พวกเราคงจะมีประสบการณ์เห็นคน "หลับตาฟังเพลง" มาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบสมองของวาทยากรหรือผู้ควบคุมวงออร์เคสตรา (คอนดัคเทอร์ / conductor) กับนักเรียนมือใหม่มาฝากครับ...

<p>พวกเราคงจะมีประสบการณ์เห็นคน “หลับตาฟังเพลง” มาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบสมองของวาทยากรหรือผู้ควบคุมวงออร์เคสตรา (คอนดัคเทอร์ / conductor) กับนักเรียนดนตรีมือใหม่มาฝากครับ…</p>

คนที่จะเรียนไปเป็นวาทยากร หรือคอนดัคเทอร์นั้น... กล่าวกันว่า นักเรียนชั้นเยี่ยมทางดนตรี ไม่ใช่นักเรียนดนตรีทุกคนจะไต่เต้าขึ้นไปสู่ความเป็นยอดฝีมือระดับนี้ได้ง่ายๆ ข่าวดีคือ เมืองไทยเรามีวาทยากรระดับโลกที่ชนะการประกวดมาแล้ว

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์โจนาธาน เบอร์เดทท์ และคณะ แห่งศูนย์การแพทย์แบพทิสท์ มหาวิทยาลัยเวค ฟอเรสท์ และมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนดนตรี 20 คน และเป็นวาทยากรหรือคอนดัคเทอร์วงออร์เคสตร้า หรือผู้นำวง 20 คน อายุ 28-40 ปี

การศึกษาทำโดยการให้ฟังโน้ตดนตรี 2 เสียงในเวลาห่างกันระดับไม่กี่มิลลิวินาที หรือห่างกันประมาณ 2-3 ส่วนในพันวินาที แน่นอนว่า แบบทดสอบของวาทยากรจะต้องทำให้ยากเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เนื่องจากจอมยุทธเหล่านี้มีทักษะดนตรีแบบไม่ธรรมดา

....

การศึกษาใช้เครื่องตรวจ functional MRI (fMRI) หรือเครื่องตรวจสนามแม่เหล็ก-วิทยุชนิดพิเศษ... เจ้าเครื่อง fMRI นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะมันตรวจได้เดี๋ยวนั้นเลยว่า ตอนนี้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนนั้นมาก เลี้ยงสมองส่วนนี้น้อย หรือสมองส่วนนั้นกำลังทำงานมาก ส่วนนี้กำลังทำงานน้อย

ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนดนตรีมือใหม่นั้นต้อง "เพ่ง" หรือใช้ความพยายามอย่างมากในการทำแบบทดสอบ วิธีที่ใช้คือ สมองส่วนรับภาพทำงานน้อยลงไปเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้สมองส่วนฟังเสียงทำงานได้เพิ่มขึ้น

...

สมองของวาทยากรมือโปร(มืออาชีพ)กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป... สมองมือโปรกลับทำแบบทดสอบที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ได้โดยไม่ต้องลดการทำงานของสมองส่วนรับภาพ

อาจารย์เบอร์เดทท์กล่าวว่า การลดการทำงานของสมองส่วนหนึ่ง เพื่อให้สมองอีกส่วนหนึ่งทำงานได้ดีขึ้นนั้น เปรียบคล้ายเวลาที่คนเรา "ปิดตาฟังเพลง" นั่นเอง

...

อาจารย์ดอกเตอร์เดวิด แฮส์ทัน ผู้ร่วมทำงานวิจัยกล่าวว่า สมองของวาทยากรมือโปรเหนือกว่าตรงที่ทำงานได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน

ถ้าเปรียบจะคล้าย CPU หรือหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ที่ทำหน้าที่หลายๆ อย่างได้พร้อมกัน (multitasking) ขณะที่พวกมือใหม่ทำงานได้ดีทีละอย่าง

...

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำสอนของท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์นัยพินิจ คชภักดี นักวิทยาศาสตร์ระบบประสาท

ท่านกล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนทั่วไปอยู่ที่ว่า อัจฉริยะทำลายกำแพง (barrier) ที่แบ่งองค์ความรู้เป็นเรื่องๆ เชื่อมเข้าหากัน (integrate) ได้ และบูรณาการเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ (synthesize) ได้

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การฝึกดนตรีมีส่วนทำให้สมองคนเราดีขึ้นในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะถ้าฝึกในวัยเด็ก

ถ้าไม่ชอบดนตรี... การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ หรือการฝึกกิจกรรมสมาธิก็ช่วยให้สมองดีขึ้นได้ เช่น การฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ สวดมนต์ ไทเกก-ไทชิ(ชี่กง) ฯลฯ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ขอแนะนำ                                                 

  • รวมเรื่อง "สุขภาพสมอง" > [ Click ]
  • บล็อก "บ้านสาระ" > [ Click ]

ที่มา                                                         

  • Thank BBC > Brain 'close eyes' to hear music > [ Click ] > November 5, 2007.

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>