สังคมเรามีความหลากหลายในเรื่องชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อต่างๆ หากเราเคารพความเป็นตัวตนของเขาก็เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขท่ามกลางความแตกต่าง ตรงข้ามหากเราให้ความแตกต่างเป็นความต่ำต้อย เมื่อนั้นความแตกต่างก็จะเป็นรากร้าวของการแตกแยก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมแห่งนี้

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ชนชาวโซ่ดงหลวงจะเก็บตัวเงียบๆเมื่อออกสู่สังคมใหญ่  สายตาจะลุกโพลนเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกใหม่และมีลักษณะที่เหนือกว่า สงวนความคิดเห็นเมื่อถูกซักถาม ซุกตัวอยู่ก้นบึ้งของบรรยากาศของเทคโนโลยีแห่งสังคมเมือง  </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ตรงข้ามเขาจะแสดงออกซึ่งความเห็นแบบสุดสุดเมื่ออยู่ในกลุ่มของเขาเองที่แวดล้อมด้วยญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และความมั่นใจแห่งถิ่นฐาน ผู้มาเยือนอาจจะตระหนกว่าเขาทะเลาะกันในเรื่องอะไร ทำไมจึงรุนแรงด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่กร้าวแกร่ง ดุดัน ทะลุทะลวง ตรงไปตรงมา อย่างมิไว้หน้ากันอย่างในสังคมแห่งเกียรติ ความเป็นตัวของตัวเองที่สูงจนเลยไปถึงความเป็นอิสระแห่งปัจเจก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p> แม่เฒ่าอาศัยเถียงนาเล็กหลังเก่าหลบแดดยามบ่าย เหม่อมองท้องทุ่งนาข้าวที่นับถอยหลังถึงวันเก็บเกี่ยวของแปลงนี้ ชีวิตที่พิงอาศัยกับธรรมชาติแห่งผีท้องฟ้า ป่าเขา มอบรวงข้าวเหลืองอร่ามมาให้แล้วในปีนี้ จะยังเกี่ยวไม่ได้หรอก หากไม่มอบไก่งามกับเหล้าขาวแก่ เจ้าที่ผู้ศักดิสิทธิ์ แห่งเทือกเขานี้  ไก่งามต้องสังเวยนับไม่ถ้วนแล้วเมื่ออายุแม่เฒ่าเข้าสู่วัยนี้ นับครั้งไม่ถ้วนที่เฝ้ารอเฒ่าจ้ำใหญ่ประกาศวันเส้นไหว้อันศักดิ์สิทธิที่ เหล่าชายโซ่จะเข้าคิวกราบกรานขอพรแห่งชีวิต แก่ผู้ที่ไม่มีตัวตนแต่ได้ปกปักรักษาความเป็นโซ่มานับนานแสนนาน </p><p align="center"></p><p>หนุ่มใหญ่ผู้ห่างไกล สังคมสะดวกซื้อหอบลูกเมียออกมานอนเคียงข้างแม่โพสพตั้งแต่ต้นเดือนแล้วที่ฝนลาฟ้า สายลมเย็นมาเยือน เถียงนาก็คือบ้านแห่งที่สอง เฝ้ามองนับนาทีของวันลงมือตระกองเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตในท้องทุ่งไหล่เขาแห่งนี้ ไม่มีเสียงเพลงออกจากปาก ไม่มีเสียงเพลงลูกทุ่งขับกล่อม ปล่อยให้สายลมเย็นโลมเล้ารวงข้าวดุจการบ่มให้เกิดความสมบูรณ์แห่งผลผลิต ที่จะยังชีวิตออกไปอีกหนึ่งขวบปี  ปล่อยให้สังคมใหญ่ยุ่งเหยิง ในเรื่องการปกครองบ้านเมืองไปเถอะ สมองฉันอยู่ที่วันแห่งการเกี่ยวเก็บ.. </p><p align="center"></p><p>หนุ่มน้อยผู้ถือชาตะในป่ายามที่พ่อและแม่อิงอาศัยกับพรรค ไม่รู้ ไม่เข้าใจ อะไรคือถูกผิด อะไรคือความจริง ฯลฯ แต่วันนี้ภาระของเขาคือการทดแทนมือที่หยาบกร้านของผู้บังเกิดเกล้าออกมาเกี่ยวเก็บรวงทองอย่างทะนุถนอมทีละรวง ทีละกำ เธอบรรจงวางผลิตผลที่ผ่านวิกฤติแห่งแล้งและน้ำท่วมมา อยู่รอดให้เราจะยังชีวิตต่อไป มันเกิดวิกฤติใหม่ขึ้นในบ้านเราเพราะพืชแห่งชีวิตนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ล้วนมาจากทางการแนะนำว่าดีเด่นโดด จะไปโลดถ้าใส่ปุ๋ยแห่งเทคโนโลยีทีราคาแพงฉิบ… แต่แล้วมันสุกไม่พร้อมกัน สร้างความอึดอัดแก่เฒ่าจ้ำที่จะตัดสินใจกระทำพิธีเส้นไหว้ผีแห่งขุนเขาเพื่อขออนุญาตเก็บเอาไปใส่อู่ หนุ่มน้อยใช้สัญชาติญาณตัดสินใจว่าช้าเกินไปก็จะไม่ได้เมล็ดแห่งชีวิตจะร่วงโรยออกจากรวงลงคืนสู่แม่โพสพผู้ประทานมาให้ นี่คือหน่ออ่อนของความผันแปรแห่งพิธีกรรม…  </p><p align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ลุงโจ้ย.ผ่านร้อนหนาว แห่งชีวิตมาแล้วมากกว่า 54 รอบ ชีวิตที่ผ่านผันคือทุนแห่งฐานวิถี มันก็แค่มีกินอย่างสมบูรณ์ตามประสาเผ่าพันธุ์ที่ทำการผลิตได้แค่นั้น นอกจากกางเกงตัวเก่งที่ทางการเอามาแจกเมื่อปีก่อน ก็เก็บไว้อย่างดีในกล่องกระดาษข้างฝาไม้ซีก สำหรับการเข้าในเมืองใหญ่เท่านั้น เมื่อยามที่ทางการเรียกประชุมเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจกลางบ้านเกิด มิใยจะเอากางเกงสวยมาใส่เล่า  ผ้าขาวม้าอันหนาแน่นด้วยผูกมัดก็เพียงพอสำหรับการเข้าร่วมครั้งนี้แล้ว  ลุงโจ้ยยืน เดิน นั่งอย่างมั่นอกมั่นใจ ปล่อยให้คนเมืองดูความแปลกแตกต่าง แต่เพื่อนบ้านมิได้ให้ค่าเป็นความพิสดารแต่อย่างใด  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> นี่คือฉัน  นี่คือท้องถิ่น นี่คือไทโซ่ในวันนี้