ยิ้มคือการโอบกอดระยะไกล ไม่ต้องเสียตังส์ ไม่ต้องเสียค่าปรับสินไหม ทำได้ทุกคน... เห็นไหมแค่เรายิ้มเราก็ได้กอดคนอื่นในระยะไกลแล้ว การยิ้มให้กันและกันทำให้สบายใจ ยิ้มคือการกอดระยะไกลที่คุ้มค่า...

  

               โบราณกล่าวสอนไว้ว่า "สามีภรรยา ยามรักให้รักพร้อมกันได้ แต่ยามโกรธ อย่าโกรธพร้อมกัน" นี้น่าจะจริง จึงเก็บมาฝากจากใจผู้เขียนเพราะหวังอยากให้ทุกครอบครัวมีความสุขทั้งสุขกาย สุขทั้งใจ อยู่ด้วยกันไปตลอดรอดฝั่ง  ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเรือน

             การอยู่ด้วยกันด้วยความรักควมเข้าใจความเห็นอกห็นใจและรอยยิ้ม เป็นสิ่งที่ทำให้โลกนี้เป็นสีชมพู มองอะไรก็ดูเป็นสีชมพูไปทุกอย่าง การทำให้คนรัก และการรักษาความรักให้มั่นคง จีงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เราสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียง ๕ วิธีคือ 

         ๑. มองหน้า สบตา ยิ้ม (หันหน้าเข้าหากัน)นี้คือบันไดขั้นแรกในการสร้างความรักพราะ "ยิ้มคือการโอบกอดระยะไกล" ไม่ต้องเสียตังส์ ไม่ต้องเสียค่าปรับสินไหม ทำได้ทุกคน... เห็นไหมแค่เรายิ้มเราก็ได้กอดคนอื่นในระยะไกลแล้ว ยิ้มจึงเป็นบันไดขันแรกที่ต้องก้าวเหยียบ ก่อนที่จะถึงขั้นที่ ๒ คือขั้นที่เกิดเป็นความรัก การมองหน้าสบตาทำให้รู้ซึ่งตรึงใจไว้ใจ การยิ้มให้กันและกันทำให้สบายใจ ยิ้มคือการกอดระยะไกลที่คุ้มค่า...เห็นไหมคุณโดนคนกอดวันนี้ตั้งหลายคนเพราะเขายิ้มให้เรายิ่งทำยิ่งรัก.

          ยิ้มสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี การยิ้มตอนเช้าทุกวันทำให้อายุยืนขึ้นอีกสิบปี  ยิ้มทำให้ผิวพรรณผ่องใส ...หากใบหน้าผ่องใสไม่ทันใจ ไม่ต้องใช้ครีมราคาแพงเดือนละสองสามพันบาท

         วิธีที่จะทำให้หน้าผ่องใสขาวนวลเปล่งปลั่งและประหยัดเพียงแค่ทุกคืนก่อนนอนให้นำอุปกรณ์ ๓ ชนิดมาคือ "ใช้น้ำมะพร้าวสดล้างใบหน้า  จากนั้นใช้แป้งหรือดินสอพองทาใบหน้าทิ้งไว้ให้ขาว และอมเงินเหรียญบาทไว้ที่ปากก่อนนอน" ทำไม่ถึงเจ็ดวันรับรองใบหน้าขาวสวย  ซึ่งใครๆก็ทำได้.  

             ๒. สัมผัสมือเบาๆ ข้อนี้ใช้กับคนที่รักกันแล้ว เมื่อสังเกตว่าคนที่เรารักมีอาการไม่สบายใจ อาจใช้มือแตะมือหรือสัมผัสเบาๆ และถามว่า "มีอะไรไม่สบายใจไหม" "มีอะไรก็เล่าให้ฟังได้นะ"..." ความทุกข์ของคนเกิดจากความยากไร้หรือเจ็บป่วย แต่ที่ทุกข์ที่สุดคือควมเปล่าเปลี่ยวถูกทอดทิ้ง....

