ก็ได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้ตรงนี้ว่า ต่อไปก็สามารถนำความสำเร็จนี้มาใช้ในการแลกเปลี่ยนได้
เรื่องนี้ คุณพิมพร สมบูรณ์ยศเดช จาก ศูนย์อนามัยที่ 1 กรมอนามัย มาเล่าให้ฟังค่ะ
- เนื่องจากงานที่รับผิดชอบของคุณพิมพรนั้น เป็นงานในส่วนของสิ่งแวดล้อมที่ต้องดำเนินงานกับภาคี ที่อยู่ในจังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา และอ่างทอง
- งานที่รับผิดชอบที่เป็นแผนของกรมอนามัยที่ดำเนินการเป็นเรื่อง โครงการอาหารปลอดภัย ส้วมสาธารณะ และโครงการเมืองน่าอยู่
- สิ่งที่ดำเนินการในเรื่องของ KM
- ... ปกติในเรื่องของการดำเนินงานของภาคี เราก็ใช้ KM เข้าไปในบางกิจกรรม แต่กิจกรรมที่จะมาเล่านี้เป็นเหมือนกับกิจกรรมภาคบังคับ ที่ทางกรมอนามัยได้นำไปทำสัญญา และเราจะต้องมีการให้ทำ KM ด้วย เราก็เลยมีการจัดทำโครงการ และมีแผนชัดเจนในการดำเนินงานโครงการ
- ... ในส่วนที่เราจะต้องทำ KM ภาคบังคับ คือ เรื่องอาหารปลอดภัย ซึ่งตลาดสดน่าซื้อ และ Clean Food Good Taste และในเรื่องของการพัฒนาส้วมสาธารณะ ทั้ง 3 ส่วนจะมีเครือข่ายดำเนินงานกับเราทั้ง 4 จังหวัด
- เราก็มีการคิดจะกระตุ้นให้เขามีการพัฒนาในเรื่องนั้นๆ ในส่วนของเราได้เห็นความสำเร็จในการดำเนินงาน
... ซึ่งการดำเนินงานในเรื่องอาหารปลอดภัย เราก็ทำตั้งแต่ปี 46-50 ประมาณ 5 ปี
... ในเรื่องของส้วมสาธารณะมีการดำเนินงานในพื้นที่ประมาณ 2 ปี- และในกิจกรรมที่เราจะมาทำ KM เรากำหนดแผนเอาไว้ว่า เราจะทำแผนแต่ละตัวชี้วัด คือ เรื่องตลาด ร้านอาหาร และส้วม แยกกัน เพราะว่าต่างกิจกรรมกัน
- แต่ด้วย 50 เป็นปีซึ่งงบประมาณลงไปสู่จังหวัดค่อนข้างล่าช้า เริ่มงานช้า และมีการติดเรื่องประกาศคณะรัฐมนตรีที่มีการงดเกี่ยวกับเรื่องการประชุมชี้แจง ซึ่งมีประชาชน หรือกลุ่มที่มาเกี่ยวข้อง ก็ทำให้แผนการดำเนินการต้องปรับ เพื่อให้สอดรับ และทันกับงบประมาณที่จะใช้
- ... เราจะทำยังไงดี เพราะว่า กำหนดกิจกรรมที่จะทำ KM ทั้ง 3 กลุ่ม ก็ยังไม่มีแผนฯ ถ้าทำ 3 ครั้ง ระยะเวลาคงไม่ทัน
- เราก็เลยนำมาทำร่วมกันทั้ง 3 กลุ่ม
- ... ก็จะประกอบไปด้วยกลุ่มที่เป็นส้วม ร้านอาหาร
- ... ส่วนตลาดจะแยกไปอีกส่วนหนึ่ง
- ซึ่งพอมีเวลาจัด จึงเอาส้วมกับร้านอาหารมาทำร่วมกัน
- ครั้งแรก ติดต่อประสานในการดำเนินงาน วางแผนไว้ชัดเจน แต่พอถึงวันที่ใกล้จะดำเนินงาน ผู้ที่ประสานไว้เป็น Note taker และ Fa ส่วนหนึ่งก็ติดธุระไม่สามารถมาทำร่วมกับเราได้ และเราก็ไม่สามารถที่จะหาได้ทัน ก็เลยต้องมีการดำเนินงาน เพราะได้เชิญกลุ่มเป้าหมายมาแล้ว
- เราก็เลยต้องปรับแผนอีกรอบหนึ่งว่า ทั้ง 2 กลุ่มนี้ วางแผนว่าจะมีการประชุมวันเดียวกัน และจะมีการแยกห้องประชุม คนไม่พอ เราก็เลยต้องรวมทั้ง 2 กลุ่มนี้ แล้วก็การมาทำกลุ่มร่วมกัน
- ซึ่งจริงๆ ลักษณะของการทำ KM ที่เราเข้าใจว่า คนเราถ้ามาฟังเรื่องเดียวกัน น่าจะเป็นคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน คนที่ทำร้านอาหาร ก็น่าจะมาเล่าความสำเร็จเรื่องร้านอาหารด้วยกัน คนที่ทำเรื่องส้วมก็น่าจะมาเล่าเรื่องความสำเร็จเรื่องส้วมด้วยกัน
- ฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในภาวะอย่างนี้แล้ว เราก็ถือว่า เอาวิกฤตให้เป็นโอกาสก็แล้วกัน เอากลุ่มนี้มาร่วมกัน
- และมีการกำหนดกติกาก่อนที่จะทำกลุ่ม ก็บอกว่า เราให้ผลัดกัน ร้านอาหารพูด 1 คน ส้วมก็พูด 1 คน หลังจากที่ได้ทำกลุ่มเรียบร้อย มีการเล่าแล้ว ก็จะมีการนำเสนอในแต่ละกลุ่มขึ้นมา
- และสิ่งที่ดิฉันประทับใจตรงนี้ ...
