สนามบินสุวรณภูมิ 16-10-50
..ในกลุ่มของสมาชิกเฮฮาศาสตร์ เมื่อใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น แต่ละคนก็เริ่มฉายแววเด็ดที่ภาษาทางการเรียนกว่าศักยภาพในตัวตนออกมา บางคนก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปสุดขั้ว จนพรรคพวกสงสัยว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงรึเปล่า ยกตัวอย่างเช่น “คนชอบวิ่ง” เมื่อก่อนนี้ถือว่าเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันอยู่ในชั้นA1+1เลยทีเดียว พอมาเข้าก๊วนเฮฮากลายเป็นนักออกแบบบรรยากาศเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างบรรเจิด ผลงานหรือครับ ติดตามกรณีศึกษาได้จากเรื่องข้างล่างนี้
7. เจนจิต รังคะอุไร (ตูน)
เมื่อ จ. 15 ต.ค. 2550 @ 11:32 [423535] [ลบ]
- สวัสดีค่ะพ่อ ดีที่พ่อได้พักผ่อนตามความเหนื่อย แต่ไม่รู้ว่าเท่าที่ร่างกายต้องการรึเปล่านะคะ อิ อิ
- คุณหมอสุธีถามว่าจะ ฝากกอดพ่อมั้ย เพราะท่านกับพ่อจะได้เจอกันที่ กทม. วันนี้ (จันทร์ 15 ต.ค. 50)
- ตูนจำได้ว่าตูนกับพ่อไม่เคยกอดกันแบบจริงๆ จังๆ ซักที เพราะแค่ประสานมือกับสื่อสารกันทางใจก็ ...
- แต่โจทย์ที่ยากกว่าที่คุณหมอถามมาอีกคำถามคือ แล้วถ้าพ่อฝากกอดกลับมา แล้วคุณหมอจะเอามาให้ตูนอย่างไร 5 5 5
ตีความได้ว่า นี่คือต้นคิดในสร้างเสริมวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กร ในหมู่เราเบี้ยน้อยหอยน้อยอยู่นอกงบประมาณใดๆอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเอง จะทำอะไรต้องมองหาสินทรัพย์ทางปัญญา หรือสมบัติแฝงเร้นที่เป็นต้นทุนพื้นฐานตัวตนหรือในจิตใจของเรา เอามาถอดรหัสเป็นภาษากายหรือภาษาใจ กระบวนการกอดของชาวเฮฮาศาสตร์ถือว่ามีคุณค่าที่ทรงพลังยิ่งนัก ในโลกนี้ยังจะมีของฝากอะไรที่สร้างความปลื้มปิติได้เท่ากับการได้รับกอด ยิ่งเป็นของฝากจากลูกๆด้วยแล้ว มันมีอานุภาพต่อความระลึกถึงกันเหลือเกินแล้วลูกเอ๋ย..
เรื่องมันไม่ได้จบลงที่คนชอบวิ่งรับอาสาเอาของฝากมาให้เท่านั้น ท่านยังมาย้ำว่าจะฝากกลับคืนไปไหม รับรองไม่อมไม่เบี้ยว จะเอาของฝากให้ถึงตัวลูกๆทุกคนอย่างแน่นอน หลังจากเราคุยกัน และได้ส่งมอบของฝากไปให้ลูกๆทุกคนที่อยู่สองแควเรียบร้อยแล้ว บุรุษไปรษณีย์สาขาเฮฮาศาสตร์ก็ลาพวกเราบินกลับไปเมื่อคืนนี้ ยังไม่ทราบผลการส่งมอบ ไม่ทราบว่าจะถูกใจหรือพอใจหรือเปล่า อิอิ..
เมื่อคืนนี้ มีลูกชายมานอนกองกันอยู่กับพ่อ3คน แล้วก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจแต่เช้า อ.ขจิตบินไปเชียงใหม่แล้วต่อไปปาย เพื่อไปทำกิจกรรมกลุ่มการเรียนภาษาอังกฤษร่วมกับครูแอน ดร.ศักดิ์พงศ์ กับเอกจตุพร ออกเดินทางช่วงสาย จึงมีเวลารับประทานอาหารเช้าด้วยกัน เอกกลับปาย แวะเชียงใหม่จึงฝากอดน้าอึ่งอ๊อบไป5ครั้ง ระหว่างที่นั่งแท็กซี่มาสนามบินสุวรรณภูมิ ขจิตโทรฯมารายงานว่าบินไปถึงปายแล้ว มีครูแอนรับ ก็เลยบอกขจิตว่า..
"พ่อฝากกอดครูแอน" ด้วย
ครูแอนจะรับของฝากที่สนามบิน หรือรับเมื่อเดินทางไปถึงโรงเรียนแล้ว อิอิ.
กรณีของเรื่องนี้ : สะท้อนให้รู้ว่า
- กระบวนการเฮฮาศาสตร์เกิดจากการออกแบบแล้วนำมาปฏิบัติจริง
- คนชอบวิ่งต้องควักกระเป๋าบินมาประชุมร่วมกับคณะ
- ได้ความรู้จากการประชุมแบบทางการ และเสวนานอกรอบกับชาวเฮฮา
- ถามว่าเซ็งกลับไปเหมือนการประชุมกลุ่มอื่นๆไหม
- มันต่างกันที่มีคนคอยรับของฝากอย่างใจจดจ่อ
- คนชอบวิ่งก็จะได้เล่าเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ให้ในก๊วนฟัง
- นี่คือการผนวกวิชา กับ ชีวิต ทำให้ชีวิตมีชีวา
มิน่า!! ยังงี้นี่เอง เมื่อคืนคุณหมอสุธีส่งเสียงมาใน msn ว่า อยู่บ้านมั๊ย จะเอาของฝากไปให้ ครูบาฝากกอดมา ต้องรีบเอาไปให้ เดี๋ยวจะหาว่าอม ต๊าย! คุณหมอนี่ร้ายจริงๆ
ครูสุเลยบอกคุณหมอว่า ฝากเก็บไว้ก่อน ของฝากครูบา ไม่บูดไม่เน่า ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งขลัง อิอิ
five five five
ของฝากหนิงใครห้ามอมนะคะพ่อขา
ปล. ตอนนี้หนังสือเชิญและเอกสารโครงการฯ 27-28อยู่ในมือหนิงแล้วค่ะพ่อ อิอิ ถือว่าเป็นตัวประกันได้ไหมนี่
ขอรายละเอียด จำนวนคนหน่อย
อาจารย์จาก ม.พระนคร จะมาสมทบ
ฝนดีไหม น้องไผ่ เป็นยังไงบ้าง
พ่อครูครับฯ
เสื้อเฮฮาศาสตร์ออกแล้วครับ ฝีมือท่านรองอธิการ ออกแบบทำเอง ตัดเอง อย่างมืออาชีพ ใครใส่จะได้แฟนเร็วขึ้น !! ขอบอก
นายแบบ แถมฟรี ส่วนเสื้อคงต้องซื้อ อิอิ
น้ำลดแล้วหรือยัง!!
สวัสดีค่ะคุณพ่อ ครูบา สุทธินันท์
เมื่อสักครู่นี้บันทึกยังไม่เสร็จเลยค่ะ ถูกส่งไปซะแล้วค่ะ
เห็นทุกคนมีความอบอุ่นก็รู้สึกอบอุ่นตามไปด้วยเช่นกันค่ะ