วันนี้อากาศยามเช้าสดใส แสงแดดส่องประกาย เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฉันจะได้ไปโรงพยาบาลเด็กเพื่อเป็นอาสาสมัครของโครงการโรงพยาบาลมีสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหลายๆโครงการของมูลนิธิกระจกเงา
ระหว่างทางที่ฉันเดินทางไปที่โรงพยาบาลเด็กในช่วงบ่าย ฉันรู้สึกเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครอย่างเต็มตัวแล้ว
หลังจากที่แลกบัตรเสร็จ ฉันได้ไปที่ตึก ม6ก ซึ่งเป็นตึกเดิมที่ฉันไปในครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้ฉันได้อาสามาเพิ่มร่วมขบวนการอีก1คนเป็นผู้ชายซึ่งอยู่ในวัยเดียวกับฉัน พร้อมทั้งเพื่อนๆคณะกลุ่มเดิม และพี่ดาซึ่งเป็นอาสาสมัครรุ่นพี่และเป็นพี่เลี้ยงของฉันคนหนึ่งในการฝึกงานที่มูลนิธิกระจกเงาในครั้งนี้อีกด้วยเมื่อเข้าไปภายในห้อง เด็กๆดูยิ้มแย้มแจ่มใส
ฉันมองรอบๆห้อง มีทั้งเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา เด็กบางคนที่ฉันเคยได้พูดคุย และทำกิจกรรมด้วย ได้ออกไปบ้างแล้ว เพราะได้รับการรักษาตัวจนหายดี ส่วนสิ่งที่ฉันยังเห็นภาพที่สะดุดตาอยู่นั่นก็คือ น้องวุ้น คนเดิม ที่มองมาทางฉันและยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและคุ้นเคย ฉันมองไปทางน้องวุ้นและยิ้มให้ พร้อมทั้งกล่าวคำทักทาย น้องวุ้นเดินมาหาฉัน ฉันถามน้องวุ้นว่า "วันนี้เราจะเล่นอะไรดีคะ ลูกปัดไปไหนแล้ว จะร้อยลูกปัดอีกมั้ยคะเนี่ยวันนี้"น้องวุ้นยิ้มแล้วส่ายหน้า เธอคงจะเบื่อแล้วแน่ๆฉันเลยชวนน้องวุ้นมานั่งด้วยกันที่โต๊ะของเล่น เพื่อเลือกกิจกรรมสำหรับวันนี้
ทีมอาสาในครั้งนี้'นัย'เพื่อนร่วมทีมของฉันคนใหม่เค้าชวนน้องวุ้นเล่นระบายสี ตัวการ์ตูนปูนปั้น ฉันก็ได้ข้อสังเกตว่า ผู้ชายก็สามารถทำงานอาสาสมัครได้เหมือนๆกับผู้หญิงเช่นเดียวกัน
และอาจจะทำได้ดีกว่าผู้หญิงซ่ะด้วยซ้ำถ้าเค้าเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน และรักเด็ก พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น
หลังจากที่เราเล่นตุ๊กตาปูนปั้นกันจนเบื่อแล้ว ฉันก็ชวนน้องวุ้นมาฟังนิทานเรื่อง"ซินโดเรล่า"ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กๆหลายๆคนชอบและคงได้รับชม ได้รับฟังมาพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจ คือ น้องวุ้นไม่เคยได้รับฟังนิทานเรื่องนี้มาก่อนเลย ซึ่งฉันก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ฉันไม่คิดจะซักไซ้ถามอะไรน้องวุ้น
น้องวุ้นอ่านหนังสือได้น้อยมาก เธอบอกว่าอยู่ได้ 7ขวบ อยู่ป.1 แต่มาเข้ารับการรักษาที่นี่ซ่ะก่อนเลยพักการเรียนไปน้องวุ้นชอบการฟังนิทานที่ฉันเล่ามาก ถึงขนาดที่ให้เล่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ ฉันได้สอดแทรกข้อคิดให้กับน้องวุ้นไปด้วย ให้เธอได้ตอบข้อคิดเห็นเกี่ยวกับตัวละครต่างๆในเรื่อง ว่าดีไม่ดีต่างกันยังไง คนไหนเป็นคนไม่ดี เราควรจะทำกิริยาแบบนี้มั้ย ซึ่งจากการทดสอบแล้วน้องวุ้นก็เข้าใจเป็นอย่างดี และได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจสำหรับครูมือใหม่อย่างฉัน
