แม้จะเป็นคนปักษ์ใต้บ้านเรา แต่บางคนก็ไม่รู้จัก แกงสมรม ถ้าไม่คุ้นเคยกับวัดวาหรือประเพณีพื้นบ้าน.... สำหรับชาวเหนือ ถ้ารู้จัก แกงโฮ๊ะ ก็ให้เข้าใจได้เลยว่า แกงสมรม ก็ทำนองเดียวกับ แกงโฮ๊ะ เพียงแต่การปรุงรสชาิดต่างกันไปเท่านั้น...
แกงสมรม ก็คือ แกงที่ได้มาจากการนำเอาแกงต่างๆ ที่เหลือมารวมกันแล้วก็นำมาปรุงใหม่ โดยใส่เครื่องแกงเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นเครื่องแกงส้มปักษ์ใต้นั่นเอง... สำหรับแกงสมรมนี้ อาจกล่าวได้ว่า อยู่คู่กับวันสารททำบุญเดือนสิบหรือวันชิงเปรตของปักษ์ใต้....
วันทำบุญเดือนสิบนั้น ตามค่านิยมท้องถิ่นทั่วไป นอกจากทำขนมประจำเดือนสิบหลายชนิดแล้ว... ในส่วนของอาหารจะมี แกงคั้วกะทิ อยู่ด้วยอย่างหนึ่งเสมอ ซึ่งจะเป็นแกงคั้วชนิดไหนแบบใดก็ได้ เพื่อจะได้กินกับขนม ต้มสามเหลี่ยม หรือ ต้มปัด ซึ่งทำด้วยข้าวเหนี่ยว...
ดังนั้น แกงคั้วกะทิ เหล่านี้ จึงมีมากในวันทำบุญ... แม่ครัว เจ้าหน้าที่ี่ หรืออาจเป็นพระ-เณรประจำัวัดนั้นๆ จะนำแกงคั้วกะทิเหล่านี้ ใส่หม้อใบใหญ่ รวมกันไป ซึ่งมีทั้ง คั้วไก่ คั้วหมู คั้วเนื้อ คั้วลูกชิ้น คั้วหน่อไม้ คั้วกุ้งเสียบ คั้วปลาช่อนแห้ง คั้วเห็ดแครง... ฯลฯ
นอกจากแกงคั้วกะทิเหล่านี้แล้ว ก็ยังใส่อย่างอื่นเพิ่มเติมไปด้วยตามที่เห็นสมควร เช่น ไข่พะโล้ หมูแดง หมูกรอบ เนื้อแห้ง ปลาทอด ทอดมัน กุนเชียง ไข่ครอบ แกงจืด แกงส้ม ....ฯลฯ ซึ่งสิ่งเพิ่มเติมเหล่านี้ อาจเลือกสรรได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่มีอยู่และความชอบของแต่ละคน...
เมื่อได้ปริมาณเพียงพอแล้ว ก็จะตั้งเก็บไว้ จนกระทั้งเสร็จงานตอนเย็นหรือค่ำๆ ก็จะนำมาปรุงอีกครั้ง โดยเพิ่มเครื่องแกงและปรุงรสชาดใหม่ตามใจชอบ ซึ่งที่ขาดไม่ได้ของแกงสมรมก็คือ ส้ม ที่ใช้ในการประสานให้รสชาดเป็นหนึ่งเดียวกัน... ส้มที่ดีที่สุดในกรณีนี้ก็คือ น้ำส้มโหนด แต่ถ้าไม่มี น้ำส้มโหนด อาจใช้น้ำส้มสายชู หรือส้มอื่นๆ ก็ได้...
สำหรับที่วัดยางทอง คุณโยมหน้าวัดจะมารับไปปรุงให้ และจะนำมาถวายทั้งหม้อใบใหญ่ในตอนเช้า... ต่อจากนั้นพระ-เณร ตลอดเด็กวัด ก็จะนำถ้วยจานมาเอาหรือตักแจกกันทั่ววัดตามสมควร... ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ ตอนเช้าก็อุ่นอีกครั้งและอีกครั้ง...
แกงส้มรมหม้อใหญ่นี้จะวางอยู่ประมาณ ๒-๔ วันก็จะหมดไป... ซึ่งโดยทั่วไปใครก็สามารถมาตักแบ่งไปได้ โดยถ้าเป็นวัดตามบ้านๆ มิใช่วัดในเมือง ก็อาจมีเด็กหรือญาติโยมนอกวัดมาร่วมกินด้วย... และในกรณีนี้ บางครั้งก็อาจจัดแบ่งหม้อพิเศษไว้ถวายพระ-เณรโดยเฉพาะ กล่าวคือ หม้อนี้สำหรับพระ-เณร หม้อนั่นทั่วไป... ประมาณนี้
แกงสมรมนอกจากจะกินกับข้าวสวยทั่วไปแล้ว บางคนก็กินกับต้มสามเหลี่ยมหรือต้มปัดได้... โดยต้มเหล่านี้ เมื่อเลยวันแรกไป ก็มักจะย่างไฟอ่อนๆ เพื่อจะเก็บไว้ต่อไปได้อีกสัก ๒-๓ วัน เพื่อใช้กินกับแกงสมรม... ส่วนบางคนจะกินกับขนมอย่างอื่น หรือกินเปล่าๆ ก็ไม่มีใครว่า (ผู้เขียนเคยเห็นตอนเด็กๆ คนแก่บางคนกินแกงสมรมเปล่าๆ )
......
เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่บอกว่า ใครได้กินแกงสมรมจะหายเจ็บหายไข้ อายุมั่นขวัญยืน... อาจเป็นว่า ถ้ามิใช่เดือนสิบแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครทำกัน จึงหากินได้ยาก ถ้าไม่ได้กินปีนี้ ก็ต้องรอกินเดือนสิบปีหน้าโน้นแหละ... ประมาณนั้น
สำหรับ ๒ วันที่ผ่านมา ผู้เขียนยังไม่ได้ฉันข้าวเลย ตอนเช้าก็ฉันกาแฟกับขนมเดือนสิบ ตอนเพลก็ฉันต้มย่างกับแกงสมรม (หม้อแกงตั้งอยู่ที่กุฏิผู้เขียน)... พรุ่งนี้ คงจะได้อีกมื้อหนึ่ง (เปิดหม้อพิจารณาดู) ส่วนที่เหลือก็เททิ้ง ล้างหม้อเก็บไว้ แล้วก็คอยต่อไปอีกปีหน้า.....


นมัสการค่ะ
ไม่เคยทานแกงสมรมค่ะ แต่ได้ยินชื่อค่ะ
คงจะอร่อยนะคะ ถ้าทานปีละครั้ง นึกถึงแกงบวนค่ะ นานๆได้ทานที เดี๋ยวนี้ ก็ไม่มีให้เห็นบ่อยๆ น่าจะยุ่งยากในการเตรียมของนะคะ
กราบ 3 หนค่ะ
sasinanda
วันศารทเดือนสิบปีหนึ่งมี ๒ ครั้ง
ดังนั้น แกงสมรม สามารถทำได้สองครั้งในช่วงเดือนสิบ แต่บางครั้งก็ขี้เกียจ ทำนองว่า ทำบุญแรกแล้วบุญหลังขี้เกียจทำ หรือบุญแรกขี้เกียจทำค่อยทำบุญหลัง ....
แกงบวน ? ไม่เคยได้ยิน ลองถาม google มีเยอะเลย ก็อนุโมทนาที่คุณโยมแนะนำให้รู้จักแกงบวน แกงโบราณ ....
เจริญพร
นมัสการครับ..
นึกถึงตอนเป็นเด็ก..วันชิงเปรต..นี่สนุกมาก..เคยชิงเปรตมาได้เป็นข้าวเหนียวหนึ่งปั้นรวมอยู่กับขนมลาขนมบ้าขนมพองขนมบิซำ..ด้วยความไม่ประสาทิ้งก้อนข้าวเหนียวไป..ปรากฎว่าเพื่อนเอาไปแกะเป็นเงินห้าบาทอยู่ข้างในยังนึกเสียดายถึงวันนี้..ผู้ใหญ่เนี่ยะเขามีวิธีหลอกเด็กที่เซ่อๆได้ดีเนอะ..นึกถึงอะไรๆอีกหลายอย่าง..ซึ่งเป็นอดีตที่สดใสสำหรับเด็กสมัยก่อนแต่มัมคงน่าเบื่อสำหรับเด็กสมัยนี้..เฮ้อ..ไม่ทราบเพราะอะไร?..แกงสมรมเนี้ย..ผมว่าเป็นอะไรที่อร่อยมาก..คำว่าสม..น่าจะมาจาก..ผสม..ตามอาการที่รวบรวมเอาแกงต่างๆของทุกคนมาต้ม(..รมไฟ..)นะครับ
ลุงรักชาติราชบุรี
สุดยอดความคิดเลย อาจารย์ !
ตามสำนวนอาจารย์สอนตรรกศาสตร์ ท่านคงจะบอกว่า สมเหตุสมผล
ส่วนสำนวนพ่อท่านแถวปักษ์ใต้ ท่านคงจะบอกว่า พอฟังได้
ส่วนความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้...
แต่ ตามที่เคยผ่านมา ไม่เคยได้ยินการใช้สำนวนปักษ์ใต้ว่า รมมาจาก รมไฟ ซึ่งหมายถึง การทำให้สุก เลย...
เท่าที่เคยได้ยินมีคำว่า ลวน แปลว่า ทำให้สุกได้... เช่น เอาเนื้อหมูนี้ไปลวนไว้ก่อน หรือ เอาแกงนี้ไปลวนสักหีด .....
ก็คิดเล่นๆ....
เจริญพร
..นมัสการครับ..นึกสนุก..กับภาษา..คำว่า..สม..บางทีก็หมายถึง..เสมอ..ความที่ญาติโยมต่างทำกับข้าวกับปลามาวัด..ลางทีก็มักอวดเอาของดีตามที่ตนรู้สึกว่าดีว่าเหมาะกับฐานะตนมาถวายพระ..ครั้นเมื่อแกงของคนทุกฐานะมารวมกัน..เลยกลายเป็นของกลางที่ทุกคนมีส่วนร่วม..ก็เป็นอุบายธรรมได้นะครับ..สำหรับ..รม..อาจมาจาก..ระดม..หรือ..รวม..หรือจะเป็นสร้อยคำที่ทำให้เป็นชื่อคล้องจอง..ก็เป็นได้ทั้งนั้น..สรุปรวมว่า..สมรม..เป็นแกงที่เป็นส่วนผสมหลอมรวมของสังคมไทยที่..ญาติโยมชาวใต้รู้จักหน้าตาและลิ้มรสทีไรก็นึกถึงงานบุญ..ใช่ไหมครับ..
ลุงรักชาติราชบุรี
ตามอาจารย์ว่ามาก็พอฟังได้....
แกงสมรม น่าจะบ่งบอกถึงความเป็นคนใต้มากกว่าสำนวนว่า สะตอสามัคคี ดังเช่นที่เค้าเรียกกัน...
เจริญพร
เนือยเลยครับท่านมหา
อ.ฌอง
เจริญพร