อุทาหรณ์***ยัดเยียดการเรียนเกินไปทำให้เด็กสติขาดเรื่องจริงที่ใหญ่ที่สุด
ในชีวิต
หวัดดีค่ะก่อนอื่นจะเล่าเรื่องให้ฟังค่ะเพิ่งได้รับทราบมาเหมือนกันจากปาก
ของเพื่อนทั้งน้ำตาและคิดว่ามีประโยชน์ไม่มาก็น้อย
เพื่อนคนนี้ไม่ได้ติดต่อมานานประมาณเกือบๆๆ4 ปีเห็นจะได้ คือไม่สนิทเท่าไร
แต่พูดคุยกันได้และตอนนี้เพื่อนมีน้องแล้วค่ะ ประกอบกับเค้าเป็นคนขึ้นและ
ลงไม่ได้ทำให้มีเพื่อนน้อย
เพื่อนแต่งงานกับวิศกร(สามี)ที่เก่งมากค่ะและตัวเพื่อนเองก็จบมหาลัยเอกชน
ก็เกียรนิยมอันดับ 2 ด้านภาษาต่างประเทศค่ะคือเหมาะสมถึงไม่รวยมากแต่ก็
เกินปานกลางนะคะ พอแต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อใครแต่ทราบว่ามีลูก ณ. ปัจจุบันก้
5 ขวบกว่าแล้วค่ะ
ได้โทรไปหาเพื่อนเพระตอนนี้เรามีลุก 4 ขวบกว่าค่ะ ก็หาข้อมูลเรื่องการ
เรียนในนี้เป็นหลังและอาศัยถามคนอื่นด้วย และไม่อายที่จะถามด้วย เพราะคิด
ว่ายิ่งรู้มาก ก็ยิ่งดีจึงได้โทรไปหาเพื่อนค่ะ
และถามเรื่องลูก สิ่งที่ได้รับ คือการปล่อยโฮอย่างแรง ร้องให้จะเป็นจะตาย
เดียวนั้น เราก็ตกใจ เฮ้ย แกเป็นไรว่าเป็นไร
มันบอกว่ามันอึดอัด มันจะบ้าอยู่แล้ว ปรึกษาใครก็ไม่ได้ทุกวันนี้มันถูกตรา
หน้าว่าเป้นคนผิด***ผิดอย่างร้ายกาจ****จากครอบครัวสามี และแม่ตัวเอง มัน
ปรึกษาใครก็ไม่ได้ เพระพื้นฐานคือ ทั้งสามีและเพื่อนเป็นคนเสียเงินเท่าไร
เท่ากัน แต่อายหรือไม่สมบูรณ์ไม่ได้ดังนั้นมันจึงไม่ปรึกษาใครเลย เพราะมัน
อายและไม่อยากให้ใครดูถูกมัน
เรื่องคือ ลูกชายเข้าเรียนตอน 3 ขวบกว่านิดๆๆๆได้เข้าเรียนในระดับโรงเรียน
ดังเลย ค่าเทอมเป็นแสน คอมพร้อม เพื่อนดี สัมคมดูดีเพอร์เฟ็กและโรงเรียน
เป็นที่หมายตามักมาก .........
ให้ข้อมูลผิดนิดค่ะ คือลูกชายเพื่อน จะ 7 ขวบแล้วค่ะ
ที่นี้โรงเรียนดังก็พ่อแม่ต่างก็ผลักและดันกันสุดฤทธิ์(มันบอกอย่างนี้ค่ะ)
เงินพร้อมซะอย่างก็คุยกันต้องติวอย่างน้น ต้องครูคนนี้ ฝรั่งคนนี้ ต้อง
เรียนนี้เสริม เจ๋งค่ะเพื่อนก็เป็นเช่นนั้นและมันบอกว่าก็มีการเม้มที่
เด็ดๆๆไม่บอกใครก็มี........อื่อ....
ที่นี้ลูกเรียนจ-ศ ยัน 6 โมงเย็น เป็นอย่างงี้ตั่งแต่ อนุบาล 1 ถึง 3 คะ
นอน ไม่เกิน 3 ทุ่ม เพราะต้องตื่นเช้าไปส่ง ตื่นตอน ตี 5 ครึ่งเพระเพื่อน
มีบ้านในหมู่บ้านใหญ่ซึ่งอยู่นอกเขตและห่างโรงเรียนมาก อ ออกจากบ้านไม่
เกิน 6 โมงเช้า เท่านั้น และไปถึงโรงเรียน ประมาณ เกือบ 7 โมง เสาร์เรียน
พิเศษเสริมถึง บ่างโมง เริ่ม 8 โมงเช้า และ บ่าย 3 เรียนว่ายน้ำกลับบ้าน
วันอาทิตย์ เรียน คุมองเสริม ครึ่งวันหลังผักผ่อน............ตอน 1 ทุ่มวัน
อาทิตย์ต้องทบทวนงานและเตรียมควมพร้อมเพื่อไปเรียนวันจันทร์และแนะนำจากพ่อ
และแม่ ไม่เกิน 3 ทุ่มเข้านอน
ยาวๆๆๆๆมากตัดสั้นหนอ่ยนะคะและเหตุการณ์ที่มันเล่าแบบสะเทือนใจตอนหลังคือ
.....ลูกไม่มีเพื่อนในหมูบ้านเลยสักคนเดียว...เพระไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้ว
สังคมเมืองของแท้ปั้นแต่จักรยานของเค้าเท่านั้น วันนั้น วันอาทิตย์ลูกก็
ปั้นจักยานไม่ยอมเข้าบ้าน แม่ก็เรียก ให้มาอาบน้ำได้แล้ว 6 โมงเย็นแล้ว
เตรียมกินข้าว และทบทวนการบ้าน ลูกก็ไม่ฟัง จนเพื่อนและสามีโมโหบอกว่า
เสียงดังน่ะคะ ....เข้าบ้านเดียวนี้ เข้าบ้านเลย ทำไมดื้ออย่างนี้ยิ่งโต
ยิ่งดื้อ (เพื่อนว่าลูก) จะไม่ให้จักรยาน.กต่อไป
ตัวสามีก็ไปดึงจักรยานออกจากลูก และแม่มาจับลูก (สามี)เข้าบ้านป๋าจะโยน
จักรยานทิ้งถ้าทำอย่างนี้.ก
ลูกชายเข้าไปกอดขาพ่อ และยกมือป๋าอย่าทำ หนูไม่มีเพื่อนที่ใหน จักรยานคือ
เพื่อนของหนูหนูมีจักรยานเป็นเพื่อนเท่านั้น ป๋าอย่าทำนะ
ทั้งเพื่อนและสามีก็ไม่ใส่ใจอะไรเพียงต้องการให้เข้าไปอ่านหนังสือเท่านั้น
และ.กเหตุการณ์หนึ่งกว่าจะจับใจความได้มันร้องไห้ไม่อยุดเพื่อนจุดพลุ
เลย…….
ลูกกลับจากบ้าน คุยกับพ่อและแม่ อยากดูอุลต้าแมน มดเอ๊กบ้างเพื่อนคุยกัน
ที่ โรงเรียน เค้าไม่รู้เรื่องเลยเพื่อนยังบอกว่าที่บ้านไม่มีทีวีหรอื (
เด็กอนุบาลนะค่ด)ทำให้เค้าไม่มีปฏิสัมพันกับเพื่อน เค้าได้ดูแต่การ์ตูนเสิ
รมความรู้ เช่น ถ้าดู UBC ก็ประมาณ ดอร่า หมาบลู ประมาณนี้
สามีและเพ่อนบอกว่าลูกอย่าทำตัวไร้สาระได้เปล่า ตอนนี้เพื่อนอยากทำอะไรก็
ปล่อยเค้าการตูนมีแต่ความรุนแรงไม่เสริมความรู้อะไรเลย เราได้เปรียบเรา
ใช้เวลาทบทวนและเรียน ในขณะที่คนอื่นเค้าไร้สาระ ลูกคิดดูโตขึ้นลูกก็จะเป้
นนายคนพวกนี้ และคนพวกนี้จะไม่เหนือลูกเด็กขาด………… ……… .การสอน
จะประมาณนี้ตลอด
แต่เพื่อนบอกว่ามันและสามีทำดีที่สุดและ ให้ในสิ่งที่ดีที่สุดที่คนทั่วไป
