ช่วงนี้แถวบ้านนาอีสาน หากมองไปทางไหนจะเห็นท้องทุ่งนาสีเขียวสลับกับสีเหลืองทองไกลสุดลูกหูลูกตา อีกไม่กี่วันคงจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตกัน และคงจะได้ข้าวเป็นที่พอใจของชาวนา....เอ...หรือจะเรียกว่าเกษตรกร....
....... .......
จะเรียกอะไรก็แล้วแต่....
เกี่ยวข้าวเสร็จกันแล้วก็พอดีมีงานประจำปีของจังหวัดฯ...กระเป๋าตุงไปด้วยตังค์...ความสุขและสนุกระยะสั้นๆก็จะเกิดขึ้นอีกแล้ว
วันหยุดที่ผ่านมาเดินไปทบทวนอดีตที่ป่าช้าหลังบ้าน ที่เคยเป็นสถานที่สร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ของเด็กหญิง Gutjang (ฮ่าฮ่า)
เดินไปตามถนน (ไม่ใช่ถนนสิ...ต้องเรียกว่าคันดินขนาดใหญ่พอที่รถจะวิ่งผ่านไปได้) หลังบ้านผ่านทุ่งนา เดินเลียบฝั่งสระน้ำที่พ่อได้ให้กรมทางหลวงขุดเอาดินไปถมถนนสายหลัก สุรินทร์-ศรีสะเกษ(226) เพื่อทำเป็นถนนราดยางเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ที่ตรงนี้เป็นที่เดียว ที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ (รูปเกือกม้า) หลายบ่อในนา
เห็นข้าวกำลังชูรวงเล่นลมอยู่ ก็เลยคิดถึงเพลงในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ซึ่งพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ได้ประพันธ์คำร้องไว้อย่างน่าฟัง และสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทยอย่างดีค่ะ
เชิญฟังก่อน....
(สร้อย) ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์
บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุน- รามคำแหงค้ำจุน ให้ชาติไทยไพศาล
(สร้อย) สร้างทำนาไร่ ทั่วแคว้นแดนไทย เราไถเราหว่าน
หมากม่วงหมากขาม หมากพร้าวหมากลาง พืชผลต่าง ๆ ล้วนงามตระการ
(สร้อย) สร้างบ้านแปลงเมือง ให้เกียรติไทยลือเลื่อง ไปทั่วทุกถิ่นฐาน
จูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ปวงราษฎร์ทั้งหลาย ได้อยู่เป็นสุขสำราญ
ชีวิตของชาวนา...ชีวิตของเกษตรกร...ทำกินทำขายมาตั้งแต่โบราณ....ในอดีตกาลก็เคยรุ่งเรืองมาก่อนเหมือนกัน
ปีนี้ลมฝนมาได้ทันเวลาพอดีกับช่วงข้าวแต่งตัวเตรียมตั้งท้องออกรวง ถึงแม้ว่าจะวุ่นวายกันบ้างในช่วงก่อนจะมา...ค่อนข้างจะแห้งแล้ง...บางแห่งข้าวเริ่มเฉาตาย...พอพายุฝน (เลกีมา) เข้ามา....บางแห่งน้ำท่วม...แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ ปัจจุบันหายใจได้ทั่วท้อง
ในนามีน้ำ...ในน้ำคงมีปลา...ในนายังมีข้าว....ชาวนายิ้มได้บ้าง...แม้จะยิ้มได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่....
ฝนทำท่าจะหมดแล้วหล่ะ....เพราะลมหนาว (ลมว่าว) เข้ามาทักทายแล้ว....อีกไม่กี่วันก็เปิดเทอม....โรงเรียนเกษตรอินทรีย์นักเรียนหายคงจะหายหน้าไปหลายคน....เพราะมัวช่วยผู้ปกครองเกี่ยวข้าวกันอยู่ ... ถ้าปิดเทอมช่วงเกี่ยวข้าวได้ก็คงดีนะ...
ลมเริ่มแรงขึ้น..แรงขึ้น...อ๋อเริ่มเย็นมากแล้วนี่เองค่ะ..ตะวันใกล้จะตกดินแล้ว
ตำแหน่งที่ยืนถ่ายภาพ...ข้างล่างเป็นที่ฝังศพค่ะ....บรื๊อออออ.......
หน้าหนาวปีนี้...ทำท่าเหมือนจะหนาวกว่าปีก่อนๆ ...คิดถึงและเป็นห่วงคน Go2Know หลายคนค่ะ -->>> พี่เอกหนุ่มปาย @@@ Naree Suwan @@@ อ.ลูกหว้าแห่งเรือนรักร้อย @@@ อ.หญ้าบัว @@@ อ.โกศล @@@ ยังมีอีกหลายคนที่คิดถึงค่ะ (บอกแค่นี้ก่อนละกัน)
...หนาวแล้วเน้อ.........
