การคุยเพื่อต้องการเรียนรู้ อยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร ที่เขาเรียกว่า การแลกเปลี่ยนความเห็น การคุยกันจะจบแบบอย่างน้อยเสมอ คือพยายามแต่ก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่

 เมื่อสมัยผมไปเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย ผมมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนต่างชาติ ในหลายๆประเด็น 

 บางครั้งก็คุยอย่างสนุกสนาน

·        เป็นการค้นหาจุดที่สนใจร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนกัน 

บางครั้งก็จบลงแบบเกือบจะขัดแย้งกัน เพราะ

  • ไปเลือกเรื่องที่ล่อแหลมต่อความรู้สึกมาคุยกันหรือ
  • คุยแบบต้องการให้อีกฝ่ายเห็นคล้อยตามหรือ
  • คุยแบบต้องการแสดงโวหาร หรือแสดงอำนาจ

 การคิดตั้งต้นในการคุยแบบนี้ จะเริ่มด้วยการโต้คารม ว่าใครจะยกประเด็น หาเหตุหาผลมาแสดง ให้น่าฟัง น่าเชื่อได้มากกว่ากัน

และก็อาจโน้มน้าวความคิด และความเชื่อของคนอื่นๆได้ ถือว่าสามารถเอาชนะการพูดคุยคราวนั้นได้ 

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ มีผู้ชนะ และผู้แพ้ (หรือ คล้อยตาม)  

แต่ถ้าไม่เกิดผลสำเร็จ ไม่มีใครคล้อยตามใครก็ถือว่า ไม่มีผู้ชนะ

และมีแนวโน้มจะแพ้ทั้งคู่ เพราะจะเหนื่อย และเสียอารมณ์ในการคุย 

ต่อจากนั้นผมมีโอกาสที่จะดูรายการทีวีเรื่องแบบนี้ เขาสรุปว่า ถ้าการคุยกัน มีเป้าหมายที่จะเอาชนะกันนั้น เขาเรียกว่า โต้วาที

  • อย่างมากจะมีคนชนะอยู่ฝ่ายหนึ่ง และแพ้ฝ่ายหนึ่ง
  • หรือแพ้ทั้งคู่เพราะนอกจากจะความพยายามจะไม่ได้ผลแล้ว ก็ยังจะเสียเพื่อนด้วย

 แต่ถ้าการคุยเพื่อต้องการเรียนรู้ อยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร ที่เขาเรียกว่า การแลกเปลี่ยนความเห็น

การคุยกันจะจบแบบอย่างน้อย

  • เสมอ คือพยายามแต่ก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่
  • แต่มักจะชนะทั้งคู่ เพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน

 ความแตกต่างจึงอยู่ที่เป้าหมายของการคุยกัน ตั้งแต่นั้นมา ผมจะพยายามระวัง ไม่ให้การคุยเป็นการพูดเพื่อเอาชนะ แต่การคุยเพื่อความเข้าใจ 

และพยายามตรวจดูการคุยว่าออกไปในรูปใด ถ้าจะออกนอกทาง เป็นการโต้วาที และหาเหตุผลที่จะเอาชนะกัน ก็จะชะลอ หรือหยุดการคุย เพื่อให้มีโอกาสปรับความคิดในการคุยให้มีประโยชน์ 

ลักษณะการ โต้วาที เพื่อเอาชนะ ที่ผมพบในบ่อยๆก็คือ

  • การบิดประเด็นให้เข้าทางตัวเองเพื่อให้เหตุผลตัวเองมีน้ำหนักมากกว่า
  • การเปลี่ยนประเด็นทันทีเมื่อรู้สึกว่าตัวเองจะเพลี่ยงพล้ำในการคุย
  • การสร้างมุมมองอื่นๆ ให้มีหลายประเด็นจนหมดเวลา ให้เสมอกันไป
  • ลักษณะการคุยแบบนี้จะต้องใช้เวลาและพลังงานมาก เหนื่อย
  • อาจได้ข้อสรุปแต่มักไม่สร้างสรรค์ เพราะเน้นการเอาชนะเป็นหลัก

   ฉะนั้น ส่วนใหญ่แล้วผมจะพยายามหลีกเลี่ยงการคุยที่เป็นลักษณะโต้วาที แต่จะคุยในเชิงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

ที่การคุยจะหยุดที่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

มากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถ และเวลาที่มี 

นี่คือความแตกต่างที่ชัดเจนครับ