ผีย่าหม้อหนึ้งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณหม้อข้าวเตาไฟที่เลี้ยงผู้คนในบ้านเรือน

เป็นที่น่าเสียดายที่ตำนานผีล้านนาหลายเรื่องที่แฝงด้วยคติ ความเชื่อในการดำรงชีวิตประจำวันสร้างความสามาคคี ความกลมเกลียวในครัวเรือน  ปัจจุบันได้สูญหายไปหลายต่อหลายเรื่อง  ตำนานผีล้านนาตอนผีปู่ย่าจึงเป็นการบันทึกกุศโลบายบรรพบุรุษในการรักษาผู้คนในครอบครัวเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน           เพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชนเป็นวิทยาทาน

ดินแดนล้านนาผู้คนรับประทานข้าวเหนียวกันในชีวิตประจำวัน ในการทำข้าวให้สุกต้องใช้หม้อหนึ้งและไหข้าวมาทำการหนึ้งข้าว

  ขั้นตอนการหนึ้งข้าวต้องก่อไฟในเตาไฟเสร็จแล้วนำหม้อหนึ้งอาจเป็นหม้อดินหรือโลหะก็ได้ ขึ้นตั้งบนก้อนเส้า นำไหข้าววางบนปากหม้อหนึ้งให้ตรงนำเอาผ้าเศษยาวๆมาพันปากหม้อหนึ้งให้สนิทกับก้นไหกันไอน้ำผุดออก   นำข้าวสารใส่ลงในไหแล้วนำผาชีปิดปากไหรอจนข้าวสุกจึงปลดไหเทข้าวหนึ้งสุกแล้วลงในกัวะ(ภาชนะแบนผึ่งข้าวให้เย็น)ทำกานำไม้ด้ามข้าว  แบ่งแยกก้อนข้าวหนึ้งร้อนๆออกเป็นส่วนๆเพื่อระบายไอร้อนออกจากก้อนข้าวหนึ้งสุกใหม่ๆ แล้วนำข้าวใส่ก่องข้าวเก็บไว้รับประทาน

เครื่องครัวที่เป็นหม้อหนึ้ง  ไหข้าวนั้เองถือกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่ต้องบำรุงรักษา  เมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติในบ้านเรือน  เจ้าของเรือนจะไปขอแม่หมอมาทำการลงผีย่าหม้อหนึ้ง  โดยการนำไม้ท่อนเล็กๆยาวประมาณศอกกว่าๆมาผูกมัดสมมุติเป็นแขนของไหแล้วนำเสื้อของเจ้าของบ้านมาสวมที่แขนไม้ถือว่าเป็นย่าหม้อหนึ้ง

เครื่องบูชามีสวย(กรวย)ดอกไม้ธูปเทียน  กระโด้งใส่ข้าวสารประมาณหนึ่งลิตร   เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วแม่หมอและผู้ช่วยช่วยกันจับก้นไหยกก้นไหขึ้น  ไหหม้อหนึ้งจะแกว่งไปมาโดยพลังของผีย่าหม้อหนึ้งโดยที่มือแม่หมอและผู้ช่วยคอยประคองถือว่าผีย่าหม้อหนึ้งได้เข้าทรงไหแล้ว

ผู้คนทั้งหลายจะตั้งคำถามว่าเหตุใดคนในบ้านจึงป่วย   ผีย่าหม้อหนึ้งจะเอามือด้านใดด้านหนึ่งเขี่ยข้าวสารและสวยดอกไปมาเป็นสัญญลักษณ์ให้แม่หมอแปลความหมาย แล้วบอกให้ผู้คนในบ้านทราบ เป็นการถามเมื่อ(หมอดู)จากผีปู่ย่า   คำถามอาจมีหลากหลายประเด็นแล้วแต่ผู้คนจะถาม  เมื่อลงผีหม้อหนึ้งเสร็จแม่หมอและผู้ช่วยก็จะวางไหลง ปลดเสื้อผ้าและแขนไม้ออก ถือว่าเป็นเสร็จพิธี

การลงผีหม้อหนึ้งถือว่าในห้องเตาไฟ(ห้องครัว)มีผีวิญญาณมากมายเพราะเป็นที่นำซากสัตว์ใหญ่น้อยมาทำอาหาร ไม่ว่าซากวัว ควาย เป็ดไก่  ตลอดจนปลากุ้งหอย  วิญญาณสัตว์เหล่านี้ย่อมหวงแหนร่างกายของตนที่ต้องมาเสียชีวิตสังเวยผู้คนในครัวไฟ  ขณะเดียวกันหม้อหนึ้งไหข้าวเป็นอุปกรณ์ที่ให้คุณค่าหนึ้งข้าวเลี่ยงผู้คนในบ้านเรือนผู้คนจึงเชื่อกันว่าในครัวไฟจึงมีจิตวิญญาณหลากหลายผูกพันช่วยกันรักษาครัวไฟและชีวิตผู้คนในบ้านเรือนนั้นๆ  ทุกมื้อที่คนในครอบครัวร่วมกันรับประทานอาหารผู้ใหญ่ในวงอาหารจะถือโอกาสสั่งสอนให้คติเตือนใจในวงขันข้าวเช่น  บ่ดีกิ๋นบกจ้กลง  (อย่าล้วงเอาข้าวกลางก่องขึ้นมากินก่อนข้าวที่อยู่ริมผนังก่องข้าว ) เพราะเม็ดข้าวที่ติดผนังก่องข้าวจะแข็งไม่มีใครเอามากินก็แคะทิ้งไปเสียประโยชน์เสียข้าวสุก  เป็นต้น

ผีย่าหม้อหนึ้งปัจจุบันไม่ค่อยจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนสมัยใหม่เพราะบางบ้านไม่มีการหนึ้งข้าว  ลูกหลานไปหากินถิ่นไกล ผีย่างหม้อหนึ้งก็ไปไม่ถึงเพราะต้องอยู่เฝ้าเตาไฟ  ผู้คนญาติผู้ใหญ่จึงขาดโอกาสสั่งสอนลูกหลาน

ที่จริงรายละเอียดเกี่ยวกับผีหม้อหนึ้งยังมีอีกมาก  ผีย่าหม้อหนึ้งบางแห่งบางถิ่นอาจต่างกันไปตามท้องถิ่นเท่าที่เล่ามาเพียงเพื่อให้ผู้คนได้อ่านได้สืบสานตำนานผีล้านนา