การคุ้มครองสิทธิหรือเรียกร้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ โดยใช้การกระทำที่รุนแรง ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง หากมองในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันก็ไม่เป็นธรรม ต่อผู้ที่ถูกเรียกร้อง เช่นกัน

           ก่อนที่ผมจะไปเยือนเกาหลี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ก็มาเจอเรื่องไม่สบายใจและสะดุดใจ ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเครื่อง

  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            เรื่องก็มีอยู่ว่า ค่ำวันก่อนไป พี่ชายผมก็แนะนำว่า ผมควรจะนำโทรศัพท์มือถือ ติดตัวไปต่างประเทศด้วย เผื่อเหตุฉุกเฉิน จะได้โทรติดต่ออะไรได้ แต่ต้องไปขอแจ้งเปิดใช้กับผู้ให้บริการสัญญาณมือถือก่อน ซึ่งผมก็เห็นดีด้วย</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            ด้วยความรักน้อง พี่ชายก็ให้โทรไปยัง D-TAC Call Center เลยและบอกผมว่า Call Center เค้าบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง  ถึงจะ 5 ทุ่มเศษแล้วก็โทรไปได้ </p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            เสียงใสๆของพนักงานรับสายก็มาต้อนรับ  เธอเองก็พยายามตอบคำถามว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยสรุปผมต้องนำเครื่องไปยื่นขออนุมัติที่ศูนย์บริการที่แอร์พอร์ตพลาซ่า  เชียงใหม่  แต่เธอก็ไม่มีเบอร์ของศูนย์บริการดีแทคสาขาดังกล่าว</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            เผอิญพี่ชายผมเองขณะนั้นก็กำลังเมา ก็ด้วยความหวังดีกับน้องชายอีกนั่นแหละ ประกอบกับ วิธีคิดว่า  ลูกค้าคือพระเจ้า   และยิ่งเป็น Call Center  ของดีแทค แต่กลับไม่มีเบอร์ศูนย์บริการดีแทคที่เชียงใหม่ สาวเจ้า ก็เลยถูกต่อว่าจากพี่ชายผมยกใหญ่</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            ผมเข้าใจพี่ชายพอๆกับที่ผมเข้าใจว่า พนักงานกะดึกที่อาจจะยังอ่อนประสบการณ์อย่างนี้ คงจะตอบอะไรชัดเจนไม่ได้ เมื่อมาถูกลูกค้าคาดคั้น ซึ่งในด้านลูกค้า เค้าก็คิดว่าควรจะเรียกร้องสิทธิที่ถูกต้อง ที่ควรจะได้  สมกับที่เขาจ่ายไป แต่เมื่อลูกค้าไม่ได้คำตอบที่ถูกใจ และก็หาผู้จัดการมาคุยด้วยไม่ได้ พนักงานระดับล่างก็เลยกลายเป็นผู้รองรับอารมณ์ไป</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            เหมือนไปนั่งร้านอาหาร แล้วลูกค้าไม่พอใจบริการ จะเรียกผู้จัดการมาเคลียร์ก็ไม่อยู่  ได้แต่ใส่อารมณ์ไปที่พนักงานเสริฟ</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            ก่อนที่จะกลายเป็นการวิวาทะทางโทรศัพท์บานปลาย  ผมก็คว้าโทรศัพท์กลับมาจัดการคุยเอง  เธอบอกผมว่าจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆไปยื่นตามรายการ แต่เธอไม่มีเบอร์โทรศัพท์ศูนย์ที่เชียงใหม่จริงๆ  แต่ในถ้อยประโยคดังกล่าว  มีเสียงสะอื้นระคนมาด้วย  แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามข่มเอาไว้ เพียงใดก็ตาม เธอถามผมต่อ ว่ามีอะไรที่จะ ถามเพิ่มเติมอีกบ้าง</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            ผมตอบไปว่าที่ผมอยากรู้ตอนนี้ก็คือ คุณเป็นอย่างไรบ้าง คุณกำลังร้องไห้อยู่ใช่ไหม  ผมเสียใจในสิ่งที่พี่ชายใช้ถ้อยคำไม่ดีกับคุณ  ขออย่าถือสาเพราะเขากำลังเมาและชอบคิดว่าในฐานะลูกค้าเขาควรจะได้รับบริการที่สมกับที่เขาจ่าย จนลืมคิดถึงหัวจิตหัวใจคน  ผมขอโทษและไม่อยากให้คุณนำมาคิดอะไรให้มากมาย</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            “วันนี้คุณโชคร้าย แต่อีกไม่นานคุณจะโชคดี  อย่าคิดมากนะครับ” ผมกล่าวส่งท้าย </p><p>             จริงอยู่ว่า ในฐานะลูกค้าหรือผู้มีกรรมสิทธิ์ในสิ่งต่างๆ ผู้นั้นย่อมมีสิทธิ์ในสิ่งต่างๆ ผู้นั้นย่อมมีสิทธิที่จะได้  รับบริการที่ถูกต้องคุ้มค่าและเป็นกรรม ผู้บริโภคย่อมต้องได้รับการคุ้มครอง อันนี้เป็นหลักสากลอยู่แล้ว            </p><p>แต่การคุ้มครองสิทธิหรือเรียกร้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ โดยใช้การกระทำที่รุนแรง ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง  หากมองในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  มันก็ไม่เป็นธรรม ต่อผู้ที่ถูกเรียกร้องเช่นกัน อย่างกรณีที่เกิดขึ้น กับพนักงาน Call Center  เช่นนี้ </p><p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">            การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคหรือสิทธิใดๆจึงน่าจะเป็น  กระบวนการที่  กอปร ไปด้วยความ เมตตา ปราณี เห็นอกเห็นใจ กันทั้งสองฝ่าย  แม้ว่าอีกฝ่ายจะถูกปกคลุมด้วย ด้านมืด  ด้านอคติต่างๆ ก็ตาม</p>  <p style="margin: 0pt" class="MsoNormal">           เหล่านี้เป็นกระบวนการที่ท้าทายที่ผู้ที่ใฝ่หาสันติต้องถูกทดสอบอยู่เสมอ</p><p> แม้เรื่องนี้จะล่วงเลยมาแล้วหลายวัน แต่ก็ยังติดค้างอยู่ในใจผมจนต้องระบายออกมาเป็นถ้อยความเช่นนี้ ผมฝากสายลมไปขอโทษไปยังพนักงานท่านนั้นอีกครั้ง และอยากจะขอบคุณเธอที่ช่วยให้บทเรียนบทอย่างแก่ผม ซึ่งจะขอนำไปถ่ายทอดต่อไป</p><p align="center">น้ำตาของคุณมีประโยชน์แล้วนะครับ</p>