อากาศในวันนี้รู้สึกร้อนๆกว่าทุกวันที่ผ่านมาตอนที่ต้องออกเดินทางไปยังโรงพยาบาล ฉันได้แต่ถามกับตัวเองว่าเมื่อไหร่จะถึงโรงพยาบาลซะที เพราะรองเท้าที่ฉันใส่ไปในวันนี้มันกำลังกัดเท้าฉันอยู่และเจ็บมากๆเลย เมื่อถึงโรงพยาบาลเหมือนกับสวรรค์ทรงโปรดให้สาวน้อยคนนี้ได้พักเท้า
ในวันนี้เป็นวันแรกที่ต้องเปลี่ยนตึกในการทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ฉันต้องไปร่วมทำกิจกรรมกับเด็กที่ตึก ส.8 กับพี่เก่ง ฉันรู้สึกแปลกๆเพราะไม่รู้ว่าเด็กที่ตึก ส.8 นั้นเป็นยังไงบ้าง ซนมากหรือเปล่า แต่เมื่อได้สัมผัสกับเด็กๆแล้วก็เป็นอย่างที่คิดไม่มีผิดเลย นั่นก็คือน้องต้อมที่ซนมากพอสมควร อยากจะเล่นอยากจะลองสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลานั่นก็ถือเป็นข้อดีของเด็ก เมื่อมีข้อดีข้อเสียย่อมตามมาเสมอส่วนใหญ่น้องต้อมจะเล่นได้เพียงไม่นานก็จะเลิกเล่นเปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นแทน ถือได้ว่าเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้นพอสมควร ซึ่งต่างจากเด็กคนอื่นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างๆไป มีความตั้งใจที่จะทำในสิ่งๆนั้นให้สำเร็จก่อนที่จะทำอย่างอื่น นั่นคือ น้องใหม่ อายุเพียง 13 ปี ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่งที่โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเธออยู่หรือเปล่า เนื่องจากน้องใหม่ เป็นเด็กป่วยที่เมื่อฟังว่าเธอป่วยเป็นโรคอะไรแล้วจะรู้สึกว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเป็นรายแรกของประเทศไทย ก็คือน้องใหม่นั้นป่วยเป็นโรค ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง นั่นก็คือ ภูมิคุ้มกันจะทำลายระบบประสาททางตา ทางหู และตอนนี้แพทย์กำลังดูอาการของน้องอยู่เนื่องจากกลัวว่าภูมิคุ้มกันตัวนี้จะลุกลามไปทำลายระบบปอดในร่างกายได้ แพทย์จึงได้ให้น้องใหม่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อนสักระยะหนึ่ง คือโรคนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วคนที่มีภูมิคุ้มกันมากก็จะถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะให้คุณให้ความคุ้มกันมากกว่าและเปอร์เซนต์ที่จะให้โทษแก่ร่างกายนั้นก็มีน้อยมากหรืออาจเป็นไปไม่ได้เลยที่ภูมิคุ้มกันนั้นจะทำลายตัวเองหรือให้โทษ
ตัวฉันเองก็ได้มีเวลาคุยกับคุณแม่ของน้องใหม่ และได้ถามเรื่องราวมากมายเกี่ยงกับน้องใหม่ แต่นั่นก็เป็นเพียงระยะเวลาที่ไม่นานนัก เนื่องจากแพทย์นัดน้องใหม่เพื่อที่จะไปตรวจร่างกาย จึงทำให้การคุยกันครั้งนี้ไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าที่ควร คือคุณแม่ของน้องใหม่ได้บอกกับฉันว่า เธอเสียใจมากเพราะน้องใหม่กำลังอยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้ กำลังแข่งขัน