สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ ที่ไม่เคยพิจารณาแก้ไข ต้องรอให้ประเทศที่สามมากดดันหรืออย่างไรกัน ถึงจะยอม

ผมมีโอกาสสอนนักศึกษาวิชาเอกภาษาจีนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเด็กพวกนี้ ผมเคยสอนเขาตั้งแต่เขาอยู่ปี 1 ...

เมื่อจบปลายภาคเรียน เกรดออกมา เด็กคนหนึ่ง เรียนแล้วติด I ของผม เขาจึงเทียวแก้งานกับผมอยู่หลายรอบ จนผ่านไปได้

หลังจากที่เขาแก้งานเสร็จแล้ว ผมได้มีโอกาสคุยกับเขา

ผมบอกเค้าว่า "เออ ตั้งใจเรียนนะ ใกล้จะจบแล้ว จะได้งานทำดี ๆ มีเงินกลับไปเลี้ยงพ่อแม่และน้อง" 

เขาตอบผมว่า "ผมก็ไม่แน่ใจครับอาจารย์ ถ้าผมจบแล้ว ผมจะได้รับใบปริญญาหรือเปล่าครับ แล้วเรียนจบ ผมจะมีงานทำหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ... ผมยังไม่ได้สัญชาติไทยเลยครับ ทางการเขาไม่ยอมให้ผม ทั้ง ๆ ที่ผมเกิดที่ประเทศนี้ ผมก็ไม่เข้าใจครับ"

ผมก็อึ้งกับคำตอบแบบนี้ คิดสักครู่ แล้วก็ตอบเขาไปว่า "ยังไงก็ต้องเรียนให้จบ .. จบแล้วค่อยไปต่อสู้อีกทีว่า เราเกิดที่นี่ เราก็ต้องได้สัญชาติไทยสิ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง"

ผมให้กำลังใจเขา ...

บ้านของลูกศิษย์ผม อยู่บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ... รู้จักเวียงแหงไหมครับ อยู่ห่างจาก อ.เชียงดาว ประมาณ 60 กิโลเมตร (กิโลแม้วก็ได้ เพราะกว่าจะจึงก็หนทางคดโค้ง ผ่านหมู่บ้านชาวเขาหลายเผ่า ผ่านป่าสน)

บ้านเปียงหลวง คือ แหล่งชุมชนของชาวจีนฮ่อ .. กองพล 93 ที่เคยหนีภัยคอมมิวนิสต์มา แล้วมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของในหลวง อาศัยอยู่ชายขอบของประเทศไทย ทางตะวันตก ... มีช่องหลักแต่ง เป็นเขตผ่านแดนไปพม่า ฝั่งพม่าจะมีกองกำลังไทยใหญ่มีอิทธิพลอยู่ ดังนั้น บ้านเปียงหลวงจึงเป็นเขตทหารครับ ... มีทหารไทย สังกัด ร.4 ดูแลอยู่ เพราะเป็นเขตที่ละเอียดอ่อนทางความมั่นคงมาก

บ้านเปียงหลวงมีโรงเรียนที่สอนทั้งภาษาไทยและภาษาจีน ผมเคยมีโอกาสขี่รถไปเที่ยวดู ผ่านโรงเรียนก็จะได้ยินเสียงท่องภาษาจีนกันดังลั่นหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านที่มีเศรษฐกิจ เผลอ ๆ ดีกว่าตัวอำเภอเวียงแหงเสียอีก คุณลองไปดูสิ จะทราบเลย

คนจีนฮ่อ ส่งลูกเรียนประถมในหมู่บ้าน มัธยมนอกอำเภอเวียงแหง คือ เข้ามาในเชียงใหม่ ปริญญาตรีก็ "มหาวิทยาลัยชายเขา" นี่แหละ ... ชอบเรียนวิชาเอก "ภาษาจีน" ... ถ้าบ้านไหนมีฐานะหน่อยจะส่งลูกไปไต้หวัน หรือ ไทเป เพื่อเรียนต่อระดับสูง ถ้าไม่กลับก็เป็นพลเมืองไต้หวันไปเลย ส่งเงินกลับมาให้ที่บ้าน

แน่นอน ประเทศเราไม่ให้สัญชาติเขา แต่พวกนี้เรียนเก่ง ระดับมันสมองทีเดียว เราจึงเสียคนเก่งให้กับประเทศอื่นไป เพราะรัฐไม่สนใจ หรือไม่เจ้าหน้าที่ปกครองก็มีอะไรตุกติกกันอยู่ อย่างที่ได้ยินคือ ซื้อขายบัตรประชาชน เป็นต้น

คุณคงเคยได้ยินนะครับ .. อาจารย์มหาวิทยาลัยพายัพท่านหนึ่ง เป็นอาจารย์ทางดนตรีจนจะเกษียณอยู่แล้ว เก่งมาก แต่ยังไม่มีสัญชาติไทยเลย

นักศึกษา ป.เอก มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง (จำไม่ได้ครับ) เอกทางวิทยาศสตร์ที่เป็นสาขาที่หาคนเรียนยากมากครับ นั่นก็มันสมอง ไปทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยที่เมืองนอก เพราะงานวิจัยที่สร้างสรรค์ แต่ "รัฐไม่ยอมให้สัญชาติไทย"

สะใจไหมครับ ... รัฐฐะ แห่ง ไทย

นี่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ ที่ไม่เคยพิจารณาแก้ไข ต้องรอให้ประเทศที่สามมากดดันหรืออย่างไรกัน ถึงจะยอม ไม่เข้าใจ

ละเมิดด้วยข้ออ้าง "ความมั่นคง"

ละเมิดด้วยคำว่า "เศรษฐกิจและการค้า" และ "ผลประโยชน์ของใครซักคน" เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เอาเศรษฐกิจนำหน้า ไม่สนใจปัญหาสังคม

ผมเชื่อว่า ไม่ใช่ลูกศิษย์ชายขอบของผมคนนี้คนเดียวหรอก .. ที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยังน่าจะมีมากกว่านี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยตัว

จะมี "สมองไหล" ของคนที่รักแผ่นดินไทยอีกสักกี่คน ให้ความรู้เขา แต่เขาไปสร้างความเจริญให้กับแผ่นดินอื่น เป็นตลกร้ายจริง ๆ

ขอโชคชะตาอำนวยพรให้ลูกศิษย์ของผมคนนี้ ... ได้รับแต่สิ่งดี ๆ ด้วยเถิด

สาธุ ! บุญรักษา เน้อ