ตั้งแต่ครูบาสุทธินันท์ นำเสนอโครงสร้างการทำงานและแนวคิดในการทำงานในรูปแบบของมหาชีวาลัย ในปี ๒๕๔๕ ที่ต้องการปรับรูปแบบการพัฒนาระบบการศึกษาที่ผิดพลาด <ul style="margin-top: 0cm">
</ul> ดังนั้น ทางมหาชีวาลัยอีสานจึงได้พัฒนาแนวคิดโดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงยุทธศาสตร์การพัฒนามาโดยลำดับ และพบว่าแนวทางของมหาชีวาลัยอีสานได้ปรับปรุงมาเรื่อยๆ แล้วมาตีวงล้อมในสามประเด็นของยุทธศาสตร์การทำงาน ดังนี้ <ol style="margin-top: 0cm">
</ol><p> ในสามยุทธศาสตร์หลักดังกล่าวข้างต้นนั้น สามารถนำมาผสมผสานกันเป็น กระบวนทัศน์ในการทำงานของมหาชีวาลัย การพันธมิตรอิงระบบเพื่อการจัดการความรู้แบบธรรมชาติ </p><p>ที่เริ่มจากการหาเพื่อน ที่ทำงานแบบได้ประโยชน์หลายๆอย่างพร้อมๆกัน แล้วผูกใจให้เข้าใจกัน จนสามารถพัฒนาความคิด ความรู้ และจิตวิญญาณในการทำความดี เพื่อการพัฒนาตัวเอง ทั้งในชีวิตส่วนตัว ครอบครัว การทำงาน วิธีการทำงาน และการพัฒนาองค์กร และสังคมที่ตัวเองสังกัดอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ(แบบ ๑-๒-๓) </p><p></p><p>วิธีการนี้ ครูบาสุทธินันท์ใช้คำว่า “เฮฮาศาสตร์” เป็นคำนำทาง ที่ท่านพยายามจะแนะนำให้ผมทำ</p><p> แต่ผมก็ไม่ค่อยถนัดที่จะเริ่มในจุดนั้น </p><p>ผมจึงขอเริ่มที่ การทำงานให้ชัดแล้วจึงใช้งานไปหาเพื่อนที่ใจตรงกันและตั้งใจทำงานแบบเดียวกัน ที่เป็นการเข้าบ้านเดียวกันแต่คนละทาง โดย “การวิจัยเชิงปฏิบัติการ หรือวิจัยในชุมชน” ดังนี้ </p><p>การจัดการความรู้แบบธรรมชาติเพื่อพัฒนาตัวเอง พัฒนากลุ่ม พัฒนาสังคมแบบอิงระบบให้เกิดพลังเชิงเครือข่ายพันธมิตรการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(แบบ ๓-๒-๑)</p><p> แต่ การทำงาน ก็อาจเริ่มจากอิงระบบก็ได้ คือ </p><p>การทำงานแบบอิงระบบให้ได้ประโยชน์อย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อพัฒนาชีวิตตนเอง ครอบครัว สังคม และเครือข่าย ในการจัดการความรู้อย่างเป็นธรรมชาติ(แบบ ๒-๑-๓) </p><p>หรือ</p><p> การทำงานแบบอิงระบบแบบการจัดการความรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ให้ได้ประโยชน์อย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อพัฒนาชีวิตตนเอง ครอบครัว สังคม และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการพัฒนา (แบบ ๒-๓-๑)</p><p> เห็นไหมครับการทำงานแบบยุทธศาสตร์เดียวกัน แต่ ก็อาจมีกระบวนทัศน์ที่แตกต่างกันได้ครับ</p><p> ครูบาใช้ขั้นตอน ๑- ๒- ๓ </p><p>ผมถนัดใช้ขั้นตอน ๓-๒-๑ </p><p></p><p>และผมก็ยังคิดว่าน่าจะมีคนอื่นๆ ที่ถนัดแบบ ๒-๓-๑ หรือ ๒-๑-๓ ก็ได้ </p><p></p><p>และผมว่า หลังจากการทำงานแล้ว เราจะไปพบกันที่ </p><p>มหาชีวาลัยอีสาน ครับ </p>
ครับ
การทำงานจริง ไม่มีกระบวนท่าหรอกครับ แต่การบอกคนอื่นก็ต้องชี้ให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง ที่ปนๆกันอยู่
ผมกับครูบา และคนอื่นๆ จะมีที่เริ่มต่างกันตามภูมิศาสตร์ชีวิตของแต่ละคน และนำไปสู่ประวัติศาสตร์การทำงานของแตละคน
แต่เรามีเป้าหมายร่วม
จนนำไปสู่การพบกันบนเส้นทางนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ
และคาดว่าจะไปยืนอยู่บนเป้าหมายเดี๋ยวกันครับ
ขอบพระคุณที่เข้ามาสะกิดครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้ว ชัดเจนค่ะ
ส่วนตัวแล้ว ชอบแบบ 3-2-1
เพราะน่า จะเป็นวิธีที่เร็วกว่า ตามความเห็นเฉพาะตัวดิฉัน
เคยมีประสบการณ์ ทำงานกับเกษตรกรมาหลายปีค่ะ แต่ไม่ได้ลงลึก เพราะดิฉัน ตั้งบริษัทลูก สำหรับผลิตเมล็ดพันธ์ และทำ contract farming ขึ้นมา และมีกรรมการผู้จัดการแยกไป ดิฉันต้องรับซื้อผลผลิตจากเขาด้วย แบ่งเป็น 3 เกรด a-b-c ราคาไม่เท่ากัน
ตามประสบการณ์ บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ กำไรค่อนข้างดีค่ะ เพราะเป็นhybrid ปลูกได้ครั้งเดียว
แต่บริษัทที่ดิฉันดูแล เราก็รับซื้อผลิตผลอย่างอื่น จากคนอื่นด้วย และดิฉันรับผิดชอบเองโดยตรง
ดิฉันสนิทกับพวกbrokerที่ซื้อจากชาวไร่อีกที และไม่เคยขาดของ ไปหาเขาถึงบ้านเป็นประจำ รู้วิธีทำงานของเขาดี ไม่ค่อยมีปัญหากัน
ถ้าใครมาส่งของที่มีสารเคมี ดิฉันจะไม่ยอม เรามีQC.สุ่มตรวจอย่างเข้มงวด เพราะลูกค้า ก็strictกับเรามาก
ดิฉัน ชื่นชมอาจารย์มากนะคะ อาจารย์เก่งมากค่ะ นับถือๆจริงๆ
ขอบคุณครับ
คุณ
ผมคิดว่าในฐานะนักวิชาการ ๓-๒-๑ ดูจะเหมาะกว่าครับ
จะทำให้เราไม่หลุดจากฐานงาน
แต่คนที่อยู่ในชุมชน ก็น่าจะใช้ ๑-๒-๓ ที่จะทำให้ไม่หลุดฐานชุมชน
แต่หน่วยประสานงานน่าจะเริ่มจาก ๒-๑-๓ หรือ ๒-๓-๑ ก็ได้ครับ
น่าจะอยู่ที่บริบทชีวิตที่แตกต่าง นะครับ