. . ถ้าไม่มีพรสวรรค์เป็นฐานเดิม สิ่งที่เพิ่ม (พรแสวง) เข้าไป ก็ไร้ประโยชน์ . .

         การที่เราจะทำอะไรให้ได้ผลออกมาดี จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้ว่าอะไรคือ จุดแข็ง หรือ Strengths” ของเรา ในปัจจุบันเรามักจะให้ความสำคัญกับเรื่องจุดอ่อน ทุ่มเทไปที่จุดอ่อน พยายามที่จะ กำจัดจุดอ่อน มากกว่าที่จะมาเสริม มาพัฒนา หรือมาใช้ประโยชน์จากจุดแข็งให้เต็มที่ เมื่อวานนี้ผมเพิ่งอ่านหนังสือชื่อ “Now, Discover Your Strengths” จบ พบหลายประเด็นที่ตรงใจมากๆ อยากจะนำประเด็นหลักๆ มาสรุปไว้เพื่อใช้เรียนรู้ต่อยอดไว้ดังนี้:

 1.                     องค์กรส่วนใหญ่มักจะใส่ใจกับการปรับปรุงจุดอ่อน มากกว่าที่จะคิดเสริมสร้างจุดแข็ง และมักจะใช้งบประมาณไปกับการฝึกอบรมพนักงานที่รับเข้ามาแล้วมากกว่าที่จะใช้ในการสรรหาพนักงานให้เหมาะสมตั้งแต่แรก

 2.                     จุดแข็งเป็นสิ่งที่สร้างได้ ผมขอเสนอเป็นสมการไว้ว่า:

      พรสวรรค์ + พรแสวง = จุดแข็ง

  พรสวรรค์ เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่เกิด (ได้ไม่นาน)

  พรแสวง เป็นสิ่งที่พัฒนาเพิ่มเติม (ในภายหลัง)

 3.                     เรื่องเศร้าของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่เป็นเพราะว่าไม่มีจุดแข็ง  หากแต่ว่าเป็นเพราะไม่สามารถนำจุดแข็งที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้ หรือไม่ก็ไปเสียเวลาอยู่กับการพัฒนาสิ่งที่เป็นจุดอ่อน

 4.                     สิ่งที่เป็นพรแสวง หรือ การพัฒนาความรู้ ทักษะ (ซึ่งก็คือ KM) จะได้ผลตรงเป้า หากเรานำไป ต่อยอดพรสวรรค์ ที่มีอยู่ ไม่ใช่ทำไปแบบ เหวี่ยงแห คือพยายามหาความรู้ และฝึกทักษะ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เป็นการทำ KM แบบไม่มี หัวปลา) น่าเสียดายเวลา (ทรัพยากร) โปรดจำไว้ว่า ถ้าไม่มีพรสวรรค์เป็นฐานเดิม สิ่งที่เพิ่ม (พรแสวง) เข้าไป ก็ไร้ประโยชน์ (ลองดูสมการในข้อ 2 อีกครั้ง)

 5.                     จะสร้าง นวัตกรรม ได้ ต้องรู้จักใช้ จุดแข็ง จุดแข็งสร้างได้อย่างไร กลับไปดูสมการในข้อ 2 ครับ

         สรุปว่าวันนี้ผมเปิดประเด็นไว้ 5 ข้อ เป็น 5 ข้อที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะเรามักจะเข้าใจ (และทำ) ผิดกันครับ หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า เจาะจุดแข็ง แปลโดย เอธ แย้มประทุม เป็นของสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊ค ครับ