น้องใหม่เป็นเด็กที่มีความตั้งใจสูง ทำไมเรื่องร้ายๆอย่างนี้ต้องมาเกิดกับลูกของเธอด้วย เธอรู้สึกท้อ หมดแรงที่จะก้าวเดินต่อไป ถ้าหากเมื่อเดินไปแล้วเธอจะเดินไปทางไหนดี เธอทำอะไรไม่ถูก เธอสงสารลูก เธอสงสารตัวเอง เธอหมดกำลังใจ แต่เมื่อเธอได้ก้าวเข้ามาสู่โรงพยาบาล เธอได้เห็นเด็กที่ป่วยมากกว่าลูกตัวเองเขายังสามารถอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็ง เธอจึงมีกำลังใจที่ดีเกิดขึ้น และเธอพร้อมที่จะลุกขึ้นและจับมือน้องใหม่ก้าวไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้น้องใหม่มีความสุขที่สุด
ฉันเองดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับฟังความคิดเห็นความรู้สึกที่คุณแม่ของน้องใหม่อยากจะพูดอยากจะระบายออกมา สิ่งๆนี้อาจจะทำให้คุณแม่ของน้องใหม่รู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจที่ดีขึ้น เพราะอาสาสมัครทุกๆคนจะเป็นกำลังใจให้ กับคุณแม่ของน้องใหม่ ตัวน้องใหม่เอง และไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดคนรอบข้างน้องใหม่ เราทีมงานอาสาสมัครทุกคนพร้อมจะช่วยสร้างความสุข สร้างรอยยิ้ม และพร้อมที่จะรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอ รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าน้องใหม่ทำให้น้องใหม่มีความสุข เมื่อน้องใหม่มีความสุขคุณแม่น้องใหม่ก็มีความสุขไปด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ อาสาสมัครอย่างเรามีความสุขไปด้วยเช่นกัน
การเล่าเรื่องจากความรู้สึกของตัวเราเอง ทำให้คนอ่านรู้สึกตามไปด้วย การเชื่อมโยงของการเล่าเรื่องดีขึ้นจ้า แต่อาจจะ ติดนิดหน่อย ส่วนของการเชื่อมโยงเข้าหาตัว อาสาสมัคร อาจจะขยายความหรือไม่ขยายความ ของ อาสาสมัคร ก็ได้ หากจะเล่าเรื่องของ แม่และลูกที่ป่วย เล่าถึงความทุกข์ ความสุข และการต่อสู้ ของ แม่กับลูก
ปล. เรื่องนี้น่าประทับใจค่ะ ต๋อมสามารถเปิดใจผู้ปกครองได้ในการเล่าเรื่อง หากจับประเด็นดี ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้อ่าน ได้อ่านแล้ว รู้สึกดีเลยทีเดียวจ้า
ฝากนะจ๊ะ : ครั้งต่อไป น้องต๋อมลองมองหาประเด็นในการเล่าเรื่องแบบเจาะจง เราอาจจะต้องมองหาตัวเอกในการเล่าเรื่องว่าเราจะเล่าถึงเรื่องอะไร เพราะอะไร ผลของมันเป็นอย่างไร อยากให้ผู้อ่านรับรู้อะไร และอยากฝากอะไรถึงผู้อ่าน ลองปรับดูนะจ๊ะ
การเล่าเรื่องสื่อได้ดี อ่านแล้วรู้สึกคล้อยตามนิดหน่อย ได้ความรู้สึกของความเป็นแม่เลย ดีจังที่สามารถทำให้ผู้ปกครองสื่อสารออกมาได้ ซึ่งถือเป็นผู้รับฟังที่ดีทีเดียว มันอาจทำให้ผู้ปกครองผ่อนคลายลงได้
เสริมนิดนะจ๊ะ - การเขียนยังดูแข็งไปนิดหน่อย อาจจะปรับคำให้ดูสอดคล้องและต่อเนื่องกัน ไม่ต้องเน้นกระชับมาก อาจดัดแปลงคำเพื่อให้ดูลื่นไหลกว่านี้ และอาจเจาะจงตัวเด่นของเรื่องไปเลย เพื่อให้เห็นเด่นชัดขึ้นจ๊ะ