- หลังจากมีการนำเสนอเสร็จเรียบร้อย กลุ่มที่เข้าประชุม เช่น
- ... อ.อนันต์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ รร. กลุ่มของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความสำเร็จในเรื่องของการพัฒนาส้วมใน รร. ได้ระดับดี ท่านก็บอกว่า ครั้งแรกเคยไปเข้ากลุ่มอย่างนี้มาหลายครั้ง เชิญให้ไปเล่าถึงความสำเร็จ แต่ครั้งนี้รู้สึกว่ามีความดีใจมากเลย ที่ได้มีโอกาสมาเล่าเรื่องคนอื่นซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งอยู่ทั้งในจังหวัด ได้มารับฟัง แล้วเขาก็บอกว่า เขาได้ทราบว่า ในส่วนของร้านอาหารมีการตั้งเป็นชมรม ซึ่งเขามีการดำเนินการมา 4 ปีแล้ว เขาก็บอกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้ประสบการณ์จากการที่ร้านอาหารมาเล่า ถึงประสบการณ์การดำเนินงาน การพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งเป็นอย่างไร เพื่อว่าจะต้องไปขยายเครือข่ายของการพัฒนาส้วม
- เราคิดว่า เอ๊ะ เขาพูดกันคนละความสำเร็จ คนละเรื่อง แต่สามารถที่จะนำสิ่งนี้ไปใช้ได้
- ประกอบกับมีอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารท้ายเกาะ ที่จังหวัดปทุมฯ เขาบอกว่า
- คิดว่าการประชุมแลกเปลี่ยนงวดนี้ดีมากเลย เพราะว่าได้มีโอกาสทราบถึงจุดพัฒนาของเรื่องส้วมในแง่มุมต่างๆ ตามวิถีของแต่ละคนที่ดำเนินการ เพราะว่ามีเรื่องส้วม เขาก็จะไปพัฒนาในเรื่องส้วมของร้านอาหารนั้นๆ ด้วย แล้วในฐานะที่เขาเป็นประธานของชมรมร้านอาหารในปทุมฯ เขาก็เลยว่า อยากจะเอาไปเล่าในการประชุมของอาหาร ให้เพื่อนเขาฟังในชมรม ว่า มีการพัฒนาส้วมนี้ มีการพัฒนาได้หลายๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการพัฒนาอย่างไร
- และสุดท้าย ทีมก็บอกว่า อยากให้มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนแบบนี้ ซึ่งเอาหลายกลุ่มงานที่มีความสำเร็จมารวมกัน
- เพราะเขาบอกว่า เคยไป ก็มีแต่มาเล่าเรื่องของตัวเอง ซึ่งก็จะเวียนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำอะไร และอยากจะนำความสำเร็จของคนอื่นที่เขาอาจจะประยุกต์ใช้เรื่องการพัฒนาตรงนี้
- ในที่สุด ดิฉันก็เลยรู้สึกว่า ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบในโครงการการจัดการในวันนั้น เรามีวิกฤติแล้วเราลองทำอย่างนี้ ซึ่งเดิมก็ไม่ได้มีแผนที่จะทำ
- ก็ได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้ตรงนี้ว่า ต่อไปก็สามารถนำความสำเร็จนี้มาใช้ในการแลกเปลี่ยนได้
- ตรงนี้ทำให้รู้สึกว่า เกินความคาดหวังที่ตั้งไว้ ... คิดว่า ยอมรับถ้าเกิดการประชุมครั้งนี้ อาจจะไม่เป็นอย่างที่ตั้งเป้าไว้ เพราะว่ามันอาจไม่เกิดความสำเร็จ มีปัญหาและอุปสรรคอะไร เราก็พยายามแก้ และคุยกับทีมงานอย่างถึงที่สุดแล้ว
แต่พอผลออกมา ไม่คิดว่า เขาจะได้ในสิ่งที่เราคิดไม่ถึงเหมือนกัน ก็เลยเป็นบทเรียน ที่จะนำไปใช้ต่อไปด้วย
อ่านรวมเรื่องที่นี่ ค่ะ 3 ปี KM กรมอนามัย