วันนี้มีกิจกรรมอยู่หลายอย่างทีเดียว หลังจากที่เล่านิทานแล้วเราก็เล่นเกมจับผิดภาพกัน ซึ่งฝึกการจำและการรู้จักสังเกตของเด็กได้ดีน้องวุ้นเป็นเด็กที่มีความจำดีมาก ได้คะแนนเยอะกว่าฉันและ นัย อีก หรือ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ น้องวุ้นเล่นมาหลายรอบแล้วจนจำได้ ^-^
หลังจากที่เราจับผิดภาพกัน เราได้เล่นต่อโดมิโนกัน เป็นการฝึกแยกแยะสี และการสังเกต น้องวุ้นชนะอีกแล้ว ถือว่าเป็นเด็กที่ฉลาดพอตัวเลยทีเดียว หลังจากที่ฉันเล่นกับน้องวุ้นสักพัก ฉันได้ปล่อยให้น้องวุ้นเล่นกับนัยเพราะดูเหมือนว่าเค้าจะเริ่มคุ้นเคยกันบ้างแล้ว
ฉันเดินไปหาเด็กคนหนึ่งที่อยู่บนเตียง ร่างกายผอมมากๆ ขยับเขยื้อนแทบไม่ได้เลย ฉันไม่รู้ว่าน้องเค้าเป็นอะไร ได้แต่นอนคว่ำ ฉันเห็นป้ายหน้าเตียงบอกว่า"กรุณา ล้างมือ ก่อน-หลัง สัมผัสผู้ป่วย"
ฉันไปล้างมือ เดินมาจับมือน้องเค้า แล้วยิ้มให้ น้องเค้ายิ้มให้ฉัน ฉันรู้สึกว่าเค้ารับรู้ได้ ฉันพูดคุยกับเค้า แต่เค้าไม่สามารถตอบอะไรฉันได้เลย ได้แต่มองหน้าฉัน แล้วก็ยิ้มมา เมื่อฉันพูดแล้วยิ้มให้ ฉันลูบหัวน้องเค้าเบาๆ ฉันรู้สึกสงสารและเห็นใจน้องเค้าอย่างที่สุด ฉันคิดว่าไม่มีใครอยากที่จะเกิดมาแล้วเป็นแบบนี้
น้องของฉันอีกคนหนึ่งของวันนี้ คือน้อง พุ เป็นเด็กผู้ชาย ตาสวยมากๆ เหมือนผู้หญิง น้องพุมีเฝือก ผ้าพันแผลสีขาวตั้งแต่เอวลงมาถึงปลายเท้า ฉันรู้มาว่าน้องพุเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้แน่ชัดว่าน้องเป็นอะไร ฉันก็ไม่คิดจะถามน้องเค้าให้กระทบจิตใจเช่นกัน
น้องพุเป็นเด็กร่าเริง อารมณ์ดี แต่เปลี่ยนใจได้ง่าย ค่อนข้างเอาแต่ใจบ้าง เพราะอาจจะยังอายุน้อยอยู่ก็เป็นได้ ฉันได้เอาตัวต่อเลโก้มาเล่นกับน้องพุ จะคอยถามน้องว่า"นี่สีอะไรคะ? อยากต่อเป็นรูปอะไรคะ?"เพื่อฝึกการแยกแยะสีของน้องและความคิดสร้างสรรค์ดูน้องพุจะอารมณ์ดี หัวเราะง่าย ซึ่งทำให้ฉันคิดว่า การที่น้องจะป่วยหรือผิดปกติจากเด็กอื่นๆก็ไม่สามารถเป็นอุปสรรคกับตัวน้องๆเหล้านี้เลย ถ้าเค้ามีสุขภาพจิตที่ดี สุขภาพกายน้องก็จะดีตามไปด้วย ฉันเชื่อว่าต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ทำให้ฉันคิดว่า เป็นการดีที่พวกเราอาสาสมัครเข้ามาหาน้องๆ มาชวนน้องๆเด็กที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลทำกิจกรรม ทำให้น้องๆได้หมั่นฝึกฝนสมองอยู่เสมอในระหว่างการรักษาตัวและการลาพักการเรียนในช่วงระยะเวลาไม่มากก็น้อย เป็นสิ่งที่สามารถช่วยเด็กๆได้ดีทีเดียว ทั้งทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ
**ถ้ามีอาสาสมัครเพิ่มขึ้นกว่านี้... มีผู้บริจาคสื่อความรู้หรือของเล่นฝึกทักษะเด็กๆให้กับโครงการเราเพิ่มขึ้นคงจะดีไม่น้อยเลย ในครั้งต่อไปฉันอาจจะมีการเปลี่ยนตึกการดูแลน้องๆสลับกับกลุ่มเพื่อนอาสาคนอื่นๆ คงจะได้รับประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน**