การเลือกซื้อไม้ จริงๆ แล้วมี ปัจจัยที่สำคัญที่มากๆ เพียงอย่างเดียว คือ ไม้ที่เราเลือกมาเหมาะกับเรารึเปล่า (พูดง่ายๆ ก็คือ "ตีเข้ามือ" รึเปล่านะแหละ -_-'') ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาในอันดับแรก
แต่รายละเอียด เล็กๆ น้อยๆ ของไม้แบด ที่ควรสนใจ ก็มีอีกเช่นกัน ซึ่งแยกออกย่อยๆ ได้ดังนี้
1. น้ำหนักรวมของไม้แบดมินตัน ซึ่ง ปกติแล้วที่ไม้แบดมินตันจะมีการบอกน้ำหนักรวมของไม้ไว้ ซึ่ง จะแสดงเป็นตัวอักษร U ซึ่งจะมีด้วยกันหลายตัว เช่น 2U, 3U, 4U เป็นต้น (4U = 80-84.9g, 3U = 85-89.9g, 2U = 90-94.9g) แต่น้ำหนักรวมของไม้ ไม่ได้บอกว่าน้ำหนักของไม้จะเทไปทางไป (ทางหัวกับทางก้านไม้) ซึ่งการถ่วงน้ำหนักจะมีผลกับการตีเช่นกัน
2. การถ่วงน้ำหนักของไม้แบดมินตัน อย่างที่บอกในข้อแรก ลักษณะไม้จะมีการถ่วงน้ำหนัก หลักๆ คือ ทางหัวไม้ กับทางก้าน ซึ่ง หัวไม้หนัก(น้ำหนักเทไปทางหัวไม้)จะเน้นไปทางเกมรุก ส่วนหัวไม้เบา(นำหนักเทไปทางก้าน) จะเน้นไปทางเกมรับ ซะมากกว่า
3. ขนาดของด้ามไม้แบดมินตัน จะมีชื่อเรียกเป็น G ซึ่งในแต่ละยี่ห้อจะมีมาตรฐานแตกต่างกันออกไป บางยี่ห้อเลขมากด้ามจะใหญ่ บางยี่ห้อ เลขน้อยด้ามจะใหญ่ (G2 G3 G4 G5) เราก็เลือกขนาดของด้ามจับให้เหมาะกับขนาดของมือเรา
4. ความตึงของเอ็นสูงสุดที่ไม้แบดมินตันรับได้ จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ แนวตั้ง กับแนวนอน ซึ่งในแนวตั้งจะรองรับการดึงของเอ็น ได้น้อยกว่าแนวตั้ง ซึ่งความตึงสูงสุดที่ไม้แบดมินตันรับได้ จะมีบอกไว้ที่บริเวณโคนไม้แบดมินตัน
5. รูปทรงของไม้ และความยาวของก้านไม้แบดมินตัน ที่นิยมกันก็จะมีอยู่สองแบบ คือ แบบหัวไข่ กับแบบหน้าตัด (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า) โดยที่ ไม้แบบที่เป็นหน้าตัดจะออกมาที่หลังไม้แบบหัวไข่ (ไม้แบบหน้าตัดจะช่วยเพิ่ม sweet spot ให้มากขึ้น) ส่วนความยาวของไม้จะยาว-สั้น ห่างกันไม่เกิน 1 เซ็นติเมตร โดยประมาณ ซึ่งก็แล้วแต่ความถนัดของคนอีกเช่นกัน
6. ความแข็งของก้านไม้ จะแบ่งออกเป็น แข็งมาก แข็ง ปานกลาง อ่อน อ่อนมาก ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล (ส่วนมากจะบอกว่า ก้านแข็งจะหนักไปทางการเล่นเกมรุก ส่วนก้านอ่อนจะหนักไปทางเกมรับ...เหมือนเป็นทฤษฎีแฮะ -_-*)
7.
เทคโนโลยีของไม้แบดมินตัน เป็นส่วนประกอบเสริม
(ตามความคิดของผม แทบจะไม่มีความสำคัญ)
ที่ทำให้ไม้แบดราคาแพงขึ้นมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ - -* เช่น
ถ้าไม่ใส่ไอ้ตัวนี้ลงไปราคา 2,000 แต่ถ้าใส่เทคโนโลยีตัวนี้ไป ราคา
4,500 เป็นต้น - -* แต่คนส่วนมากก็จะยึดติด พวกนี้แฮะ
(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร) ยกตัวอย่าง
เทคโนโลยีของไม้แบดมินตัน เช่น Nano Technology, Muscle Power,
Elastic Ti, Isometric, Solid Feel Core, Built-in T-Joint,
Y-Joint etc. ซึ่งขอย้ำอีกทีว่าพวกนี้เป็นเพียงตัวประกอบย่อย(มากๆ)เท่านั้น

ในภาพจะบอกรายละเอียดต่างๆ เช่นเทคโนโลยี ขนาด G U ความตึงของเอ็น ซึ่งพวกนี้จะมีเขียนอยุ่ที่โคนไม้เหมือนกัน (ไม่แน่ใจว่า เทคโนโลยีของไม้จะมีเขียนหมดรึเปล่า เพราะว่าบางยี่ห้อมันเยอะมาก-_-)
สรุปโดยรวม เวลาเลือกไม้เราควรเป็นคนเลือกไม้ ไม่ใช่ไม้เป้นคนเลือกเรา ควรเลือกไม้ที่เหมาะกับเรามากที่สุด . . . อย่าเลือกที่เทคโนโลยีของไม้ เพราะว่า ความแพงของไม้ไม่ได้เป็นตัวตัดสิน ความเก่งของเรา นะครับ ^_^
อ่ะ.....อันนี้แถม~

ภาพไม้หัวไข่

ภาพไม้หัวตัด
แต่ไม้กายสิทธิ์ของแฮรี่ ไม้เป็นคนเลือกเรานะ อิอิ(ไม่เกี่ยวกันเลย)
แต่ไม้กายสิทธิ์ของแฮรี่ ไม้เป็นคนเลือกเรานะ
(ไม่เกี่ยวเลย แต่อยาก คอมเม้นท์)
เรื่องราวน่าสนใจดีครับน้องชาย
เมื่อวันก่อนพี่ไปตีแบดมา ความที่ไม่ออกกำลังกายบ่อย ๆ วันนี้ยังไม่หายปวดแขนเลยเนี่ย
มีวิธีออกกำลังกายสำหรับการเล่นแบดโดยเฉพาะหรือเปล่าครับ บอกหน่อย ๆ ปวดแขนข้างเดียวมากเลยอ้ะเนี่ย
ขอบคุณครับ
ตอบพี่หญิง
ถ้าได้ไม้กายสิทธิ์แบบแฮรี่ก็ดีซิครับ จะได้ตีได้แบบแชมป์โลกซะที >..<
ตอบพี่โอ
มีแต่การวอร์มอัพ วอร์มดาวน์ครับพี่ ส่วนมากจะใช้ก่อนเล่นและหลังเล่น เพื่อลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
เขียนได้ครับ วอร์มอัพ วอร์มดาวน์ แต่เดี๋ยวหาแบบ มาเป็นคนทำท่าบริหารก่อน (ฮา)
ส่วนเรื่องที่พี่ปวดแขน เพราะว่านานๆ พี่เล่นทีไงครับกล้ามเนื้อมันรับภาระมาก มันก็ฉีกขาด อักเสบ เป็นธรรมดา ^_^
ก็ OK นะครับ สำหรับความรู้ที่ได้เขียนไว้ แต่คิดว่าจะสั้นไปหน่อย หรือเปล่า อยากให้เขียนมากกว่านี้ครับ และอยากทราบว่าราคาไม้แบด ตอนนี้ราคาอย่างต่ำที่พอจะซื้อมาเล่นแบดได้ แต่มีคุณภาพพอสมควรประมาณราคาเท่าไหร่ครับ เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อน ก็เคยได้เล่นแบดอยู่บ้างกับครอบครัวที่บ้าน และตอนนี้อยากจะเล่นแบดอีกครับ (ตอนนี้อ้วนพอสมควร อยากจะลดความอ้วน) หากราคาไม่แพงมาก ก็จะซื้อมาเล่นแบดกับคุณยศ (ธนวรรธน์) ตอนเย็น ๆ ครับ
ตอบพี่ธงชัย
ราคาไม้แบดมีตั้งแต่ ร้อยกว่าบาทไปจนถึงหก เจ็ดพันนั่นแหละครับ แต่ไม้แบดที่แนะนำให้ใช้ควรมีราคาตั้งแต่ ห้าร้อยขึ้นไป (คุณภาพของไม้จะถูกบังคับด้วยราคาอีกทีนึง -_-'') ซึ่ง ราคาประมาณนี้จะเริ่มได้ไม้ที่มีมาตรฐาน แล้วหละครับ
อีกอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ของมีราคาแพง หรือว่าดีที่สุดก็สามารถเล่นออกกำลังกายได้เหมือนกันครับ ^_^
ตอบ พี่ Catwoman
ปกติพี่ตา ตีที่ไหนเหรอครับ เผื่อวันหลังจะได้ไปแจมด้วย ^_^
ถ้ามีเรื่องอะไรอยากให้เขียนบอกได้นะครับ เรื่องนี้ยศเขียนได้ไม่อั้น
เหอๆ น่าเสียดายอ่ะ พี่ยศ
น่าจะลงบทความเร็วกว่านี้อีกซักนิด ตอนนี้ซื้อไม้ใหม่ไปแล้วอ่ะ... T-T
ตอบ [:: คุณชายสายเสมอ ::]
ไม่เป็นไรหรอกครับ
เอาไว้สำหรับ เลือกซื้อไม้แบดมินตัน อันต่อไปก็ได้ครับ
^_^
ภาพไม้หัวตัด เหมือนเอาไปเคาะพื้นมาเลยครับ อิๆๆ
ผมคิดว่า
เทคโนโลยี ถึงจะทันสมัย สุดๆ
แต่จะแพ้ชนะก็อยู่ที่คนถือไม้อยู่ดีครับ
ดีมั๋กมากค่ะ ได้ความรู้ดี ความหน้าเขียนเลือกวิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่ก็ดีนะจ๊ะ อิอิ
ตอบ พี่ Ko
ถ้าเคาะพื้นก็หักซิครับพี่ -_-''
ส่วนเรื่องเทคโนโลยีในไม้ กับฝีมือคนตี ก็อย่างที่บอกแหละครับ ยังไง๊ ก็อยู่ที่ฝีมือคนตีมากกว่า >_<
ตอบ พี่ รวงข้าว
ขอบคุณครับ ดีใจที่มีคนชอบ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ยศก็เขียนได้นะ ถ้าพี่อยากรู้ >w<
Blog สวยดีนะเพื่อน
ตอบ คุณ Game
ขอบคุณครับ ^_^
หวัดดีคะตอนนี้อยากได้ไม้แบตสักหนึ่งอันตอนนี้ทีอยู่2แล้วมีวินสันกับโยเน็กแต่มันจะพังแล้วเลยอยากได้ไม่ใหม่อีกหนึ่งอันคะอยากถามว่าไม้ของวิกเตอร์ดีมั้ยคะเพราะราคาถามมา2700แพงมั้ยคะสีทองแล้วถ้าเทียบกับของปริ้นท์อันไหนดีกว่าขอบคุณคะ
ต้องขอโทษคุณ sine ด้วยนะครับ ไม่ได้เข้ามานานจัด =__="
จริงๆ ไม้ทุกยี่ห้อมีดีในตัวของมันเองนะครับ
ยังไงอยากให้ลองตีไม้เพื่อนๆ ไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้
เพราะว่า ไม้ที่เพื่อนตีดี ตัวเองอาจจะตีไม่เข้ามือก็ได้ครับ
^__^
อยากได้ความรุ้เรื่องตัวเลขของ balance ไม้ว่าตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรกับเราได้ล้างว่าเป็นไม้หนักหัว หรือ หนักไปทางก้าน
เช่น
275 -+ 5
หรือ
280 -+ 5
-ขอบคุงนะที่ให้ข้อมูลดี-
ขอบคุนสำหรับบทความดีๆแบบนี้ครับ