อารมณ์แจ๊ส

          การที่เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆใหม่ตลอดเวลา หนังสือของหนูดีบอกว่าร่างกายจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้ร่างกายมีความสุขในแต่ละครั้งที่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ผมว่าน่าจะจริงอย่างที่เธอว่าเพราะผมรู้สึกเหมือนเป็นโรคจิตที่อยากทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา พอเราทำได้เราก็มีความสุข สงสัยจะเป็นเพราะเกิดปีวอกละมั๊ง..อิอิ...

          วันนี้จะเล่าให้ฟังเรื่องการถ่ายภาพ เรื่องนี้เกิดจากคุณพ่อเป็นคนชอบเรียนรู้ สมัยก่อนซื้อหนังสือเกี่ยวกับการถ่ายภาพมาอ่าน แต่ไม่มีการปฏิบัติจริง ต่อมาคุณอาไปเรียนหนังสือที่ภูเก็ต พักอยู่ติดกับร้านถ่ายภาพ พ่อก็สั่งคุณอาให้เข้าไปดูเขาถ่ายรูปทำรูปในห้องมืด อากลับมาเล่าให้ฟังทุกขั้นตอน และพ่อก็ลองทำดู ในที่สุดก็ทำสำเร็จโดยไม่ได้เรียนจากใครที่สอนพ่อโดยตรง พ่อใช้กล้องถ่ายรูปเก่าๆเป็นเครื่องขยาย สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้ พ่อขึ้นไปเจาะหลังคาสังกะสีให้แสงลอดผ่านลงมา พอเที่ยงวันก็เข้าห้องมืดอัดภาพขาวดำออกมาขาย สมัยนั้นพ่อบอกว่าภาพละ ๕ บาท คิดดูว่ามันจะกำไรขนาดไหน แต่คุณลองทำแบบคุณพ่อผมดูว่ามันทรมานขนาดไหนเหมือนกัน พ่อบอกว่าทำไปนึกไปว่าเรากำลังพิมพ์แบ๊งค์ ๕ บาท ร้อนก็ต้องทน

          พอผมโตเป็นวัยรุ่น พ่อชวนทำห้องมืดกั้นห้องน้ำด้วยผ้าดำ เอาหลอดไฟสีแดงมาติดตั้ง แล้วซื้อเครื่องอัดขยายภาพขนาดเล็กมา ทำรูปเล่นกัน มันทำให้เราอยากเรียนรู้มากขึ้น ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเราล้างฟิล์มและขยายภาพกนกอร บุญมา ที่พ่อไปถ่ายมา ทำกันเอง พ่อสอนให้ดูวส่าการล้างฟิล์มที่ดี อุณหภูมิเหมาะสม เวลาลงตัว ภาพถ่ายคมชัด ฟิล์มที่ออกมาจะเป็นเส้นเล็กตามขอบรูป เราทำกันจนได้เพราะเวลาผสมน้ำยาเราไม่มีห้องแอร์ก็ใช้น้ำแข็งช่วย

          พ่อซื้อเอนไซโคลปิเดียของโกดักไว้ชุดหนึ่ง ผมก็ได้แต่ดูรูปในนั้น ต่อมาเราเรียนรู้จากนิตยสารที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพด้วยจนรู้ว่าการถ่ายภาพต้องจัดองค์ประกอบ เช่นถ่ายภาพครอบครัวให้รู้สึกรักกันแน่นแฟ้นต้องจัดให้บุคคลในครอบครัวนั่งหรือยืนให้เป็นรูปสามเหลี่ยม การถ่ายภาพอย่าวางจุดสนใจไว้ตรงกลาง แต่ให้วางไว้ตามมุมต่างๆที่เราต้องกำหนดขึ้นมา เช่นในภาพ ๑ ภาพ เราแบ่งภาพออกเป็นสามส่วนทั้งด้านตรงและด้านขวาง จุดตัดของเส้นดังกล่าวแต่ละจุดจะเป็นจุดที่วางจุดสนใจของภาพตรงนั้น

          การถ่ายภาพบุคคลจะถ่ายแบบให้ตัวแบบตั้งท่าให้ถ่ายหรือจะถ่ายแบบธรรมชาติ แบบไม่ให้รู้ตัวก็ได้ ผมชอบถ่ายแบบไม่ให้รู้ตัวเพราะภาพออกมาจะเป็นธรรมชาติดี หรือการถ่ายภาพเหตุการณ์ต่างๆก็อย่าถ่ายแต่คนอย่างเดียว เช่น งานหมั้นงานแต่งงาน ถ่ายขันหมากบ้าง ถ่ายเฉพาะมือที่กำลังสวมแหวนบ้าง อะไรทำนองนั้น

          วันก่อน (๒-๓ ปีก่อน อิอิ) ที่ภูเก็ตมีแจ๊สเฟสติวัล เราสนใจเคนนี่จีเพราะคนไทยจะคุ้นชื่อเขามาก เขาเป่าแซกโซโฟน โซปราโน่ ได้เก่งมาก ผมสงสัยว่าเขาจะเรียนจากคนไทยเพราะเขาเป่าแบบเสียงปี่ไทย สมัยผมเรียนที่รามคำแหงเคยไปนั่งฟังมหกรรมดนตรีไทยทั้งวัน ฟังเสียงปี่ที่เป่าแบบไม่หยุดหายใจแล้วทึ่งมาก และเคนนี่จีก็เฉลยว่าเขาเป่าแบบคนไทยเป่าปี่ เพื่อนผมบอกว่าตอนที่เคนนี่จีมาเมืองไทยแล้วล่องเรือเที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยา พบเห็นเขาเล่นดนตรีไทย มีคนเป่าปี่เสียงยาวมาก เคนนี่จีสนใจขอเรียนด้วย เขาก็สอนให้ ท่านลองฝึกดูก็ได้ถ้าทำได้ท่านอาจจะเก่งแบบเคนนี่จี คือต้องเป่าและสูดลมหายใจไปพร้อมกัน ลองทำดูสิครับ

          ผมไปดูแล้วมีหรือจะพลาดโอกาส เอากล้องแคนนอน 300D ตัวเก่งไปพร้อมซูม ถ่ายอารมณ์ของแจ๊ส บรรยากาศแจ๊ส มาให้ดูกันครับ

Img_06781 Img_07831r Img_0648cr

Img_0718cr

Img_06311rImg_07851r