ครูองุ่นคนสวยพูดตามสายว่า พี่บางทรายเราขึ้นดงหลวงกันเถอะ ไปดูสถานที่กันหน่อย ความหมายของเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตอาสาการเตรียมงานเฮฮาศาสตร์ 3  เพราะมีสมาชิกสมัครมามากเกินคาดเป็นสองเท่า การเตรียมการจึงต้องละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ข้อบกพร่องน้อยที่สุด การดูสถานที่จริง การสมมติพักจริงๆจึงจำเป็นต้องทำครับ 

ท้องฟ้าดงหลวงเมื่อวันที่ 30 และ 31 ต.ค.ก็เหมือนกับอีกหลายสิบจังหวัดที่มืดครึ้มไปด้วยเมฆและฝนก็ตกลงมา เราสงสารชาวนาที่กำลังเกี่ยวข้าว วุ่นวายกับการเก็บมัดรวงข้าวและเมล็ดข้าวเปลือกที่คงคาลานตีข้าวนั้น ชีวิตเกษตรกรก็เป็นเช่นนี้มีอัตราความเสี่ยงมาก เฝ้าทนุถนอมตั้งแต่ไถ เพาะกล้า ปลูก ดูแลมาจะเก็บเกี่ยวขึ้นยุ้งฉางก็เจอะปัญหาธรรมชาติจนได้ 

 

 เหมือนฝนสั่งฟ้าครับ พอเช้าวันที่ 1 พ.ย. ท้องฟ้ายังมืดครื้มค่อยๆมีแสงแดด ลอดออกมาจากเมฆ กำหนดนั้นผมต้องไปรับครูองุ่นและน้องออต ที่มหาสารคามแล้วเดินทางขึ้นดงหลวงกัน ใจผมนึกในทางดีว่า ฝนคงหยุดแล้วนะ บ่ายวันนี้ Paleeyon มาสมทบ ที่อ่างห้วยไผ่  

เราพบเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของอ่างห้วยไผ่ เจ๊องุ่นคนสวยเริ่มเจรจาในสิ่งที่จะต้องตระเตรียมต่างๆ เดินตรวจสอบของที่มีอยู่จริง บันทึก ปรึกษาหารือ เราเดินทางไปดูตลาดในหมู่บ้าน เราเดินทางไปพบแม่ครัวชาวบ้านที่ต้องการมาสำรองห้องครัวเรา เช็คเต็นท์ เครื่องนอน ทุกอย่างผ่านมาตรฐานเจ๊องุ่นคนสวยของเรา ผมต้องเรียนพี่น้องว่าเจ๊องุ่นคนสวยของเรานี้มืออาชีพจริงๆครับ ผมแอบชื่นชมเธอ  น้องออตช่วยเป็นกองเลขาให้   

ตอนเราเดินทางไปพบผู้ช่วยแม่ครัวที่บ้านป่าไม้พัฒนา เลยถือโอกาสซื้ออาหารแบบชาวบ้านมาทานมื้อค่ำกัน ผมน่ะนึกเมนูไม่ออกเลยว่าน่าจะมีอะไรบ้างในสภาพชาวบ้าน เจ๊องุ่นคนสวยของเราเดินดูร้านริมทางแล้วก็สั่งส้มตำใส่ข่า เผ็ดกลางๆ ข้าวเหนียวร้อนๆ  น้องออตยังติดใจกล้วยทอดของชาวบ้านเลยไปสั่งให้เธอทอดใหม่อีก เจ๊องุ่นยืนยันว่ากล้วยทอดของเธออร่อย สอบถามได้ความว่าเธอได้สูตรมาจากรายการแก้จนทางทีวี เรายกนิ้วให้ครับ 

 มืดแล้วเรากลับมาส่งหัวหน้าแม่ครัวของอ่างห้วยไผ่ที่หมู่บ้านศรีถาวรพัฒนาซึ่งเป็นหมู่บ้านอพยพแล้วเราก็เดินทางไปสู่อ่างห้วยไผ่ซึ่งเราขอให้เจ้าหน้าที่เขากางเต็นท์ไว้ให้เรา ก่อนที่เราลงมือกินมื้อค่ำเราเอาอาหารชุดเล็กๆที่เจ๊องุ่นจัดไว้ไปเส้นไหว้เจ้าที่ด้วย แล้วพวกเราจัดการมื้อค่าที่อร่อยในบรรยากาศทะเลภูเขา   หลังมื้อค่ำ เราต้มน้ำร้อนสำหรับกาแฟ แล้วก็คุยเรื่องสิ่งต่างๆที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม คือการจัดคนลงที่พัก การจัดรถรับส่งคนทั้งหมด คนขับรถ และที่สำคัญค่าใช้จ่าย ในที่สุดเราประมวลค่าใช้จ่ายและการลงขันกันซึ่งตรงกันกับที่ผมและ paleeyon ประมาณการไว้ในช่วงต้นเดือนว่าอยู่ที่ 1000 บาทต่อคน โดยไม่คิดสำหรับเด็ก  

อากาศดีเหลือเกิน เจ๊องุ่นคนขี้หนาว ใส่เสื้อกันหนาวและมี Hook คลุมหัว สำหรับผมคิดว่ากำลังพอดีครับ ลมพัดตลอด ทำให้กาแฟร้อนๆเป็นเพื่อนเราที่เห็นคุณค่ามาก เราคุยกันถึง 5 ทุ่มแล้วแยกย้ายกันไปนอนเต็นท์ 

ผมมองขึ้นท้องฟ้า ไม่น่าเชื่อครับที่มุมขอบฟ้าทิศตะวันตกมีฟ้าแลบแปลบๆตอนหัวค่ำ ดึกขึ้นมาก็หายไป แต่กลับมีดาวขึ้นเต็มท้องฟ้า ผมไม่ได้สัมผัสบรรยากาศนี้มานานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่มันสวยงามจริงๆครับ เย็น เสียงลมพัดยอดไม้กลางป่า ความเงียบแบบป่า ทำไมเราดิ้นรนไปหาความสุขกันในเมืองกันหนา  กลางป่าเขาธรรมชาตินี่สุดยอดแล้วสำหรับผม  

คืนนี้ผมขอเก็บดาวรายกลางดงหลวงมาฝากทุกท่าน สวยมากๆครับ  

ค่าใช้จ่ายเราจะลงขันกันคนละ 1,000 บาท ยกเว้นเด็กครับ