             ดังนั้น อย่าปล่อยให้คนที่เรารักเกิดรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง  การสัมผัสที่มือคือความอบอุ่นใจของคนรักกันเป็นกำลังใจได้เป็นอย่างดี และอักษรไทย ๔๔ ตัวไม่เพียงพอที่จะบรรยายความรูสึกดีนี้ได้เลย         

             ๓. พูดจาสุภาพต่อกัน คือพูดจาประสาดอกไม้แต่อย่าพูดจาภาษาขอนไม้ ได้แก่พูดคำอ่อนหวานสุภาพ อ่อนโยนเช่น เป็นอย่างไรบ้าง  ดูแลสุขภาพนะ ทานข้าวด้วยกันนะ อาหารพร้อมแล้ว ... เดินทางปลอดภัยนะ...พูดดีไม่ได้เสียหาย แต่คนตายเพราะพูดน่าชังต่างหาก  คนอีสานได้เขียนเป็นผญาไว้ว่า "ผัวเมียนี้กูมึงอย่าได้ว่า มีแต่ข่อยและเจ้า ถะผองเถ่าฮอดตาย พุ้นเด้อ" 

            ๔. รักษาดีให้เสมอต้นเสมอปลาย ผู้ชายมักดูถูกคนรัก ซึ่งไม่ค่อยจะยุติธรรมนัก คนเราตำหนิคนรักก็เท่ากับตำหนิตนเองด้วย ไม่รักไปเลือกมาทำไม ว่าเขาไม่ดีเราก็เป็นแฟนคนไม่ดีด้วย

               บางคนถึงขั้นเปรียบเทียบคนรักว่าเหมือนผีเช่น... แรกจีบก็เหมือนผีอำ ดึกๆดื่นๆตื่นมาฝันถึงละเมอหา..... แรกจูบเหมือนผีพรายร่างอ่อนระทวย... แรกแต่งเหมือนผีตานี พูดเพราะอ่อนหวาน แต่งแล้วสามปีกินจุดุดัน 

            รักกันเถอะเพราะการดูถูกคนรักก็เท่ากับดูถูกตนเอง ประจานคนรักก็เท่ากับประจานตัวเอง  สาวใส้ให้กากินจะมีประโยขน์อะไรเล่า

                   ๕. ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ คือการหัดมองในแง่ที่ดีๆของคนที่เรารักมาแต่ก่อนไง เช่น "มีเมียอ้วน นุ่มนวลเหมือนนอนฟูก ขยับถูกเนื้อละมุนอุ่นเหลือหลาย....มีเมียผอม ยอมรักกระซับกาย จะกิดก่ายจีบจับกระซับมือ" 

               ๖.มองโลกในแง่ดี หมายถึงการมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ดี ทำให้ชีวิตมีสุขกว่าการตำหนิ เชื่อไหมที่เรารักกันก็เพราะทำดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน มิใช่ฤา แล้วทำไมจะลืมเหตุเกิดแห่งความรักเสียเล่า ความรักย่อมเกิดจากเหตุสองประการคือบุพเพสันนิวาสและการเกื้อกูลกันในปัจจุบัน และสิ่งที่เห็นและพิสูจน์ได้คือการดีต่อกันจึงรักกัน......

               รักทำให้อิ่มใจ รักทำให้กินอะไรก็อร่อย รักทำให้พุดอะไรก็ไพเราะสนุก เรามาปลูกควมรักในหัวใจกันเถอะดีไหม โลกนี้จะได้เป็นสีชมพูต่อไป...

             พูดแล้วหิวข้าวขอไปทานข้าวก่อน เนื่องจากผมขลาดแคนไม่มีอาหารเพียงพอกินข้าวแค่สองมื้อ เช้าซาม เย็นซาม วันนี้ก็เที่ยงซามก็แล้วกัน...รักนะคนดี...