พวกเราอาจจะสงสัยว่า ถ้าจะให้เลือกระหว่างการออกกำลัง-ออกแรงเป็นประจำกับการลดความอ้วนแล้ว อะไรสำคัญกว่า... วันนี้มีข้อมูลมาฝากครับ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ริชาร์ด เทลฟอร์ด และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เมืองแคนเบอร์รา ทำการศึกษาพบว่า โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน และความเสี่ยงตายก่อนวัยอันควร ทว่า... โรคอ้วนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคดังกล่าว ... สาเหตุของเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่เซลล์ต่างๆ ในร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการมีระดับน้ำตาลหลังอาหารสูง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น เครื่องดื่มหรืออาหารเติมน้ำตาล แป้ง ข้าวขาว มันฝรั่ง ฯลฯ และไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำทำให้โรงไฟฟ้า หรือโรงสร้างพลังงานขนาดจิ๋วในเซลล์ที่เรียกว่า "ไมโทคอนเดรีย (mitochondria)" มีจำนวนเพิ่มขึ้น และทำงานได้ดีขึ้น ... ไมโทคอนเดรีย หรือโรงไฟฟ้าในเซลล์ของคนที่ไม่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำจะเสื่อมสภาพ ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งเสื่อมมากขึ้น ทำให้เกิดของเสีย โดยเฉพาะอนุมูลอิสระ (free radicals) รั่วออกมามากขึ้น ถ้าเปรียบไมโทคอนเดรียของคนที่ไม่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำจะคล้ายโรงงานเก่าๆ ที่ปล่อยควันดำ และส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว ... การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำจะทำให้ไมโทคอนเดรีย หรือโรงไฟฟ้าในเซลล์ทำงานได้ดีขึ้น เปรียบคล้ายโรงงานที่ปรับปรุงใหม่ ยกเครื่องใหม่ จนเผาไหม้ได้ดี ส่งควันดำ และกลิ่นเหม็นออกมาน้อยลง ผลดีของการออกแรง-ออกำลังเป็นประจำมีดังต่อไปนี้ ... การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำจึงมีส่วนช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่สาเหตุใหญ่ หรือโรงไฟฟ้าขนาดจิ๋วในเซลล์(ไมโทคอนเดรีย) เมื่อนำการออกกำลังมาผสมผสานกับการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะการลดอาหารประเภทแป้ง ข้าวขาว น้ำตาล และของทอดให้น้อยลง จะทำให้สุขภาพดีขึ้นเร็ว ... การเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง การกินผักผลไม้ทั้งผลที่ไม่หวานจัด(ไม่ใช่น้ำผลไม้) โดยเน้นผักให้มากกว่าผลไม้เป็นประจำ มีส่วนช่วยให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ(แอนตี้ออกซิแดนท์)มากพอทุกวัน ข้อมูลจากอเมริกาพบว่า ถ้าคนอเมริกามีอายุยืนขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนจะมีโอกาสเป็นเบาหวานประมาณ 1 ใน 3 การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำตั้งแต่วันนี้จะช่วยป้องกันความเสี่ยงเบาหวานให้น้อยลงได้ ... การออกกำลังที่ดีมากๆ คือ การออกกำลังประเภท "หนักสลับเบา" ซึ่งมีทางเลือกหลายวิธี เช่น ... นอกจากนั้นการออกแรง-ออกกำลังยังมีลักษณะคล้ายอาหารคือ ควรออกกำลังหลายๆ วิธีสลับเปลี่ยนหมุนเวียนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรเสริม หรือสลับด้วยการออกกำลังแผนตะวันออก เช่น ไทเกก-ไทชิ(ชี่กง) มวยจีน รำกระบองชีวจิต ฯลฯ การออกกำลังแผนตะวันออกมีแนวโน้มจะเสริมสร้างสมาธิ ลดความเครียด และเพิ่มภูมิต้านทานโรคได้ ... ทีนี้ออกกำลัง-ออกแรงวันละเท่าไรจึงจะพอ... ถ้าจะให้ดีจริงๆ อาจารย์หมอเมียคินแนะนำว่า ขอเป็นวันละ 60 นาที โดยเฉพาะถ้ามีโรคอ้วน อ้วนลงพุง เบาหวาน หรือความดันเลือดสูงร่วมด้วย ถ้ามีเวลาน้อย... จะแบ่งการออกกำลังเป็นช่วงๆ เช่น เดินคราวละ 10-20 นาที เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ สะสมกันให้ได้วันละ 60 นาทีก็ได้ วันไหน "ขาดทุน" หรือออกกำลังน้อยเกิน ควรจดบันทึกไว้ และออกกำลังเสริมชดเชยในวันต่อๆ ไป ... การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า "อ้วนฟิตดีกว่าผอมไม่ฟิต"... คนที่พยายามแล้วน้ำหนักไม่ลดก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะคนที่อ้วนและฟิต(ร่างกายแข็งแรงจากการออกแรง-ออกกำลัง)มีสุขภาพดีกว่าคนที่อ้วนไม่ฟิต หรือผอมไม่ฟิตได้ ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ที่มา
ออกกำลัง ดีกับสุขภาพมากกว่าลดความอ้วน
พวกเราอาจจะสงสัยว่า ถ้าจะให้เลือกระหว่างการออกกำลัง-ออกแรงเป็นประจำกับการลดความอ้วนแล้ว อะไรสำคัญกว่า... วันนี้มีข้อมูลมาฝากครับ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
รักชาติ ท. บ. พล ทหาร · 6 พ.ย. 2550
Lin Hui · 6 พ.ย. 2550
noktalay · 6 พ.ย. 2550
orange alright · 6 พ.ย. 2550
พรรณี(เปี๊ยก) · 6 พ.ย. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 6 พ.ย. 2550