ส่วนครูอ้อย ณ ห้องภาษาอังกฤษ ไม่น่าห่วงค่ะ...มีหนุ่มรถไฟฟ้า..ดูแลอยู่ทั้งคน...อิอิอิ....(ครูวุฒิเดินตามหาสายโทรศัพท์อยู่กระมัง....หายจากบันทึกไปนานเชียว)
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการใช้ชีวิตมากๆ ค่ะ
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์....ฮืมมมม์....
สวัสดีค่ะน้องกั๊ต...Gutjang
ท้องนาวันนี้มีสีเขียวขจี
พอต้นปีก็จะกลายเป็นสีทอง
หนองน้ำเริ่มเป็นแหล่งพันธุ์ปลา
อีกไม่ช้าน้ำลดแห้งเฮือดหาย
ฝูงปลารวมกันถูกจับมาเป็นอาหาร
วัฏจักร วงเวียนชีวิตของคน พืช สัตว์
มีอยู่อย่างนี้เรื่อยไป
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ อ.
สวัสดีค่ะ ครูอ้อย
สิริพร กุ่ยกระโทก
สวัสดีค่ะ
สะ-มะ-นึ-กะ
สวัสดีคะคุณ Gutjang
ชอบทุกภาพที่นำมาลง เห็นวิถีของชีวิตท้องทุ่ง สีเขียวทำให้หัวใจสดชื่นจริง ๆ นะค่ะ
ภาพนี่ยิ่งชอบมากคะ นึกถึงสมัยเด็ก ๆ ออกไปหมู่บ้านกับเพื่อน ๆ ใกล้ค่ำอย่างนี้ไม่อยากกลับบ้านเลย อยากเล่นกันต่อ แต่ว่าไม่กล้าแลกกับไม้เรียวที่รออยู่ ต้องรีบกลับแล้วแอบไปใหม่ สนุกมากก .. ชีวิตวัยเด็ก
ขอบคุณนะค่ะ ที่นำภาพที่มีความหมายมาให้ชม
ว่าง ๆ ก็มาอุ้มหอยโข่งนะงับ
ถ้าอุ้มไหว
งิงิงิ
เอาอีกรูปมาฝาก งับ
ทุ่งนาแถว
บ้านผม เองงับ
บ
สวัสดี
coffee_mania (และหอยโข่งด้วย)
กำลังตั้งหลักเขียนบันทึกเรื่อง "ลงน้ำมีปลา ลงนา ..วางเบ็ด" อยู่พอดี เลยพับไว้ก่อน
ตอนนี้สายลมหนาวล่องมาถึงแล้ว ข้าวเริ่มตั้งท้อง อีกไม่นานท้องทุ่งจะกลายเป็นสีทองอร่ามเหลือง ฤดูกาลเก็บเกี่ยวคือความสุขของชาวนา
แต่ก็มีหลายคนที่ไม่มีโอกาสขนถ่ายผลผลิตขึ้นยุ้งฉาง เพราะทันทีที่เก็บเกี่ยวเสร็จ ข้าวเหล่านั้นก็ถูกขนถ่ายเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อจำหน่าย หรือแม้แต่การชดใช้หนี้สิน
สวัสดีค่ะอาจารย์
แผ่นดิน
>>> ภาพเถียงนา (ทำไมต้องเถียงด้วยก็ไม่รุ..อิอิ..) ที่สุรินทร์ตอนล่าง ไม่ค่อยมีให้ชมค่ะ... ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ
คุณGutjang
ค่ะชอบภาพและบรรยากาศทั้งสามมาก พี่เป็นเด็กอีสานที่พลัดหลงไปที่อื่น เห็นภาพอย่างนี้ คิดถึงบ้านมากคะ อดที่จะแอบร้องไห้งอแงไม่ได้ ขอบคุณนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
ลมหนาวมาแล้ว คงต้องหาดอกแคมาแกงส้มกินเหมือนกันค่ะ
คุณพูดถึงในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์
จริงๆแล้ว เมืองไทย มีความได้เปรียบทางสภาพภูมิศาสตร์ ที่ควรจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตด้านเกษตรเขตร้อนนะคะ เมืองไทย มีทรัพยากรมากค่ะ เราพัฒนาในสิ่งที่เรามีอยู่ให้ดีขึ้น และแข่งขันได้ ดีที่สุดค่ะ อย่าให้แพ้เวียดนาม หรือประเทศเกษตรกรรมประเทศใกล้เคียง
เรามาใช้ความรู้ที่แท้จริงในการพัฒนาพืชและสัตว์เขตร้อนที่มีรสชาติ คุณค่าอาหาร สี และกลิ่น เหนือกว่าพืชและสัตว์ในเขตหนาว ให้ดียิ่งๆขึ้น น่าจะดีกว่า และเกษตรกร ก็จะไม่จนหรอกค่ะ
นำภาพนาจากอยุธยามาฝากค่ะ
สวัสดีค่ะ
MOO
สวัสดีครับ