สนุกกับภาษาไทย ภาษาอัชฌาไศรย ๒. ประวัติศาสตร์กับการศึกษาวรรณคดีไทย (๑)


ภาคที่ 1
บทความพิเศษ
วินัย พงศ์ศรีเพียร

การบรรยายพิเศษเรื่อง
"ประวัติศาสตร์กับการศึกษาวรรณคดีไทย"
การประชุมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "นวทัศน์ในวรรณคดีไทย"
สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน จัดขึ้น
ณ ห้องปิ่นเกล้า 2 โรงแรมรอยัลซิตี้ ถนนบรมราชชนนี กรุงเทพมหานครวันที่ 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา 13.00–14.00 น.

         กราบเรียน ท่านราชบัณฑิต ท่านภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน คณาจารย์และท่านผู้เข้าร่วมการสัมมนาทุกท่าน
     ๑. ความนำ: ความสำคัญของเรื่อง
ในฐานะนักวิชาการประวัติศาสตร์ ผมรู้สึกได้รับเกียรติอย่างสูงจาก
ราชบัณฑิตยสถาน ที่ได้กรุณาเชิญผมมาบรรยายเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดีไทยผมไม่ได้มีความชำนาญเรื่องวรรณคดีไทยเลย แต่นี่เป็นโอกาสให้ผมรำลึกว่าวรรณคดีไทยเป็นวิชาหนึ่งที่ผมมักจะเรียนไม่ได้ดีเหมือนเพื่อนพ้องคนอื่นเขา
         อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องที่ให้มาบรรยายเป็นเรื่อง “ประวัติศาสตร์กับการศึกษาวรรณคดีไทย” ผมก็พอมีความมั่นใจว่า อย่างน้อยส่วนหนึ่งของเรื่องที่จะมาบรรยายวันนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมพอจะหยิบยกประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับวรรณคดีไทย มาเล่าให้ท่านทั้งหลายซี่งอยู่ ณ ที่นี้ฟัง
ได้บ้าง
         ผมใคร่ขอเริ่มต้นการบรรยายในวันนี้ด้วยข้อสังเกตเบื้องต้นว่า คนไทย ในสังคมปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญแก่วรรณคดีไทยนัก อย่าไปพูดถึงคนเดินถนนเลย แม้แต่คนที่มีความรู้เป็นบุคคลชั้นนำของประเทศ รวมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้ความสนใจวรรณคดีไทย ผมเคยทดสอบเรื่องนี้เมื่อสองสามวันก่อน เมื่อนั่งรถไปทำงานที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ณพระราชวังสนามจันทร์ โดยถามนักวิทยาศาสตร์ที่นั่งข้างเคียงกันว่า ได้เคย อ่านหรือสนใจจะอ่านวรรณคดีไทยหรือไม่ ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ติดตามผมไปชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่ผมแนะนำหลายเรื่อง ท่านบอกว่า พอจะจำอาขยานและเรื่องที่ครูสอนภาษาไทยครั้ง 30 ปีก่อนโน้นบังคับให้ท่องจำหรือให้จำได้บ้าง แต่ก็ไม่เห็นว่า จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร หรือ เกี่ยวข้องอะไรกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันถ้านักวิทยาศาสตร์ท่านที่ผมสนทนาด้วยจะไม่เห็นความสำคัญของวรรณคดีไทย เพราะดูมันห่างไกลจากการดำเนินชีวิตและอาชีพของท่าน ผมออกจะแปลกใจน้อย แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมช่วยส่งเสริมให้ไปทำวิจัยระดับปริญญาเอกด้านวรรณคดีและการสอนวรรณคดีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ เรื่องหนึ่งที่คุยกันผ่านทางอินเทอร์เน็ทก็คือ ความสำคัญของวรรณคดีในสังคมไทย เธอเล่าว่าได้สัมภาษณ์อาจารย์สอนภาษาอังกฤษอีกท่านหนึ่งซึ่งไปเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ณ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ผู้ให้สัมภาษณ์เผยความในใจว่า ไม่สนใจและไม่ชอบอ่านวรรณคดี ไม่ว่าวรรณคดีใดก็ตาม เมื่อถูกถามว่า เพราะเหตุใด เขาตอบว่า เป็นเพราะความรู้สึกฝังใจที่ไม่ดีต่อการเรียนวรรณคดีไทยตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียนมัธยมมาแล้ว เหตุที่ไม่ชอบเพราะครู “บังคับ” ให้เห็นความงามของบทประพันธ์ ซึ่งเขาเผอิญไม่ได้เห็น ให้เขาจำบทกลอนที่เขาไม่เข้าใจและไม่อยากจำ
         การที่อาจารย์สอนภาษาไม่สนใจวรรณคดี นับว่าเป็นเรื่องน่าห่วง
สำหรับสุขภาพของวรรณคดีไทยมากกว่าการที่อาจารย์สอนวิทยาศาสตร์จะไม่เห็นความเกี่ยวข้องของวรรณคดีไทยกับสังคมร่วมสมัย ถึงกับคิดว่า ไม่คิดว่า สูญเสียอะไรถ้าจะไม่เรียนวรรณคดีไทยเลย ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งปรารภกับผมว่า แม้แต่ในงานวิจัยซึ่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยให้การสนับสนุนเรื่องหนังสือดี 100 เล่มของไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดูเหมือนจะมีวรรณคดีเก่าอยู่เพียง 1 หรือ 2 เล่มเท่านั้น ข้อเท็จจริงนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า แม้เราจะพยายามพูดไปตามบทเพื่อให้ใครทั้งหลายมองว่า เราเป็นคนไทย เราต้องรักวรรณคดีไทย ต้องเรียนรู้และบังคับให้เรียนรู้วรรณคดีไทย แต่ในความเป็นจริง อาจมีผู้คนเพียงไม่ถึง 100 คนของประชากรไทย 60 ล้านคนที่เคยอ่านวรรณคดีไทยเช่น ยวนพ่าย ไตรภูมิพระร่วงและ มหาชาติคำหลวง จบเรื่อง เมื่อยกประเด็นนี้มากล่าว ผมคิดว่า พวกเราที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นี้ มีคำถามต้องตอบว่า เพราะเหตุใดคนไทยจึงไม่สนใจอ่านและศึกษาวรรณคดีแบบฉบับของไทย ถ้าเราตอบคำถามนี้ไม่ได้ เห็นทีต้องปิดภาควิชาภาษาไทยในสถาบันต่างๆ เพราะไม่มีคนอยากเรียนให้มากพอกับการคุ้มต้นทุนทางเศรษฐกิจ และเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลทุนนิยมที่เน้นเรื่องทุนและกำไรเป็นใหญ่

