ติลักขณาทิคาถา ๒
ติ + ลักขณะ + อาทิ + คาถา = ติลักขณาทิคาถา
ติ แปลว่า สาม ( มักจะนำมาใช้ทับศัพท์ว่า ตรี หรือ ไตร )
ลักขณะ แปลว่า กำหนด, นับ ( นิยมใช้ทับศัพท์ว่า่ ลักษณะ )
อาทิ แปลว่า เป็นต้น (มีใช้ทั่วไป)
คาถา แปลว่า คาถา ( ดู คาถา )
ดังนั้น ติลักขณาทิคาถา แปลว่า คาถาประกอบด้วยไตรลักษณ์เป็นต้น นั่นคือ คาถานี้ นอกจากประกอบด้วยไตรลักษณ์แล้ว ก็ยังมีอย่างอื่นประกอบด้วย... ประมาณนั้น
..........
ไตรลักษณ์ หรือ ลักษณะ ๓ นี้ ชื่อว่า สามัญญลักษณะ คือ การกำหนดความเสมอกันของสิ่งทั้งหลาย นั่นคือ สิ่งทั้งหลายล้วนเสมอเหมือนกันในความเป็น อนิจจัง (ไม่เที่ยง) ทุกขัง (เป็นทุกข์) และ อนัตตา (เป็นอนัตตา).... ประมาณนี้
ติลักขณาทิคาถา เริ่มต้นจากนี้ ดังคำแปลโดยย่อใน ๓ คาถาแรกว่า
- เมื่อใด บุคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง... สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์... (และ) ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา
- เมื่อนั้น เขาย่อมหน่ายในทุกข์ ข้อนั่นเป็นแนวทางแห่งวิสุทธิ ฯ
ซึ่งใน ๓ คาถาแรกนี้ มีประเด็นที่ต้องขยายความดังนี้
- เห็นด้วยปัญญา
- สังขารทั้งหลายทั้งปวง, ธรรมทั้งหลายทั้งปวง
- ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) เป็นอนัตตา (อนัตตา)
- การหน่ายในทุกข์
- แนวทางแห่งวิสุทธิ
ประเด็นเหล่านี้ ผู้เขียนจะขยายความในตอนต่อไป...
กราบพระอาจารย์....3 ครา...
ช่วงนี้มีงานเพิ่มครับพระอาจารย์...
ผู้ว่าฯพิษณุโลกคนใหม่ท่านเอาจริงเรื่องสี่แยกอินโดจีนครับ...ผมเลยต้องเร่งกระบวนไปด้วย...
คุณสมไทย วงษ์เจริญ เจ้าของขยะรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์ อาสาปรับภูมิทัศน์ให้สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน...เพื่อให้สามารถรับการศึกษาดูงานจากชาวต่างชาติได้(งานนี้ลงทุนไม่น้อยเลยครับ...อิอิ)... เสียดายห้องสมุดพระอาจารย์อยู่ไกลไปหน่อย...ไม่งั้นผมจะลองปรึกษาเขาดูว่าจะช่วยอย่างไรได้บ้าง...
อ่านะ...ผิดกระทู้ครับพระอาจารย์...
จะหาเวลาว่างมาเสพธรรมจากพระอาจารย์บ่อย ๆ ครับ...
กราบ 3 ครั้ง..
นายขำ
เมื่อคืนก็เข้าไปเยี่ยมที่บล็อกท่านเลขาฯ แล้ว.... แต่ไม่เห็นอะไรเพิ่มเติม ....
เจริญพร