จิตรกรรมฝาผนังวัดบ้านยาง

ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำว่าหากต้องการทราบวิถีวัฒนธรรมอีสาน นอกจากคำบอกเล่าแล้วท่านให้ไปดูไปอ่านวรรณกรรมโบราณอีสานและจิตรกรรมฝาผนังอีสาน ซึ่งในวรรณกรรมและจิตรกรรมที่ปรากฎเป็นสภาพวิถีวัฒนธรรมของคนอีสานร่วมสมัยกับศิลปินที่สร้าง

บันทึกนี้ขอเอาภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดบ้านยาง เมืองมหาสารคามมาอวดครับเพราะในภาพมีรูปเครื่องแต่งเนื้อแต่งกายของคนในพื้นที่ที่ช่างเขียนได้ถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะ ซึ่งหากดูไม่เอาเรื่องเราจะพบความรู้เรื่องผ้าสอดแทรกอยู่

ในภาพผ้าสิ่นของแม่หญิงอีสานสามคนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนะครับนอกจากโครงสรางสียังพบความแตกต่างในรูปแบบครับพอสรุปได้คือ

ผ้าสิ่นของแม่หญิงอีสานคนเดินนำหน้าและคนที่สามผ้าสิ่นของเธอเป็นหมี่ขั้นหรือบางท้องที่ในอีสานเรียกหมี่ตาครับ โดยมีการแทรกลายจากการมัดหมี่สอดแทรกลงไประหว่างคั่น ในแนวบนลงล่างครับ

ส่วนแม่หญิงอีสานคนกลางใส่ผ้าสิ่นควบคั่น คือไม่มีการแทรกมัดหมี่ลงไปในเนื้อผ้าแต่โครงสร้างลวดลายยังคงอยู่ในแนวบนลงล่างเช่นเดิมครับ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอคนอีสาน

แต่ทั้งนี้ผ้าสิ่นทั้งสองรูปแบบยังปรากฏรูปแบบร่วมกันคือ โครงสรางลายจะดิ่งจากบนลงล่างหรือในรูปแบบตั้ง  นอกจากนั้นยังพบว่าทั้งสองรูปแบบนิยมการต่อตีนสิ่นลงไปในผืนผ้าด้วย ซึ่งตีนสิ่นอยู่ในโครงสรางแนวนอนต่างจากตัวสิ่น

นอกจากนั้นในภาพยังมีภาพอีโรติกสอดแทรกอยู่ด้วยครับ อิอิ