สมัยนี้จะฮิตกันมากเรื่องเซ็นสัญญาตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ที่จริงไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร คนสมัยไหนๆเขาก็ทำกัน ถ้าดูหนังพระนเรศวร ก็จะเห็นประเทศราชเอาเครื่องบรรณการไปกราบไหว้พระเจ้าบุเรงนอง แต่สมัยนี้จะเซ็นสัญญาระหว่างผู้ที่เท่ากันถึงผู้ที่เท่ากันมากกว่า เห็นได้ทั่วไประหว่างสถาบันและองค์กรต่างๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่งานสายคล้ายกัน จะรวมพลังกันทำงานให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สุภาษิตคนเดียวหัวหายยังใช้ได้อยู่เสมอ
แต่ในกลุ่มของคนตระกูลเฮ มีวิธีการแตกต่างไปจากคนอื่น ตรงที่รูปแบบของเราจะเป็นการเซ็นสัญญาด้วยใจ เมื่อเซ็นแล้วก็เทใจให้กัน พลังใจคือมหาอำนาจแห่งพลัง ในบางกรณีมีคนยอมสละชีวิต เช่น นักบินมิกาเช่ยอมตายเพื่อประเทศชาติ หรือกรณีนักบินนิรนามจี้เครื่องบินโดยสารพุ่งชนตึกในสหรัฐอเมริกา ทำยังกับเกมส์เด็กเล่น กระทบถึงยุทธวิธีของมหาอำนาจ ทุกตำรามหาพิชัยยุทธที่วิจัยแล้วว่าเจ๋งแทบถูกโยนลงตะกร้า ทั้งๆที่มีวิทยาการก้าวหน้า ขนาดป้องกันจรวดสู้จรวดโจมตีได้ แต่ไม่สามารถป้องกันเครื่องบินลำโต2-3ลำแยกกันชนตึกตูมๆๆได้ เรื่องนี้ไม่ได้เขียนเพื่อสดุดีการก่อการร้าย แต่เพื่อสะท้อนมุมมองแบบชาวบ้านที่เห็นว่า
- วิชาความรู้ วิชาการ หรือเทคโนโลยีสมัยนี้ มันเสื่อมและตกรุ่นเร็วมาก ไม่มีอะไรเจ๋งและแจ๋วถาวร ต้องเรียนรู้และพัฒนาไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
- นักคิดนักสู้มืออาชีพอย่างบิลลาเดน ไม่คิดในกรอบเดิม จะแต่คิดสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่มีใครทำ จึงทรงพลังและตั้งรับยาก เพราะไม่ปรากฏในตำรามาก่อน เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าในตำราก็มีช่องโหว่ ไม่มีชัวร์ล้าน% หรอกต๋อย
- พลังใจ มีอานุภาพยิ่งใหญ่มาก การสู้กับคนที่ยอมตายสู้ยาก ตัวอย่างพวกนี้ไม่ได้หายไปไหน และมีเห็นในสงครามเชื้อชาติในปัจจุบัน
เรื่องกำลังใจและพลังใจทำได้หลายลักษณะ ถ้าเราค้นหากรณีศึกษาในBlog จะเห็นว่าชาวG2K เป็นนักจิตวิทยา นักพุทธศาสตร์ นักอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะจนผมเรียกไม่ถูก รู้แต่ว่าสามารถค้นหาได้ทุกศาสตร์อย่างจุใจ ข้องใจก็สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าของความรู้โดยตรง การเรียนรู้ในBlog ช่วยให้เราไม่ตกข่าวสำคัญๆ
เร็วๆนี้มีการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติฯ เรื่อง”พัฒนาการศึกษา สร้างปัญญาแก่แผ่นดิน”ที่สำนักประเมินมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา(สมศ.)เป็นเจ้าภาพ ท่านJJ ได้รายงานรวดเร็วตามแบบฉบับของท่าน หรือการประชุมพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ:ทางรอดของประเทศไทย"เวทีขับเคลื่อนและร่วมเรียนรู้กระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพ" ท่านอาจารย์มาลินี ธนารุณ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าในBlogให้ฟังยังกับเราได้ไปนั่งประชุมด้วยตนเอง ถึงผมไม่ไปประชุมทั้ง2แห่ง แต่ก็ได้เรียนรู้ข่าวสารเหล่านี้ได้
ทำให้เห็นวิธีที่ไม่ต้องเดินทางไปประชุมแต่ได้ประชุม
ถามว่า:คนโน้นคนนี้เขาเซ็นสัญญาMOUกัน แล้วพวกคนตระกูลเฮ จะไปเซ็นสัญญาตกลงความร่วมใจกับใครดีละครับ มีไหมครับองค์กรที่มีใจ อยากจะเติมใจ และเสริมกำลังใจกับเรา จะอ่านเล่นๆก็ได้ แต่ถ้าจะช่วยกันคิดช่วยกันตอบก็ขอบคุณ อิอิ
พ่อขา
แบบนี้ DSS ก็อินเทรนด์ ( in trend ) กับเขานะคะเนี่ย...ไปกทม.รอบตะกี้ (28-30 ตค)ไปทำ MOU ในการผลิตหนังสือเสียงระบบเดซี กับโครงการเดซีประเทศไทย องค์กรเดซีสากล (DAISY consortium ) DAISY: Digital Accessible Information SYstem (DAISY) Consortium มาค่ะพ่อขา
และ 21-24 พย นี้ จะไปกทม. International conference (ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ) อีกแล้วค่ะพ่อ ดีใจเนอะได้ไปราชการอีกแล้ว จะได้มีเบี้ยเลี้ยงให้ gotoknow อีกค่ะ อิอิ
MOU แปลเป็นแบบไทยๆว่า"มัดเอ็งกับกู"ไงล่ะพ่อครู ทุกวันนี้ตระกูลเฮเรามัดกันที่ใจ แล้วร่วมผูกกายสไตล์ดงหลวง ควงด้วยผูกจิตสาธารณะ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำร่วมกัน ใครอยากผูกก็เข้ามาผูก หากไม่มาจะตามไปดึงผูกเอง แถมไม่ผูกเปล่าเผลอๆจะมัด(ไม่ใช่ตราสังข์)ซะด้วย ฮิฮิ
ท่านครูบาผมคุยกับเลขารองนายกไพบูลย์แล้วกำลังจะมัดตราสังข์
มาดื่มน้ำทิพย์ และเติมน้ำทิพย์ครับ ที่ 225 เฮฮาศาสตร์ 3 บล็อกกับน้ำดื่มหน้าบ้าน
ท่านตีความได้สุดยอด แบบฉบับคนตระกูลเฮ โดยแท้ อิอิ
เดินสายเป็นว่าเล่นเลยนะสาวน้อย
สงสัยว่าจะต้องทำเสื้อวอร์ม คนตระกูลเฮ ออกมาเสียแล้ว
MOU : Mind on Uniqueness
สัญญานี้ เซ็นด้วยน้ำใจแทนหมึก หรือว่าเซ็นด้วยอะไรดีครับ
ขอบคุณมากครับ
เปิดหัวใจให้เซ็น สิเม้ง