ
ร่วมคิด ร่วมทำและรับผิดชอบร่วมกัน
การจัดเตรียมอุปกรณ์               
         ในการระดมพลังสมอง  เพื่อสร้างความเห็นพ้องต้องกัน ก่อนอื่นผู้ดำเนินการควรเตรียม
อุปกรณ์ไว้ให้พร้อมล่วงหน้า ได้แก่               
        1.  บัตรขนาด 4” x 5”  ตามจำนวนสมาชิกประมาณคนละ 10 บัตร  หรือมากกว่านั้น
               
       2.  สัญลักษณ์ที่ใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มความคิดอาจเป็นรูปดอกไม้ ผลไม้ สัตว์ หรือ
สัญลักษณ์อื่นใดที่แตกต่างกัน  จำนวนประมาณ กลุ่มละ 4-5 สัญลักษณ์               
       3.  บอร์ด หรือผนังที่ใช้สำหรับติดกลุ่มสัญลักษณ์และติดบัตร
               
      4.  ปากกาสีเมจิกขนาดเล็กสีใดก็ได้ จำนวนด้ามเท่ากับจำนวนสมาชิก
               
      5.  กาวเทป 1 ม้วน สำหรับติดบัตรและสัญลักษณ์ลงบนบอร์ดหรือผนัง
                  
      6.  จัดสถานที่สำหรับประชุม โดยจัดโต๊ะหรือเก้าอี้ล้อมวงครึ่งวงกลมหันหน้าสู่บอร์ดหรือ
ผนังที่ติดสัญลักษณ์ไว้แล้ว  เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้ระดมพลังสมองกันอย่างใกล้ชิด จำนวนสมาชิกกลุ่มที่เหมาะสมคือประมาณ 5-12 คน
ขั้นตอนการปฏิบัติ               
      1.  ประธานกลุ่มนำเสนอประเด็นที่จะระดมพลังสมอง เช่น “มีกลวิธีอย่างไรที่จะทำให้
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนมีความสะอาด สดชื่น ร่มรื่น สวยงาม”                 
      2.  แจกบัตรให้สมาชิกประมาณคนละ 10 บัตร  พร้อมปากกาสีเมจิกคนละ 1 ด้าม และชี้แจงให้สมาชิกคิดคำตอบและเขียนคำตอบลงในบัตรคนละกี่คำตอบก็ได้  โดยมีกติกาว่า
                               
           2.1  เขียนด้วยปากกาเมจิกตัวโต ๆ เพื่อเวลาติดบอร์ดหรือผนัง ทุกคนจะได้มอง
เห็นชัด                               
          2.2  เขียนด้วยข้อความสั้น ๆ กระทัดรัดไม่ต้องขยายความ บัตรละ 1 คำตอบ
                           
          2.3  ทุกคนสามารถเข้าใจข้อความที่เขียนได้โดยไม่ต้องอาศัยการตีความอีก
               
      3.  สมาชิกแต่ละคนเขียนคำตอบตามกติกาที่กำหนด  เมื่อทุกคนเขียนเสร็จแล้ว ประธาน
อาจดำเนินการได้ 2 วิธี คือ               
         วิธีที่ 1    ให้สมาชิกแต่ละคนนำบัตรของตนเองไปติดที่บอร์ดหรือผนัง ตามกลุ่มสัญลักษณ์
ที่เห็นว่าเป็นความคิดหรือคำตอบที่ใกล้เคียงกันกับของสมาชิกคนอื่น                   
         วิธีที่ 2     ประธานเก็บรวบรวมบัตรคำตอบของสมาชิกทุกคนแล้วอ่านคำตอบทีละบัตร 
   และถามสมาชิกว่าควรอยู่ในกลุ่มสัญลักษณ์ใด  แล้วนำไปติดในกลุ่มสัญลักษณ์นั้น ๆ (จากการสังเกตพบว่า  วิธีที่ 1  นั้นจะช่วยให้สมาชิกมีส่วนร่วม  โดยได้ เคลื่อนไหวอิริยาบทได้มากกว่า  วิธีที่ 2 )                    
        4.  ประธานนำสมาชิกพิจารณาบัตรคำตอบและการจัดกลุ่มบัตรคำตอบแต่ละบัตรให้อยู่
ในกลุ่มสัญลักษณ์เดียวกัน  ถ้าคำตอบใดซ้ำซ้อนกันก็เลือกคำตอบไว้เพียง 1 บัตร  และถ้าคำตอบใดอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ซักถามสมาชิกให้อธิบายเพิ่มเติมว่าสมควรคงไว้หรือเอาออก  หรือปรับปรุง   แก้ไขอย่างไรจนกระทั่งสามารถจัดกลุ่มความคิดได้               
        5.  สมาชิกร่วมกันสังเคราะห์คำตอบแต่ละกลุ่มสัญลักษณ์สรุปเป็น “กลุ่มความคิดขนาดเล็ก”  โดยใช้ภาษาที่ครอบคลุมทุกคำตอบ
               
       6.  สมาชิกร่วมกันสังเคราะห์กลุ่มความคิดขนาดเล็ก  ที่สามารถเข้ากันได้เป็น “กลุ่มความ
คิดขนาดกลาง               
      7.  สมาชิกร่วมกันสังเคราะห์กลุ่มความคิดขนาดกลางเป็น “กลุ่มความคิดขนาดใหญ่”
หากเห็นว่าสามารถรวมกันได้ 
     ก็ทำให้ได้คำตอบที่เกิดจากความเห็นพ้องต้องกันอย่างแท้จริง