วิจารณ์ พานิช
๑๘ ต.ค. ๕๐

หมายเลขบันทึก: 139978เขียนเมื่อ 19 ตุลาคม 2007 08:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 18:15 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (4)
อัชฌาไศรย ของอาจารย์ เป็นคำเดียวกับ อัชฌาสัย หรือเปล่าคะ  เปิดดูแล้วในพจนานุกรมไทย มีเขียนแบบเดียว ไม่ทราบว่าอาจารย์มีแหล่งอ้างอิงอะไรให้ไปดูไหมคะ  (สนใจจริงๆ ถ้าหากไม่ใช่ว่าอาจารย์เขียนผิด เพราะเพิ่งทราบว่า "มุกตลก" ใช้  ก สะกดก็ไม่นานนี้เองจากจดหมายของราชบัณฑิตยสถานค่ะ มีคำภาษาไทยหลายๆคำที่เราควรจะช่วยกันทำให้เด็กไทยสมัยใหม่รู้จักคำที่ถูกต้องเอาไว้น่ะค่ะ)
ตามกลับมาขอประทานโทษอาจารย์ที่ถามคำถามข้างบนค่ะ เพราะอ่านบันทึกอาจารย์แบบย้อนหลังขึ้นไปทุกบันทึก จนถึงบันทึกที่อ่านไว้ล่าสุด ทำให้พลาดโอกาสรู้คำตอบของคำถามข้างบนก่อนค่ะ แถมด้วยความสงสัยอยากรู้และกลัวลืมถามค่ะ ขอบคุณอาจารย์ที่นำเรื่องดีๆเช่นนี้มาบอกเล่าต่อเสมอค่ะ เชื่อว่าจะทำให้เรื่องแพร่ขยายออกไปได้อีกไกลทีเดียวค่ะ เป็นคนหนึ่งที่รักและภาคภูมิใจในภาษาของเราเหลือเกินค่ะ

ผมเคยอ่านตำราเรียนระดับมหาวิทยาลัย พวกฟิสิกส์เคมี ของต่างประเทศ เขามีข้อความคัดจากวรรณกรรมเอก หรือคำคมของคนสำคัญเอาไว้เป็นระยะ  เป็นที่น่าสังเกตว่าเขาไม่ได้แยกความคิดระหว่างวิทยาศาสตร์ หรือวรรณคดี .. และยังมีบทกลอนที่เขียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้วย

การส่งเสริมให้อ่านวรรณคดี ต้องพยายามกันทุกฝ่ายเท่าที่จะทำได้ การให้บริการห้องสมุดเอย การสนับสนุนให้พิมพ์หนังสือ ก็ยังน้อย แม้กระทั่งการจัดทำพจนานุกรม (ปัจจุบัน ขายเล่มละ 600 บาท!) ก็ไม่ค่อยแพร่หลาย อาจมีคนถามกลับว่า จะหาอ่านวรรณคดีเหล่านี้ได้ที่ไหน ซึ่งวนไปวนมา ..ต้องช่วยกันครับ 

อยากทราบว่าวรรณคดีจะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี