สิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด ของทุกปี จะปรากฎ ลูกไฟลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำลำน้ำโขง ชาวบ้านจึงช่วยกันตั้งชื่อให้ว่า บั้งไฟพญานาค ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีความเชื่อว่าพญานาคมีจริงอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

 บั้งไฟพญานาค

 

15 ค่ำเดือน 11 ของปีนี้ ตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2550 ในแต่ละปีจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อนั่งรอชม ลูกไฟดังกล่าว บางปีก็โชคดีได้เห็น บางปีก็โชคร้ายไม่ได้เห็น แถมเจอฝนตกหนัก รถติดชนิดที่เคลื่อนตัวไม่ได้เป็นชั่วโมงๆ

 

 ประชาชนนั่งรอดูบั้งไฟพญานาค

สถานที่ที่เกิดบั้งไฟพญานาค ได้แก่ ริมฝั่งโขง อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี อำเภอปากคาด อำเภอบึงกาฬ แต่ละอำเภอจะมีป้ายบอก จุดชมบั้งไฟ ไว้อย่างชัดเจน เวลาที่ลูกไฟขึ้นคงขึ้นตั้งแต่เย็นๆพอฟ้ามืดเราจึงจะมองเห็น ประมาณ 2 ทุ่ม ลูกไฟก็จะเริ่มหมด

เมื่อก่อนไม่มีใครสนใจ มีเพียงชาวบ้านแถบนั้นที่จะมาคอยชม แต่ปัจจุบันผู้คนมากมาย จนในที่สุดก็กลายเป็นสัญญลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองหนองคาย

จึงมีการจัดการกันหลายเรื่อง เช่น การจราจรเพื่อลดปัญหารถติด  จัดทำอัศจรรย์ที่นั่งริมฝั่งโขงให้แก่ผู้ที่จะมาชม บริษัททัวร์หรือแม้แต่ชาวบ้าน อบต. ก็จัดให้มีที่พัก ที่กิน ที่ดูอย่างสะดวกสบาย ไม่เหมือนสมัยก่อนจะลำบากกันมาก บางคนเกิดหกล้ม แขนขาหักไปก็มี

 บั่งไฟพญานาค

เคยมีหลายคนพูดกันว่า เป็นการไปวางระเบิดไว้ใต้น้ำ แต่จากประสบการณ์ของป้าแดง ป้าแดงเคยเห็นลูกไฟผุดขึ้นใกล้ๆ จากซอกหินที่มีน้ำอยู่นิดเดียว จึงไม่อยากจะเชื่อว่ามีการไปวางระเบิดไว้ก่อน แต่ถ้าหากเป็นการไปวางคงต้องใช้กำลังพลอย่างมากมาย และที่เกิดจากกลางน้ำ ใครจะเสี่ยงชีวิตลงไปวาง

การวิจัยเรื่องนี้ก็ไม่ได้บทพิสูจน์กันซักที่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆทุกปีจะมีประชาชนแห่กันมาอย่างมหาศาล แต่เป็นที่สังเกตว่า ปีไหนที่น้ำในแม่น้ำโขงมากจะเกิดลูกไฟน้อย หรืออาจจะไม่เกิดด้วยซ้ำไป

อย่างเช่นปีนี้ จนถึงวันนี้ น้ำก็ยังไม่ลด เพราะฉะนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะไม่มีลูกไฟให้เห็นในปีนี้

ท่านใดที่คิดอยากจะมาเที่ยวหนองคาย เพื่อดูลูกไฟคงเตรียมการ เรื่องที่อยู่ ที่กิน การเดินทางให้พร้อม ส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมข้าวของอาหารไปปิกนิกกันริมฝั่งโขง  และต้องเตรียมใจที่จะเจอฝูงชนอันมากมาย รถติด ห้องน้ำไม่พอ ฝนตก หาจุดดูไม่เจอ

 

ยินดีต้อนรับสู่หนองคาย ด้วยความจริงใจค่ะ