บางที่ก็ให้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป
จน….เล่าแบบรวบรัดนะคะ ………ที่นี้หนักสุด ต้องติวเข้า ป. 1 ที่นี้
เวลาเล่นแทบน้อยมากแต่ก็ได้ ติดที่ป 1 ที่หวังไว้………แต่ก็ต้องเรียน
เสิรมเหมือนเดิม….ฯลฯจนถึงวันที่ลูกทนไม่ได้ จนลูกโกรธจนตัวสั้น และพูด
ว่า เค้าจะไม่เป็นคนดีเค้าเบื่อที่สุดแล้ว เค้าอยากเล่นฟุตบอล เค้าอยาก
วิ่งเล่น อยากดูการตูนอยากอ่านขายหัวเราะให้พ่อแม่อ่านให้ เค้าเกรียดพ่อ
และแม่ ทำไมต้องบังคับทำไมต้องอาย ทำไม เค้าจะเป็นคนชั่ว (เพื่อนมันบอกว่า
ลูกพูดจนลิ้นพันกันตัวสั้นไปหมด จับลำดับคำพูดยาก (ป 1) อะไรก็พูดๆๆๆๆออก
มา ร้องให้ หน้าแดงกำหมัด เขวี้ยงของ เสียงดัง ในระหว่างนั้นสามีและ
เพื่อนก็ใช้เสียงดังเพื่อหยุดพฤติกรรม แต่ไม่เป็นผล ยิ่งดังก็ยิ่งดังใส่
จนเด็กเป็นลม คงสะสมมานาน
พอผ่านไปสักระยะจนทางโรงเรียนมีจดหมายมาถึงเพื่อเชิญผู้ปกครองไปพบ
พอไปถึงโรงเรียนทางครูบอกว่า ตอนนี้น้องมีอาการเหม่อลอย ไม่มองกระดานและ
ไม่มีปฎิสัมพันกับเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว ให้ทำอะไรทำได้หมดแต่ทำไปอย่าง
ให้จบไป ไม่มีอารมณ์รว่มแม้แต่น้อย บางครั้งก็มีน้ำตาเอ่อแต่ไม่ไหลออกมา
เป็นระยะ และพูดน้อยลง ใช้สายตาและท่าท่างคิดมากขึ้น………ฯลฯ
เพื่อนและสามีไม่ยอมรับและไมเชื่อ ก็สักพักใหญ่ๆๆจึงไปพบหมอที่สมิตเวชหมอ
แจ้งว่า………… …
น้องกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแรง +กับเก็บกดในส่งที่ฝื้นความรู้สึกมานาน
จนระเบิดออกมาเหมือนคนเสียสติเค้าไม่ได้บ้า หรือพิการทางสมอง แต่เค้าปิด
กั้นทุกสิ่งทุกอย่างเอง ไม่รับเองไม่เอาเอง ซึ่งตรงนี้น่าวิตกคือ แล้ว
เมื่อไรเค้าจะรับและเปิดใจกลับมาเหมือนเดิม สมาธิและจิตใจได้ถูดตัดด้วยตัว
เค้าเอง………… …..เค้าอยากอยู่แต่ในโลกจินตนาการที่เค้าคิดว่านั้น
คือความสุขของเค้าไม่อยากออกมาเลยด้วยซ้ำ
คงต้องใช้เวลามาก เพราะถ้าเรารู้ว่าเค้าสมาธิสั้นเรามีทางแก้ ถ้าเค้าเป็น
ดาว เรารู้วิธี
แต่เค้าเลือกเองที่จะปิดตัวเองอย่างเด็ดขาดถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นคนวิกล
จริตทางความคิดในอนาคต………… ……… ……… .
ทุกวันนี้ผลคือ สามีก็ยอมรับในระดับหนึ่งแต่ก็เริ่มโทษภรรยามากกว่าโทษตัว
เอง ตอนนี้มันรับกรรมเต็มๆๆๆ
ลูกไม่สามารถเรียนได้แล้วคะ ต้องพบจิตแพทย์เด็กโดยตรง
ถึงตรงนี้มันบอกว่ามันเรียกลูกกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆๆๆๆๆๆๆ